"ถ้าพวกมันกล้าส่งคนมาป่วนหน้าร้านเราอีกรอบ ฉันจะเอาน้ำพริกนรกถังนี้สาดหน้าให้ตาบอดสนิทไปเลยคอยดู!"
เสียงกระแทกครกหินดัง "ปัก!" จนรินรดาต้องสะดุ้งเล็กน้อย หญิงสาวตวัดสายตามองสหายรักอย่างแม่เฒ่าจันทร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการตำพริกแกงด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึง ขณะที่กลิ่นหอมฉุนของข่า ตะไคร้ และพริกแห้งคั่วคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวหลังบ้าน นี่ไม่ใช่เวลามานั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อพวกอันธพาลหน้าเลือดจากตระกูลใหญ่ในตัวอำเภอส่งคนมาวนเวียนป้วนเปี้ยนแถวร้านชำและแผงอาหารของนางหลายครั้งหลายหน รินรดาจึงรู้ดีว่าความอดทนมีขีดจำกัด และเธอก็ไม่ใช่แม่นางเอกเจ้าน้ำตาที่จะยอมให้ใครมารังแกฝ่ายเดียว
ทว่า คนที่ออกไปจัดการเงียบๆ ก่อนที่เธอจะทันได้คว้าทัพพีตักน้ำมันเดือดๆ ออกไปสาด ก็คือ "ขุนเขา" สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมของเธอนั่นเอง
รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของ "แกงฮังเลหมูสามชั้น" ที่เธอเคี่ยวจนน้ำซุปขลุกขลิกสีเข้มข้นกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ เนื้อหมูสามชั้นติดมันฉ่ำวัวถูกเคี่ยวจนนุ่มเปื่อยละลายในปาก พร้อมด้วยความเปรี้ยวอมหวานจากมะขามเปียกและขิงซอยที่ตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว เมนูนี้เธอตั้งใจทำไว้รอต้อนรับสามีผู้กำลังปฏิบัติภารกิจลับในยามวิกาล
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน รินรดาเห็นสามีร่างสูงใหญ่ของเธอกำลังลับมีดพกประจำกายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซ่อนประกายความเย็นชาที่ทำเอาคนมองต้องเสียวสันหลังวาบ เมื่อเธอเอ่ยถาม เขากลับตอบเพียงสั้นๆ ว่า
"พี่จะไปเคลียร์บัญชีเก่ากับพวกหมาลอบกัดหลังเขาเสียให้จบเรื่อง... เมียรออยู่ที่บ้าน ทำกับข้าวรอท่าเถอะ เดี๋ยวพี่กลับมา"
คำพูดห้วนสั้นแต่มั่นคงนั้นทำเอารินรดารู้สึกทั้งอุ่นใจและใจหายในเวลาเดียวกัน ขุนเขาในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พรานหนุ่มบ้านป่าธรรมดา แต่ร่องรอยบาดแผลเป็นที่พาดผ่านแผ่นหลังกว้างและทักษะการเคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอย บ่งบอกชัดเจนว่าเขาคืออดีตทหารผู้ผ่านสนามรบอันโชกโชน และเมื่อมีคนบังอาจมารังควานครอบครัวและธุรกิจที่เธอกำลังสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ อดีตทหารผู้นี้ก็พร้อมจะลุกขึ้นมาสวมวิญญาณมัจจุราชเงียบๆ เพื่อปกป้องภรรยาเช่นกัน
ในมิติลับของรินรดาเวลานี้ อุปกรณ์ไฮเทคและสมุนไพรหายากมากมายนอนนิ่งสนิท เธอแอบหยิบ "กล้องส่องทางไกลอินฟราเรด" และ "ผงยาสลบไร้กลิ่น" ยัดใส่ย่ามให้สามีก่อนออกเดินทาง แม้ปากจะบ่นว่าเขาชอบทำตัวเป็นฮีโร่บ้าระห่ำ แต่ลึกๆ แล้วหัวใจดวงน้อยกลับเต้นระรัวด้วยความห่วงหาอาทร
