กลิ่นอายความชื้นของโคลนตมและไอน้ำยาสมานแผลคละคลุ้งอยู่ในโพรงถ้ำหินปูนชั้นที่สามของดันเจี้ยนซากโบราณสถานอารุค เรย์ตวัดปลายนิ้วผ่านหน้าจอโฮโลโปร่งแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขค่าสถานะและอัตราความเสียหายของอุปกรณ์ที่ลดลงเหลือเพียงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ความเงียบงันภายในปาร์ตี้ไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว แต่เป็นความตึงเครียดของการคำนวณย่างก้าวที่พลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
"ถ้าพวกมันกะจังหวะเวลาลาดตระเวนเคลื่อนที่คลาดเคลื่อนไปจากเดิมอีกสามสิบวินาที แผนการดักซุ่มโจมตีที่เราวางไว้ตั้งแต่ชั้นแรกจะพังไม่เป็นท่าเลยนะคะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นจากเซน กิลด์มาสเตอร์หนุ่มผู้สวมผ้าคลุมสีดำสนิท เขาย่อกายลงแนบกับผนังหินเย็นเฉียบ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนด้ามดาบคาตานะสั้นที่ยังคงเก็บอยู่ในฝัก สายตาคมกราบมองลอดความมืดออกไปเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างของกลุ่มผู้เล่นจากกิลด์ 'อัสนีทมิฬ' กำลังเดินตรวจตราพื้นที่ด้วยท่าทางระแวดระวัง
เรย์ไม่ตอบคำเธอในทันที หญิงสาวเลือกที่จะทอดสายตาไปยังแผนที่จำลองสามมิติที่ฉายภาพความเคลื่อนไหวของศัตรู สมองส่วนวิเคราะห์ของอดีตโปรเพลyerกำลังประมวลผลความน่าจะเป็น รูปแบบการเดินทัพของอีกฝ่ายไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมาอย่างไร้ทิศทาง แต่มันคือการ "กดดัน" พื้นที่เพื่อบีบให้ปาร์ตี้ของเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปะทะตรงๆ ในจุดที่เสียเปรียบที่สุด
"พวกเขากำลังใช้กลยุทธ์ 'บีบวงล้อมด้วยค่ายกลอสูร' ค่ะ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่บางขยับเล็กน้อยยามที่เธอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นตาไร้1ดั้ง "เป้าหมายไม่ใช่แค่การขัดขวางไม่ให้เราทำเควสปลดผนึกศิลาแห่งอารุคให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่พวกมันต้องการบีบให้ไอเทِمดรอปทั้งหมดในตัวเราตกเป็นของกิลด์พวกเขาเมื่อเราพลาดท่า"
เซนเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่สะท้อนกับแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบ ความนิ่งสงบและรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเรย์ในยามวิกฤต มักจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจของระบบจำลองความรู้สึกทำงานผิดปกติอยู่เสมอ—แม้ว่าเจ้าตัวจะคิดว่าเขาเป็นเพียงมนุษย์ผู้เล่นเกมคนหนึ่งก็ตาม
"แล้วท่านนักวิเคราะห์จะยอมให้แผนการตื้นเขินแค่นี้มาทำลายเวลาสามชั่วโมงที่เราลงทุนไปหรือเปล่าคะ?" เซนเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความขบขันระคนเอ็นดูเล็กน้อย
"ดูถูกกันเกินไปแล้วค่ะ เซน" เรย์หันมาสบตา ประกายตาคมปนความท้าทายวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ลงทุนส่งแนวหน้าเลเวลสูงมาดักรอเราถึงทางเข้าห้องโถงพิธีกรรม... เราก็แค่ต้อง 'ต้อนรับ' ให้สมเกียรติกับความพยายามนั้นหน่อยก็เท่านั้นเอง"
สิ้นคำพูด ร่างบางก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับกวาดมือสร้างอาคมเขตแดนลวงตาขึ้นกลางอากาศ ความซับซ้อนของเส้นสายมานาสีฟ้าครามถักทอเข้าหากันจนกลายเป็นภาพลวงตาของกลุ่มเรย์ที่กำลังวิ่งหนีลึกเข้าไปในเขาวงกตด้านซ้าย ทว่าตัวจริงของทั้งคู่กลับหมุนตัวหลบเข้าสู่ซอกหินเงามืดทางด้านขวา ซึ่งเป็นจุดอับสายตาที่ระบบตรวจจับของเกมมักจะมองข้ามไปเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ซ้อนทับกัน
