กลิ่นคาวสนิมเหล็กและหยาดฝนที่เพิ่งซาลงทิ้งไอเย็นเยียบไว้บนหลังคากระเบื้องเคลือบของจวนเสนาบดีซ่ง เซี่ยหว่านหนิงแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ เมื่อแผ่นหลังบางถูกดันแนบชิดกับผนังไม้เนื้อแข็งในมุมมืดของห้องหนังสือลับ โดยมีร่างสูงใหญ่ของกู้เหยียนอวี่ทาบทับกักขังนางไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์เทศจางๆ ลอยปะทะปลายจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบ
ให้ตายเถอะ... นี่คือนางพาตัวเองมาติดกับในภารกิจลอบเร้น หรือพาตัวเองมาทรมานหัวใจเล่นกันแน่ค่ะ!
"ท่านแม่ทัพ..." หว่านหนิงเค้นเสียงกระซิบลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด "หากท่านยังใช้หน้าตาหล่อเหลาเป็นเกราะกำบังความซุ่มซ่ามเมื่อครู่ ข้าเกรงว่าเราคงได้นอนให้องครักษ์ของซ่งจงหรอมัดมือต้มเป็นแกงจืดในอีกไม่กี่เค่อข้างหน้านี้แน่"
กู้เหยียนอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาในความมืดทอประกายลึกล้ำ เขาไม่ได้ถอยห่าง กลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "คนที่เกือบทำแผนแตกด้วยการเถียงกับแมวป่าข้างกำแพงเมื่อครู่ ดูเหมือนจะไม่ใช่ข้านะแม่นางเซี่ย"
"นั่นไม่ใช่แมวป่า! มันคือแมวดำของอนุภรรยาคนที่เจ็ดต่างหากเล่า แล้วถ้าข้าไม่ขู่มัน มันคงส่งเสียงร้องปลุกคนทั้งจวนไปแล้ว ท่านนี่มัน... อื้ม!"
เรียวปากอิ่มถูกปิดสนิทด้วยฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาปิดไว้ทันท่วงที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลงที่หน้าประตูห้องหนังสือลับแห่งนี้
ในความเงียบงัดงันที่แทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม กู้เหยียนอวี่ขยับตัวเข้ามาชิดอีกนิดจนแทบไม่มีช่องว่าง หน้าอกกว้างแนบชิดกับแผ่นอกบางภายใต้ชุดบุรุษ ความอบอุ่นจากร่างกายของแม่ทัพหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนหว่านหนิงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมเริ่มพร่าเลือน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายยิ่งกว่าคมดาบของศัตรูเสียอีกค่ะ
ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ เสียงฝีเท้าเหล่านั้นก็เคลื่อนห่างออกไป พร้อมกับลมหายใจผ่อนยาวของกู้เหยียนอวี่ที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู
ทว่าเขายังคงไม่ยอมถอยออกไป หว่านหนิงจึงใช้ศอกกระแทกเบาๆ ที่ชายโครงของคนตัวโตทันทีที่สบโอกาส "ปล่อยได้แล้วกระมังท่านแม่ทัพ หรือท่านติดใจบรรยากาศในห้องเก็บความลับของคนชั่วเสียแล้ว"
กู้เหยียนอวี่ลดมือลง แต่ยังคงกักขังนางไว้ด้วยท่อนแขน เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขบขันที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "ข้าแค่วัดดูว่า ฝีปากของเจ้ากับความกล้า อย่างไหนมันจะยาวกว่ากัน... และดูเหมือนว่าอย่างแรกจะยาวกว่าเสียจนน่าจับมาลงทัณฑ์นัก"
"ท่าน!" หว่านหนิงกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ นางตวัดสายตาคมกริบมองหาช่องทางหลบหนี ก่อนจะเบนความสนใจกลับมายังโต๊ะทำงานไม้จันทน์แดงเบื้องหน้า "เลิกต่อปากต่อคำเสียที เวลาของเรามีจำกัด บัญชีลับที่องค์ชายสามใช้ติดสินบนขุนนางท้องถิ่นควรจะซ่อนอยู่แถวนี้"
มือเรียวบางในถุงมือหนังสีดำเริ่มกวาดหาตามชั้นหนังสือและลิ้นชักลับอย่างคล่องแคล่ว ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง กู้เหยียนอวี่มองแผ่นหลังบางนั้นเงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทีเย็นชาเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง บุตรีนักปรุงยาผู้ถูกครอบครัวทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยผู้นี้ มีความเข้มแข็งและดื้อรั้นที่ชวนให้คนรู้สึกอยากปกป้องและอยากทำลายความพยศนั้นไปพร้อมๆ กัน
"เจอแล้ว..." เสียงหวานพึมพำอย่างยินดี เมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับกลไกใต้ลิ้นชัก เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับช่องลับที่เผยให้เห็นสมุดปกหนังสีดำสนิท ประทับตราลับของสำนักราชองครักษ์ฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากขององค์ชายสามลงได้
ทว่า... รอยยิ้มแห่งความสำเร็จยังไม่ทันได้จางหายไปจากมุมปากของหว่านหนิง แสงไฟสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระดาษสา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นจากด้านนอกห้องหนังสือ
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ท่านแม่ทัพกู้กับแม่นางเซี่ย... พวกท่านนี่ช่างขยันขันแข็งเสียจนน่ามอบรางวัลจวนแตกให้จริงๆ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นและเหี้ยมเกรียมดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในอาภรณ์หรูหราสีม่วงเข้ม ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา องค์ชายสามก้าวเข้ามาในห้องโดยมีกองกำลังเงาปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน รอยยิ้มของพระองค์ช่างอาบยาพิษ และสายตาที่มองมาที่ทั้งคู่ราวกับแมวจับหนูเล่นสนุก
กู้เหยียนอวี่ก้าวขึ้นมาบังร่างของหว่านหนิงไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปจับด้ามกระบี่ข้างกายอย่างแนบเนียน บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นกดดันและอันตรายถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
"ดูท่า... ค่ำคืนใต้แสงจันทร์นี้ จะไม่ได้มีแค่พวกเราสองคนเสียแล้วกระมังคะท่านแม่ทัพ" หว่านหนิงกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ขณะที่มือข้างหนึ่งแอบหยิบขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพด้วยกันนะคะ!
ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง•ตอนที่ 6
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ที่วุ่นวาย
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพปากแข็งกับนักปรุงยาที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!