กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ•ตอนที่ 32

การตอบโต้สุดเดือด

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"เซ็นใบโอนกรรมสิทธิ์ซะ... แล้วพวกแกทั้งหมดจะยังมีลมหายใจเดินออกไปจากตึกนี้" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของตึกบัญชาการเครือข่ายธุรกิจสีเทา 'พยัคฆ์บูรพา' เสียงหัวเราะของนายทุนใหญ่ผู้กุมอำนาจมืดครึ่งเมืองดังระคนไปกับความเหิมเกริม ใบหน้าอ้วนท้วมที่เต็มไปด้วยความโลภจับจ้องมองชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาดูแคลน รวินท์ยืนนิ่งสงบ เยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อน ขณะที่รินรดากุมมือเขาไว้แน่น มือเรียวของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความกดดัน แต่นัยน์ตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่พวกเขาถูกเหยียบย่ำ ถูกไล่ล่า และถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากครอบครัวจอมปลอมพวกนั้น รวินท์ได้เรียนรู้แล้วว่า ความเมตตาต่อศัตรูคือความโหดร้ายต่อตนเอง "มั่นใจนักเหรอว่าพวกแกจะยังมีอาณาจักรนี้ให้ยืนอยู่จนถึงพรุ่งนี้เช้า?" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้เสียงหัวเราะในห้องเงียบกริบลงทันที นายใหญ่แห่งพยัคฆ์บูรพาหน้าตึงขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเค่นหัวเราะออกมาดังลั่น "ปากดีนักนะไอ้สวะ! แกคิดว่าแค่เอาตัวรอดมาได้จากการไล่ล่าไม่กี่ครั้ง แล้วจะมาต่อกรกับเครือข่ายธุรกิจที่รากหยั่งลึกที่สุดในเมืองนี้ได้งั้นเหรอ? ลูกน้องฉันนับร้อยคนล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้ว เอกสารพวกนั้นคือใบมรณบัตรของพวกแกเองต่างหาก!" รวินท์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก นิ้วเรียวยาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยความคุ้นเคย ระบบอัจฉริยะในมือส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในโสตประสาทของเขา—*[ยินดีต้อนรับท่านประธานรวินท์ อำนาจทางการเงินระดับสูงสุดพร้อมปฏิบัติการ]* รินรดามองหน้าชายคนรัก เธอเห็นประกายแสงแห่งชัยชนะที่เดเด่นชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในใจ ลบล้างความหนาวเหน็บที่เคยเกาะกุมมาตลอดหลายปี "ถ้าอย่างนั้น... เรามาเริ่มลบอดีตจอมปลอมพวกนี้ทิ้งกันเถอะค่ะ" รินรดากระซิบเบาๆ แต่หนักแน่น เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ร่วมกับเขา รวินท์กดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอด้วยความเด็ดขาด พริบตาถัดมา... เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งตึก แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวราวกับเตือนภัยมรณะ เสียงฝีเท้าโกลาหลและเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังเล็ดลอดเข้ามาจากภายนอกห้องประชุม นายใหญ่แห่งพยัคฆ์บูรพาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที "เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น! ไปดูซิ!" นายใหญ่ตวาดลั่นใส่บอดี้การ์ดคนสนิท แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ประตูห้องประชุมขนาดใหญ่ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ร่างของลูกน้องมือขวาพุ่งกระเด็นเข้ามานอนกองกับพื้นด้วยสภาพสะביินสะบอ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังของกองกำลังเฉพาะกิจระดับประเทศที่กรูเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ในพริบตาเดียว พร้อมๆ กับเสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์ของบรรดานักธุรกิจและเจ้าหนينอกระบบในห้องที่ดังระรัวขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย! *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารและตลาดหุ้นหลักทรัพย์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของทุกคนในห้องบัญชาการ หุ้นทุกตัวในเครือพยัคฆ์บูรพาดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง บัญชีลับ ทรัพย์สิน และที่ดินทุกแปลงถูกอายัดและโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่กองทุนส่วนบุคคลของรวินท์โดยสมบูรณ์ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ระบบเงินตราอันไร้ขีดจำกัดได้กวาดล้างรากฐานทางธุรกิจทั้งหมดของพวกมันให้หายวับไปกับตา ราวกับว่าอาณาจักรที่พวกมันใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิตไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง "เป็นไปไม่ได้... หุ้นของฉัน... เงินทั้งหมดของฉัน... หายไปไหนหมด!" นายใหญ่พยัคฆ์บูรพาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเบิกโพลงมองตัวเลขศูนย์บาทบนหน้าจอด้วยความคลุ้มคลั่ง รวินท์ก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวชายอ้วนท้วมผู้เคยยิ่งใหญ่ สายตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เขาก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "อำนาจที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ว่าแกมีลูกน้องกี่คน... แต่อยู่ที่ว่า ใครคือผู้กุมกุญแจที่จะอนุญาตให้พวกแกมีสิทธิ์หายใจอยู่ต่างหากล่ะครับ... อ๊ะ ขออภัยที พอดีผมติดปากคำว่าครับไปหน่อย... สำหรับพวกแก มันต้องไม่มีคำว่าปรานีต่างหากล่ะคะ" รินรดายืนเคียงข้าง เขายกมือขึ้นโอบเอวเธอไว้หลวมๆ ท่ามกลางความโกลาหลและซากปรักหักพังทางธุรกิจของศัตรูที่ถูกถล่มจนราบคาบเป็นหน้ากลอง ความสำเร็จอันหอมหวานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การล้างแค้น แต่มันคือการประกาศศักดาว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป โลกใบนี้จะต้องหมุนตามบัญชาของพวกเขาเท่านั้น ทว่า... ในขณะที่ความเงียบงันแห่งความพ่ายแพ้กำลังปกคลุมห้องประชุม เสียงปรบมือเย็นเยียบสามครั้งก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังเสาหินอ่อน *แปะ... แปะ... แปะ...* ร่างของหญิงสาวในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ เธอมองหน้ารวินท์ด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของรวินท์และรินรดาสะดุดกึกลงทันที "ทำได้ดีมาก... รวินท์ พี่ชายตัวปลอมของฉัน แต่เกมที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ต้นไม้ริมระเบียง" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุญแจดอกนั้นเป็นของผมครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%