ทางด้านของกลุ่มผู้เล่นกิลด์อัสนีทมิฬที่นำโดย 'กริฟฟอน' นักรบคลั่งเลเวลเจ็ดสิบ กำลังพุ่งทะยานเข้ามายังจุดที่คาดว่าเป้าหมายอยู่ ดาบใหญ่ในมือของเขาอาบด้วยประกายสายุ웃สีม่วงเข้มพร้อมทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"เฮ้ย! พวกมันหนีไปทางนั้นแล้ว ตามไปอย่าให้หลุดรอดไปได้เด็ดขาด! ท่านรองกิลด์สั่งมาว่าต้องเคลียร์เควสนี้ก่อนที่กิลด์เซนต์แพนธีออนจะรู้ตัว!" กริฟฟอนตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น ถ้ำหินสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของเกราะหนักที่พุ่งผ่านไป
เรย์มองตามแผ่นหลังของกลุ่มศัตรูที่วิ่งตามภาพลวงตาเข้าไปในกับดักที่เธอจงใจทิ้งไว้ รอยยิ้มมุมปากของนักวางแผนสาวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ปลายนิ้วเรียวกดคลิกใช้งานสวิตช์กลไกศิลาโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าทันที
*คลิック!*
เสียงกลไกฟันเฟืองโบราณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรกาย พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มกิลด์อัสนีทมิฬยุบตัวลงในพริบตา พร้อมกับเสาแสงสีทองอร่ามที่พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน กักขังร่างของพวกมันเอาไว้ด้วยพันธนาการแห่งบาเรียโบราณ ค่าสถานะความเร็วและพลังป้องกันลดฮวบลดลงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในคราวเดียว!
"อะไรกันวะเนี่ย! กับดักเหรอ! ใครเป็นคนตั้งไว้?!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังระงมขึ้นจากฝั่งศัตรู
"ก็คนที่กำลังรอต้อนรับพวกคุณอยู่นี่ไงคะ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังกังวานขึ้นจากเบื้องบน เรย์และเซนก้าวออกมาจากเงาหินอย่างสง่างาม ดาบคาตานะในมือของเซนสะท้อนแสงสีเงินยวงยามที่เขาตวัดปลายดาบลงเบื้องล่าง สร้างคลื่นกระแทกมานาพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ติดอยู่ในบาเรียอย่างแม่นยำ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ใน ⁇ กำมือของเรย์และเซนนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าของพวกเขากลับบิดเบือนราวกับผืนน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป มิติรอบตัวแตกออกเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่ามอนสเตอร์ระดับบอสทั่วไปแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ลมหายใจสะดุด
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเรย์กะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกระชั้นชิด
[คำเตือน: ตรวจพบผู้เล่นระดับสูงพิเศษ 'สถาปนิกเงา' แทรกแซงพื้นที่เควส]
[ระบบภารกิจถูกยกระดับเป็น 'ภารกิจลับระดับ SSS: พันธนาการแห่งผู้ทำลายล้าง']
[คำเตือน: ท่านไม่สามารถออกจากพื้นที่นี้ได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นเงื่อนไขพิเศษ]
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความตื่นเต้นระคนแปลกใจฉายชัดขึ้นในแววตา
นี่ไม่ใช่แค่การขัดขวางธรรมดาจากกิลด์คู่แข่งเสียแล้ว... แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนจงใจใช้เควสนี้เป็น "เหยื่อล่อ" เพื่อดึงพวกเขาลงสู่หลุมพรางที่ลึกยิ่งกว่าเดิม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนนี้ด้วยนะคะ!
ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว•ตอนที่ 13
กับดักที่ตั้งไว้รอ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ก็ถูกรุ่นพี่ตัวร้ายจองตัวเข้ากิลด์ซะแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!