กลิ่นหอมกรุ่นของชาคาโมมายล์อุ่นๆ ลอยวนอยู่ระหว่างเราสองคนในความเงียบงันที่ยาวนานเกินกว่าจะเรียกว่าความปกติ พราวคู้ตัวอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่นที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทว่าความเรียบร้อยรอบตัวกลับสวนทางกับความยุ่งเหยิงในอกอย่างสิ้นเชิง ปลายนิ้วเรียวยังคงกุมแก้วเซรามิกสีขาวไว้แน่น ราวกับว่าหากคลายมือออก สิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในโลกจะพังทลายลงไปต่อหน้า
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเข้มแข็งและมั่นใจในทุกย่างก้าวของสถาปนิกสาว ตอนนี้กลับแดงก่ำและหลบเลี่ยงการสบตาอย่างน่าใจหาย ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนจุกอกตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้พราวรู้สึกราวกับมีก้อนหินถ่วงอยู่กลางลำคอ ทุกครั้งที่กลืนน้ำลายจึงฝืดเคืองและเจ็บปวด
"พราวขอโทษนะคะ... มายด์"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ พราวตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตากับมณิการ์ หญิงสาวเจ้าของเรือนผมยาวประบ่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มายด์ยังคงรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่าแววตาคู่สวยที่เคยทอประกายอบอุ่นอ่อนโยนเสมอ กลับมีความไหววูบเจือจางที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ภาพเงาปริศนาจากอดีตที่ก้าวเข้ามาเมื่อคืน ยังคงทิ้งร่องรอยความเย็นเฉียบไว้ในอากาศ มันคือคนที่พราวพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต คือปมปัญหาที่ถูกกักเก็บไว้ในกล่องดวงใจที่ปิดตาย แต่วันนี้มันกลับถูกเปิดออกด้วยความสะเพร่าและความกลัวของตัวเธอเอง และคนที่ต้องมารับเคราะห์จากความหวาดระแวงนั้น ก็คือมายด์... คนที่คอยเยียวยาพื้นที่หัวใจของเธอด้วยความใส่ใจมาโดยตลอด
"พราวไม่ได้ตั้งใจจะผลักไสมายด์ให้ออกไปจากตรงนี้นะคะ..." พราวพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นสะท้อน หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยก่อนจะร่วงเผาะลงกระทบหลังมือที่กำแก้วชาอยู่ "ตอนที่เห็น... ตอนที่รู้ว่าเขากลับมา ความกลัวบ้าๆ มันก็ครอบงำพราวไปหมด พราวกลัวว่าเรื่องราวแย่ๆ ในอดีตจะเข้ามาทำลายความสงบสุขของเรา กลัวว่ามายด์จะต้องมาแปดเปื้อนกับความยุ่งเหยิงของพราว... พราวเลยพูดจาแย่ๆ ออกไปแบบนั้น พราวขอโทษจริงๆ ค่ะ"
มณิการ์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้ขยับตัวเข้าไปโอบกอดเหมือนอย่างเคย และไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมาทันที ความเงียบงันนี้ช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงต่อว่า เพราะมันทำให้พราวรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังสูญเสียพื้นที่ยืนข้างกายคนตรงหน้าไปทีละนิด
มายด์วางแก้วชาในมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของพราว ราวกับพยายามอ่านความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตา
"พราวคิดว่ามายด์อยู่ข้างๆ พราวเพราะความสงสารเหรอคะ?" มายด์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบแต่นุ่มนวลจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "หรือพราวคิดว่า พื้นที่ตรงนี้... พื้นที่ที่เราช่วยกันปลูกต้นไม้ รดน้ำ และดูแลมันมาด้วยกันทุกวัน มันเปราะบางเสียจนแค่ลมพัดผ่านครั้งเดียวก็จะพังทลายลงได้ง่ายๆ"
"เปล่านะคะ! พราวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..." พราวรีบปฏิเสธเสียงหลง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กเอื้อมออกไปหมายจะคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อมายด์เบือนสายตาหลบเลี่ยงเล็กน้อย
การกระทำนั้นทำให้พราวเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายยิ่งกว่าโดนมีดกรีด ความรู้สึกผิดตีรวนขึ้นมาจนพูดไม่ออก เธอเข้าใจดีว่าความไว้ใจไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ และเธอก็เป็นคนทำลายมันลงด้วยความขี้ขลาดของตัวเอง