ตัดภาพมาที่ชายป่าลึกเขตชายแดนรอยต่อหมู่บ้าน แสงจันทร์สาดส่องผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเป็นลำแสงสีเงินสลัว ท่ามกลางความเงียบสงบของผืนป่า ร่างสูงใหญ่ของขุนเขากำลังแนบกายกลืนไปกับเงาไม้ใหญ่อย่างแนบเนียน สายตาคมกริบกวาดมองไปยังเพิงพักชั่วคราวของกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่มีท่าทางพิรุธ พวกมันกำลังล้อมวงดื่มสุราและส่งเสียงหัวเราะอย่างฮึกเหิม โดยมีหีบไม้ใบเล็กหลายใบวางอยู่ข้างตัว ซึ่งส่งกลิ่นอายคุ้นเคย—กลิ่นของสินค้าหนีภาษีและยาเสพติดลักลอบนำเข้าที่พวกมันใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ามามีอิทธิพลเหนือกิจการค้าขายในท้องถิ่น
"ไอ้พวกนี้นี่เอง..." ขุนเขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือก
เขาสังเกตเห็นหัวหน้ากลุ่มซึ่งเป็นชายร่างกำยำมีแผลเป็นที่มุมปาก มันกำลังสั่งการสมุนให้เตรียมตัวเข้าไปสร้างความวุ่นวายที่ร้านชำของแม่เฒ่าจันทร์และแผงอาหารของภรรยาเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ขุนเขากำมือแน่นจนข้อต่อลั่นกรอบ ความอดทนของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษหมดลงแล้ว ทว่า แทนที่จะพุ่งเข้าไปบู๊ล้างผลาญซึ่งอาจทำให้ศัตรูไหวตัวทันและสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่ เขาเลือกใช้ "กลยุทธ์สงครามจิตวิทยา" ที่ร่ำเรียนมาในอดีต
ชายหนุ่มเคลื่อนไหวราวกับภูตผี ไร้เสียงฝีเท้า ไร้การแจ้งเตือน ในความมืดมิด เขาย่องเข้าไปประชิดตัวสมุนปลายแถวที่แยกตัวออกไปปัสสาวะหลังพุ่มไม้ ชั่วพริบตาเดียวสันมือหนาก็สับเข้าที่ต้นคอของมันอย่างแม่นยำ ร่างนั้นล้มพับลงหมดสติไปทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง
ขุนเขาจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากับสมุนคนนั้น สวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้า แล้วลากร่างหมดสติซ่อนไว้ในพุ่มไม้ทึบ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหาพวกมันราวกับเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊ง
"เฮ้ย ไอ้ชาติ มึงไปนานจังวะ หรือว่าไปแอบอ้วกเหล้าขาวมา?" เสียงสมุนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความเมามาย
ขุนเขาแกล้งทำเป็นเดินเซและส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอเพื่อตบตา "ปวดท้องวะ... ว่าแต่หัวหน้า ที่เราจะไปพังร้านนั่นพรุ่งนี้ แน่ใจนะว่าไม่มีใครคุ้มครองวะ ได้ยินมาว่าผัวนังแม่ค้าปากจัดนั่นเป็นพรานมือดีนะเว้ย"
หัวหน้าแก๊งที่มีแผลเป็นที่มุมปากหัวร่อร่าอย่างไม่ี่แยแส มันกระดกเหล้าเข้าปากก่อนจะตบโต๊ะเสียงดัง "พรานกระจอกๆ คนเดียวจะไปทำอะไรได้วะ นายใหญ่สั่งมาว่าถ้ามันยังขัดขวางการผูกขาดตลาดของเรา ก็จัดการเก็บให้เรียบทั้งผัวทั้งเมีย แล้วยึดสูตรทำอาหารพวกนั้นมาซะ!"
