ไอน้ำอุ่นจากการอาบน้ำยังคงเกาะพราวอยู่บนบานกระจกใสในห้องน้ำ ไอร้อนเจือกลิ่นหอมหวานละมุนของสบู่เหลวกลิ่นสตรอว์เบอร์รีป่า—กลิ่นเดียวกับที่มายด์โปรดปรานและมักจะซื้อมาเติมเต็มชั้นวางของในห้องน้ำเสมอ—ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศจนชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม พราวยกปลายนิ้วที่สั่นเทาขึ้นเล็กน้อย ปาดร่องไอน้ำบนกระจกเงาบานใหญ่ให้เปิดออกเป็นวงกลมกว้างพอที่จะสะท้อนภาพใบหน้าของเธอเองได้อย่างชัดเจน
ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้เงียบๆ เมื่อคืนยังคงมีความบวมช้ำเล็กน้อยริมขอบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวผู้รักความเป๊ะและยึดมั่นในระเบียบแบบแผนมาตลอดชีวิตต้องเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก หาใช่ร่องรอยความเหนื่อยล้าเหล่านั้นไม่
หากแต่เป็น 'ความจริง' ที่สะท้อนผ่านเงาในกระจกต่างหาก...
ภาพของเธอในยามนี้ กำลังสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวโคร่งของมายด์ เสื้อที่ยังคงทิ้งร่องรอยกลิ่นอายอบอุ่นสะอาดตาของผู้เป็นเจ้าinห้องนอนข้างๆ ไว้จางๆ ความยาวของชายเสื้อที่คลุมลงมาถึงช่วงต้นขา ยิ่งขับเน้นให้พราวดูเปราะบางและแตกต่างจากภาพลักษณ์สาวมั่นผู้คุมงานก่อสร้างในไซต์งานอย่างสิ้นเชิง
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับภาพสะท้อนในความรู้สึกนึกคิด
*“เธอไม่ได้แคร์ว่ามายด์จะเป็นรูมเมทที่ดี... เธอแคร์ว่ามายด์จะมองผู้หญิงคนอื่นด้วยสายตาแบบเดียวกันกับที่มองเธอหรือเปล่าต่างหาก”*
เสียงกระซิบของหัวใจตัวเองเมื่อคืนนี้ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พราวยกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนที่ตอนนี้กำลังซับสีเรื่อขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะความเขินอายธรรมดา แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ที่โหมซัดเข้ามาดั่งคลื่นใต้น้ำ พราวหลับตาลงช้าๆ พยายามทบทวนเหตุการณ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา—นับตั้งแต่ก้าวแรกที่มายด์เดินถือกระถางต้นโรสแมรี่เข้ามาในห้องพักแห่งนี้
ทุกรอยยิ้ม ทุกจานอาหารที่มายด์บรรจงปรุงให้ยามเธอกลับบ้านดึกดื่น ทุกค่ำคืนที่เรานั่งพิงไหล่กันบนโซฟาตัวนุ่มเพื่อดูหนังสารคดีเรื่องโปรด หรือแม้กระทั่งความห่วงใยอันแสนจะพอดีที่ไม่เคยล้ำเส้นจนน่าอึดอัด
ทั้งหมดนั้น... มันไม่ใช่ความผูกพันแบบเพื่อนสนิททั่วไปที่คนปกติเขาทำกัน
พราวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสตรอว์เบอร์รีที่ติดอยู่ปลายจมูกกลับยิ่งตอกย้ำความจริงข้อนั้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีก เธอกำลังตกหลุมรัก... ตกหลุมรักรูมเมทผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้พื้นที่หัวใจร่วมกันมาเนิ่นนานโดยที่เธอเองก็มัวแต่สร้างกำแพงความกลัวเรื่องการสูญเสียมาบังตาไว้
ความกลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์อันดี ทำให้เธอเลือกที่จะมองข้ามความรู้สึกที่แท้จริงมาตลอด แต่ในวินาทีนี้ เมื่อกระจกเงาตรงหน้าสะท้อนภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสียมายด์ไปในฐานะ 'คนรัก' มากเสียยิ่งกว่าการสูญเสียเพื่อนสนิท พราวก็รู้ตัวว่า... เธอไม่มีทางหนีพ้นความรู้สึกนี้อีกต่อไปแล้ว
"ให้ตายเถอะพราว... เธอแพ้ราบคาบเลยนะ" พราวพึมพำกับเงาของตัวเองในกระจก น้ำเสียงสั่นเครือเจือรอยยิ้มสมเพชตัวเองเล็กน้อยที่โง่เขลาปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องน้ำเบาๆ ดังขึ้นสามครั้ง ขัดจังหวะความคิดที่กำลังตีรวนอยู่ในหัวของสถาปนิกสาว
"พราวคะ อาบน้ำนานจัง... กาแฟดริปเสร็จแล้วนะ มายด์วางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัวแล้ว เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียรสชาตินะคะ" เสียงนุ่มนวลของมายด์ดังทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ถอยห่างออกไปทางห้องนั่งเล่น
