กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 2

หุบเขาหมื่นเหมันต์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
ปรารถนาแห่งสวรรค์ช่างเหี้ยมโหดและไร้ปรานีปานนี้เชียวหรือ อสุนีบาตสีทองอร่ามที่แผดเสียงคำรามกึกก้องอยู่เบื้องบน มิได้เป็นเพียงบททดสอบจากฟ้าดิน หากแต่เป็นอัคคีพิโรธที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นจุล ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าทัณฑ์สวรรค์ กลับไม่ใช่สายฟ้าฟาดฟัน หากแต่เป็นรอยแยกมิติสีดำสนิทที่ฉีกกระชากผืนฟ้าเบื้องหลังร่างของเซียนจื่อเหมย เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมาตามสายลมหนาวเหน็บราวกับภูตผีจากขุมนรกโลกันตร์—นั่นคืออดีตที่นางพยายามฝังกลบไว้ใต้ห้วงน้ำแข็งหมื่นปี อดีตที่ตามมาหลอกหลอนจนถึงลมหายใจสุดท้าย "จื่อเหมย!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของหลี่มู่เฉินตวาดก้องท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้า เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างปราดเปรียวราวกับพญาอินทรีย์ทะยานฝ่าม่านพลังอันบีบคั้นเข้าไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้ สัมผัสเย็นเยียบดุจหยกสลักส่งผ่านจากผิวเนื้อนางเข้าสู่หัวใจของเขา ทว่าแววตาของจื่อเหมยในยามนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแสงสีชาดที่วับwawอยู่ในหน่วยตาคู่นั้น—ประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกับวิถีเซียนที่นางร่ำเรียนมา "หลี่มู่เฉิน... ท่านไม่ควรเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ แต่กลับสั่นสะท้อนลึกในอกของจารชนหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง "เหลวไหล!" หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัวต่อเงื้อมมือมรณะเบื้องบน "ข้าคือหลี่มู่เฉิน ผู้ใดในใต้หล้าจะกำหนดวิถีทางให้ข้าได้ แม้แต่สวรรค์... ก็ไม่มีสิทธิ์!" สิ้นคำประกาศกร้าว กระบี่เหล็กนิลกาฬในฝักข้างกายของเขาก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ประหนึ่งรับรู้ถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านที่ลุกโชนขึ้นในอกของนายเหนือ *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ แรงระเบิดของอัคคีสวรรค์แผดเผาพื้นดินจนกลายเป็นหลุมลึกนับร้อยวา ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้น หลี่มู่เฉินใช้เคล็ดวิชา 'ย่างก้าวพานพบเมฆา' พาเซียนจื่อเหมยพุ่งทะยานหลบหนีเข้าสู่เขตแดนต้องห้ามเบื้องหน้า—หุบเขาหมื่นเหมันต์ ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีผู้ใดในยุทธภพกล้าย่างกรายเข้าไปแม้แต่เพียงครึ่งก้าว หุบเขาหมื่นเหมันต์ในยามนี้ปกคลุมด้วยหมอกสีครามหนาทึบ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนน่าขนพองสเกียว ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านทะลุผ่านเสื้อผ้าเนื้อดีเข้าสู่กระดูกดำ ที่นี่ไร้ซึ่งเสียงสรรพชีวิต ไร้ซึ่งร่องรอยของมนุษย์ มีเพียงซากโครงกระดูกของเซียนและมารนับไม่ถ้วนที่ถูกแช่แข็งไว้ชั่วนิรันดร์ เป็นประจักษ์พยานแห่งความตายของผู้ที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้ "ที่นี่... คือที่ใด" หลี่มู่เฉินวางร่างของจื่อเหมยลงบนแผ่นศิลาเย็นเฉียบ เซียนจื่อเหมยหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน แม้มนตราน้ำแข็งของนางจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่การเผชิญหน้ากับรอยแยกมิติแห่งอดีตเมื่อครู่ก็ทำให้พลังปราณในกายปั่นป่วนจนแทบกระอักเลือด นางกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดหวั่นและโล่งอกในเวลาเดียวกัน "หุบเขาหมื่นเหมันต์... เขตแดนสูญสิ้นวิญญาณ" นางพึมพำตอบเสียงแผ่วเบา ร่างระหงสั่นเทาน้อยๆ "ดินแดนที่แม้แต่กฎสวรรค์ก็เอื้อมไม่ถึง... และก็ไม่มีทางหาทางออกพบ" "ไม่มีทางออก?" หลี่มู่เฉินเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย เขากวาดสายตามองความมืดมิดเบื้องหน้าที่ทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด "สำหรับผู้อื่นอาจเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับข้า... หากสวรรค์ปิดตายประตูทุกบาน ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ฟันฝ่าเปิดทางออกด้วยตนเอง!" น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและมั่นใจในวิถีกระบี่ของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจที่ด้านชาและเย็นเยียบของจื่อเหมยกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คมกระบี่ที่ยังอยู่ในฝักของเขาแผ่รังสีจิตสังหารอันดุดันออกมาขับไล่ความหนาวเหน็บรอบกาย ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับไว้ตลอดหลายร้อยปี—ความรู้สึกของการมีใครสักคนยืนหยัดเคียงข้าง ท่ามกลางพายุฝนแห่งโชคชะตา—กำลังไหลรินเข้าสู่หัวใจที่แห้งผากของนางอย่างช้าๆ "ท่านมันคนบ้า... หลี่มู่เฉิน" นางเอ่ยพึมพำด้วยรอยยิ้มจางๆ บนเรียวปากซีดเซียว เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา งดงามยิ่งกว่าดอกเหมันต์พันปีที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย "ข้ารับคำชมนั้น" หลี่มู่เฉินหันกลับมาสบตา พร้อมกับยื่นมือหนาออกไปเบื้องหน้า "ลุกขึ้นเถอะจื่อเหมย... ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรก หรืออดีตที่เจ้าหวาดกลัว ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือข้า เจ้าจะไม่มีวันต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกเด็ดขาด" เซียนจื่อเหมยชะงักงัน นางมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า—มือที่ผ่านการร่ำเรียนวิถีกระบี่อันโชกโชน เต็มไปด้วยรอยด้านหนาจากการถือด้ามกระบี่ แต่มันกลับเป็นมือที่อบอุ่นและมั่นคงที่สุดในสามภพนี้ ทว่า ในขณะที่ปลายนิ้วเรียวบางของนางกำลังจะเอื้อมไปแตะสัมผัสกับมือของชายหนุ่มนั้นเอง... ลมหายใจของหุบเขาหมื่นเหมันต์ก็พลันหยุดชะงัก! เสียงดนตรีพิณโบราณอันโหยหวนและเยือกเย็น บรรเลงขึ้นจากความมืดมิดเบื้องลึกของหุบเขา—เสียงพิณที่ไร้ที่มา แต่มันกลับสั่นสะเทือนวิญญาณของทั้งสองคนให้หลุดลอยออกจากร่าง และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์นับร้อยร่าง ที่ค่อยๆ ก้าวเดินทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบออกมา... ทุกร่างล้วนมีใบหน้าและดวงตาที่ว่างเปล่า... ใบหน้าและดวงตาที่ถอดแบบมาจาก "เซียนจื่อเหมย" ราวกับพิมพ์เดียวกัน! "นั่น... มันคือตัวตนของข้าในอดีตชาติที่ถูกสังหารไปแล้ว..." เซียนจื่อเหมยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าถอดสีจนขาวซีดราวกับกระดาษ ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งวิถีกระบี่อันหนาเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะพิฆาตเซียน กับนางพญาผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%