คำว่า "เก็บให้เรียบ" หลุดออกมาจากปากของมัน ทำให้ประกายตาในความมืดของขุนเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความอำมหิต อดีตทหารหนุ่มแอบหยิบซองผงยาสลบที่ภรรยาเตรียมให้ขึ้นมาอย่างไร้เสียง เขาแกล้งทำเป็นชวนพวกมันดื่มฉลองล่วงหน้าสำหรับแผนการในวันพรุ่งนี้ โดยอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอ โรยผงยาสลบลงไปในไหเหล้ากลางวงอย่างแนบเนียน
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เสียงหัวเราะและการสนทนาก็ค่อยๆ เงียบลงทีละคน ร่างของชายฉกรรจ์นับสิบคนฟุบหลับคาโต๊ะด้วยฤทธิ์ยา
ขุนเขาเดินเข้าไปหาหัวหน้าแก๊งที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง มันพยายามจะควักมีดสั้นออกมา แต่กลับถูกเท้าหนาเหยียบกดลงไปบนอกจนกระดูกซี่โครงแทบร้าว ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนมันต้องอ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงจันทร์สะท้อนให้เห็นแววตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่ไร้ซึ่งความปรานี
"แก... แกเป็นใคร..." หัวหน้าแก๊งเค้นเสียงถามด้วยความหวาดผวา
ขุนเขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหอด้วยน้ำเสียงแหบต่ำและทรงพลัง "กูคือสามีของ 'ยายตัวแสบ' ที่พวกมึงบังอาจคิดจะแตะต้อง... กลับไปบอกนายใหญ่ของพวกมึงซะว่า ถ้ายังไม่อยากให้ตระกูลพวกมันพินาศย่อยยับ จงไสมือออกไปจากเขตนี้ ไม่อย่างนั้น... ศพต่อไปจะไม่ใช่แค่หมดสติแบบนี้แน่"
พูดจบ ขุนเขาก็ตวัดมีดสั้นปักลงไปเฉียดใบหูของมันฝังลึกลงไปในเนื้อไม้ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวดังลั่นป่า แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อร่างของหัวหน้าแก๊งสลบเหมือดลงไปกองกับพื้นตามลูกน้อง
ยามดึกสงัด ณ เรือนพักหลังบ้าน กลิ่นหอมของแกงฮังเลหมูสามชั้นยังคงอุ่นกรุ่นอยู่บนเตา รินรดานั่งเท้าคางรอด้วยความกระวนกระวายใจ แม้ปากจะบอกว่าสามีเก่งกาจเอาตัวรอดได้สบาย แต่หัวใจของภรรยาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าประตูบ้าน ตามด้วยเสียงเคาะเบาๆ ที่เป็นรหัสลับระหว่างเธอกับเขา
หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที ร่างสูงใหญ่ของขุนเขาก้าวเข้ามาในแสงไฟอบอุ่น แม้จะมีร่องรอยฝุ่นดินเล็กน้อยตามเนื้อตัว แต่ดวงตากลับพราวระยับและไม่มีบาดแผลใดๆ
"กลับมาแล้วหรือคะ? เป็นอย่างไรบ้าง พวกมันยอมรามือหรือยัง?" รินรดารีบเอ่ยถามพร้อมกับยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นไปเช็ดเหงื่อให้สามีอย่างเบามือ
ขุนเขาคว้ามือเรียวนั้นมากุมไว้แนบแก้ม รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "เรียบร้อยดีแล้วครับ... พวกมันคงไม่กล้ามาเหยียบแถวนี้อีกพักใหญ่"
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะโล่งอกและตักแกงฮังเลร้อนๆ ใส่ชามให้สามีลิ้มลอง เสียงเคาะประตูกลับดังรัวขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความเร่งร้อนจากด้านนอก!
แม่เฒ่าจันทร์ที่เพิ่งเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนล้มฟุบกระแทกประตูบ้านเข้ามา พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่เปรอะเปื้อนเต็มเสื้อผ้า และเมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้น รินรดาก็ต้องตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด—นั่นคือสายลับคนสนิทของทางการที่ขุนเคยเคยร่วมรบด้วยในอดีต โดยมีลูกธนูอาบยาพิษปักคาอยู่ที่หัวไหล่ พร้อมกับกระดาษสาสنفลับที่เขียนด้วยลายมือสั่นเทว่า... *"ระวังตัว... คนใกล้ตัวทรยศ เป้าหมายต่อไปคือครอบครัวเจ้า!"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความอร่อยและความตื่นเต้นไปด้วยกันนะคะ!
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ•ตอนที่ 23
อดีตทหารกับภารกิจลับ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายตัวแสบผู้มีมิติลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!