ชื่อของมายด์ที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากของเจ้าตัวในระยะประชิด ทำเอาหัวใจของพราวไหววับราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน ปลายนิ้วที่ยังคงแตะอยู่บนขอบกระจกสะท้อนเงาถึงกับไร้เรียี่ยวแรง พราวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต ถอดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเปลี่ยนกลับเป็นชุดลำลองของตนเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูห้องน้ำแล้วก้าวเท้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่ข้างนอก
แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟเพดานสาดส่องลงมาที่เคาน์เตอร์ครัว มายด์ในชุดผ้ากันเปื้อนลายตารางสีครีมกำลังยืนหันหลังจัดแจงแก้วกาแฟสองใบอย่างตั้งอกตั้งใจ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยถูกรวบหลวมๆ ไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องที่ดูน่าทะนุถนอม—ภาพที่คุ้นตาจนพราวเผลอมองค้างไปชั่วขณะ
"อ้าว อาบเสร็จแล้วเหรอคะ วันนี้แต่งตัวเร็วจัง... เอ๊ะ ทำไมหน้าแดงจังล่ะพราว ไม่สบายหรือเปล่า"
มายด์หันกลับมาพร้อมกับถ้วยกาแฟในมือ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด ทันทีที่เธอสังเกตเห็นร่องรอยความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของคนตรงข้าม มายด์ก็วางแก้วลงบนโต๊ะทันทีแล้วก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวขึ้นมาหมายจะอังหน้าผากของพราวเพื่อวัดไข้ตามสัญชาตญาณความคุ้นเคย
ปลายนิ้วอุ่นๆ ของมายด์แตะสัมผัสลงบนหน้าผากของพราวแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยแต่กลับทำให้หัวใจของพราวเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกนอกอกในเวลานี้
ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด กลิ่นหอมหวานละมุนของสตรอว์เบอร์รีป่าลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ยิ่งทำให้พราวรู้สึกราวกับขาดอากาศหายใจ สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนว่างเปล่า
มายด์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่พราวใช้มองตนเองในวินาทีนี้ สายตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ความลังเล และ... ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้มานานแสนนานจนแทบจะทะลักออกมาทางแววตา
"พราว... มีอะไรหรือเปล่าคะ?" มายด์กระซิบถามเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่า เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
พราวยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่สื่อสารความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของมายด์—ผู้หญิงที่คอยดูแลเธอในทุกๆ วัน ผู้หญิงที่ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ กลายเป็น 'บ้าน' ที่แท้จริง
และในจังหวะที่พราวกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราไปตลอดกาลนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบางลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
*ติ๊ง... ต่อง...*
มายด์สะดุ้งเล็กน้อย ผละมือออกจากหน้าผากของพราวอย่างเสียดาย "เอ๊ะ ใครมาแต่เช้ากันนะ..." เธอบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูห้องเพื่อส่องตาแมว
พราวยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม หัวใจที่กำลังจะกล้าสารภาพความในใจถูกดึงกลับมาแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความตึงเครียดอีกครั้ง เธอมองตามแผ่นหลังของมายด์ที่เดินไปเปิดประตู พร้อมกับความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมากลางสันหลัง
ทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างสูงโปรดของแขกผู้มาเยือนที่ไม่คาดฝันก็ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นเคยที่ทำให้พราวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"สวัสดีครับมายด์... ผมกลับมาจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย เลยแวะมาหา... อ้าว พราว ก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย ดีจัง ครบแก๊งพอดีเลย"
— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 41
เงาสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!