"มายด์รู้ว่าอดีตของพราวมันหนักหนาแค่ไหนนะคะ พราวถึงต้องสร้างกำแพงหนาเตอะไว้ปกป้องตัวเอง มายด์ไม่เคยโกรธเลยที่พราวกลัว..." มายด์ถอนหายใจแผ่วเบา สายตากลับมาประสานกับพราวอีกครั้ง ความอ่อนโยนเริ่มกลับมาทอประกายในแววตานั้นทีละน้อย "แต่สิ่งที่พราวทำเมื่อคืน... มันไม่ใช่การปกป้องตัวเองค่ะพราว แต่มันคือการผลักไสมายด์ออกไปจากโลกของพราว ราวกับว่าที่ผ่านมา... มายด์ไม่มีตัวตนในหัวใจของพราวเลยต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจ พราวน้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้มอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป เธอยอมรับความจริงทุกประการ ความอีโก้ ความรักความเป๊ะที่เคยยึดถือ มันไร้ความหมายไปเลยเมื่อเทียบกับการต้องเห็นแววตาตัดพ้อจากผู้หญิงตรงหน้า
"พราวผิดไปแล้วค่ะ..." พราวพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสะท้านไหวตามแรงสะอื้น "พราวรู้ตัวแล้วว่าพราวมันโง่แค่ไหนที่ไม่ยอมเชื่อมั่นในเรา... ต่อไปนี้ พราวจะไม่หนีอีกแล้วนะคะ มายด์โปรดให้อภัยพราว... ให้โอกาสพราวได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเถอะนะคะ"
มณิการ์มองภาพสถาปนิกสาวผู้แสนจะเนี๊ยบและหยิ่งทะนงในตัวเองเสมอ ตอนนี้กลับนั่งร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กน้อยอย่างไร้การป้องกัน ความรู้สึกน้อยใจที่มีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจและความรักที่ยังคงล้นปรี่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ
มือเรียวอุ่นของมายด์เอื้อมออกไปสัมผัสกับหลังมือของพราวที่วางอยู่บนตัก ปลายนิ้วเกลี่ยซับคราบน้ำตาบนแก้มเนียนให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยและอบอุ่นนี้ทำให้พราวสะอื้นหนักกว่าเดิม พร้อมกับเผลอเอียงแก้มแนบฝ่ามือของมายด์โดยสัญชาตญาณ
"ถ้าพราวสัญญาว่าจะไม่เดินหนีปัญหาอีก... มายด์ก็จะยืนอยู่ตรงนี้ข้างๆ พราวเหมือนเดิมค่ะ" มายด์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและอภัยให้ทุกอย่าง "แต่เรื่องอดีต... เราต้องเผชิญหน้ามันด้วยกันนะคะพราว ห้ามเก็บไว้แบกรับคนเดียวอีกเด็ดขาด"
พราวพยักหน้ารัวๆ ทั้งน้ำตา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทดแทนความหนาวเหน็บเมื่อครู่ทำให้หัวใจที่เกือบจะแตกสลายกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติได้อีกครั้ง เธอยื่นมือไปกุมมือของมายด์ไว้แน่น ราวกับให้คำสัญญานิรันดร์ผ่านสัมผัสนี้
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเริ่มคลายความตึงเครียดลง กลิ่นหอมของชาคาโมมายล์ผสมผสานกับกลิ่นอายสตรอว์เบอร์รีอ่อนๆ จากตัวของมายด์ ช่วยโอบกอดความรู้สึกผิดบาปในใจของพราวให้ค่อยๆ จางหายไป ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทำให้พวกเธ้ารู้สึกผูกพันกันมากกว่าเดิม ก้าวผ่านบททดสอบแรกของความสัมพันธ์ไปได้อย่างงดงาม
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบและความอบอุ่นกำลังโรยตัวปกคลุมพื้นที่หัวใจของทั้งคู่ เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นอย่างไร้สัญญาณเตือน...
กริ่ง... ติ๊งด่อง!
เสียงนั้นดังก้องกังวานทำลายบรรยากาศละมุนละไมลงในพริบตา มายด์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ส่วนพราวถึงกับตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มคราบน้ำตายังไม่ทันแห้งสนิทบนใบหน้าด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือคนที่อาจจะยืนอยู่หลังบานประตูนั้นในยามวิกาลเช่นนี้
ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เสียงเคาะประตูก็ตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ทำให้เลือดในกายของพราวเย็นเฉียบลงจนแทบหยุดไหล...
"พราว... ลูกเปิดประตูให้แม่หน่อย แม่รู้ว่าลูกอยู่ในนั้น"
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี•ตอนที่ 31
คำขอโทษที่จริงใจ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่หัวใจระบายสีสตรอว์เบอร์รี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!