"บอกฉันทีว่านี่คือความฝัน... หรือไม่ก็มุกตลกฝืดๆ จากเพจสามบาทสิบสตางค์"
นิ้วเรียวที่กำลังไถหน้าจอสมาร์ทโฟนถึงกับชะงักกຶก รันรดา หรือที่ใครๆ ในวงการบล็อกเกอร์เรียกว่า 'รัน' สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เพื่อระงับสติอารมณ์ไม่ให้เผลอฟาดโทรศัพท์มือถือราคาแพงเครื่องนี้ลงกับพื้นโต๊ะกาแฟในคาเฟ่สุดชิคใจกลางสุขุมวิท
ข้อความบนหน้าจอแชตสีเขียวจากกองบรรณาธิการนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง ยังคงเรืองแสงเด่นหรี่ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย
*[บก.ธน 2]: งานทริปน่าน 5 วัน 4 คืนรอบนี้ ทางเราจับคู่ให้เธอลุยเดี่ยวไม่ได้แล้วนะรัน ทางสปอนเซอร์อยากได้ภาพนิ่งระดับพรีเมียม เลยจัดตากล้องมือหนึ่งมาช่วยเสริมทัพ... อ้อ น้องเขาชื่อ 'วินทร์' นะ ฝากดูแลกันด้วยล่ะ*
*วินทร์?*
ชื่อนี้ไม่ได้ทำให้รันรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนในท้องเหมือนนางเอกนิยายรักโรแมนติก แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนมีฝูงตัวต่อคิตะงะวะนับร้อยตัวกำลังบินตอมหูด้วยความโมโหต่างหาก!
ภาพผู้ชายร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง หน้าตาดีระดับพระเอกซีรีส์เกาหลีแต่ติดตรงที่ "โคตรหยิ่งและปากหมาเป็นเลิศ" ผุดขึ้นมาในหัวทันที วินทร์คือตากล้องหนุ่มฟรีแลนซ์สายมินิมอลที่เธอเคยปะทะคารมกันอย่างดุเดือดในงานอีเวนต์เปิดตัวหนังสือเล่มก่อน ผู้ชายอะไร หน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา รอยยิ้มคืออะไร ไม่เคยรู้จัก แถมยังเคยวิจารณ์งานเขียนของเธอหน้าตาเฉยว่า *"เน้นน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง อ่านเอาสาระอะไรไม่ได้นอกจากความเวิ่นเว้อของคนพลังงานล้น"*
ให้ตายเถอะ! นั่นมันวิญญาณนักเขียนบทความท่องเที่ยวรางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีนะเว้ย! เธอเขียนด้วยจิตวิญญาณ แต่วินทร์กลับมองมันเป็นแค่ขยะเปียกริมทาง
"มีปัญหาอะไรรึเปล่าคุณรัน หน้าคุณตอนนี้เหมือนคนกำลังจะไปฆ่าใครสักคนแล้วนะ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยที่ดังขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ทำให้รันสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงด้วยสายตาพิฆาต
วินทร์นั่งไขว่ห้าง สวมเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือแข็งแรงและนาฬิกาสปอร์ตเรือนหรู ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากรอบบางกำลังมองเธอด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความยินดีใดๆ เหมือนเช่นเคย... หน้าตาย เสียจนเธอนึกอยากเอาหลอดกาแฟจิ้มตาเขาให้รู้แล้วรู้รอด
"นาย..." รันเค้นเสียงลอดไรฟัน "นายรู้เรื่องทริปน่านแล้วใช่ไหม"
"ถ้าหมายถึงงานที่กองบก.ส่งอีเมลมาแจ้งเมื่อสิบนาทีที่แล้ว..." วินทร์ยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ สายตายังคงไม่ละไปจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขา "ใช่ ผมรู้แล้ว และก็กำลังคิดอยู่ว่า 5 วันบนรถตู้คันเดียวกันกับคนเสียงดังน่ารำคาญ จะทำให้หูผมดับก่อนทำงานเสร็จรึเปล่า"
โอ Crap! อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอารามิก!
"นี่! ตาตากล้องหน้าตาย!" รันกระแทกเสียงเบาๆ แต่เน้นย้ำทีละคำด้วยความคับแค้นใจ เอนตัวไปข้างหน้า มือสองข้างเท้าลงบนโต๊ะไม้เพื่อกดดัน "คิดว่าฉันอยากทำงานร่วมกับนายนักรึไง ถ้าไม่ใช่เพราะบก.บังคับแถมตบรางวัลด้วยงบโปรเจกต์ใหญ่ปลายปี ฉันไม่มีทางเอาชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของ 'แบกเป้ท่องโลก' มาแปดเปื้อนกับการเดินตามหลังตากล้องฟอร์มจัดอย่างนายหรอกนะ!"
วินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นช่างน่าหงุดหงิดในความรู้สึกของรัน
"อ๋อเหรอครับ..." น้ำเสียงของเขาเอื่อยเฉื่อย ชวนให้อยากเอาเท้าลูบหน้าผากสักที "แต่เท่าที่ผมจำได้ คนที่โวยวายเสียงดังลั่นออฟฟิศวันประชุมบรีฟงาน ก็คือคุณไม่ใช่เหรอครับ ที่บอกว่า *'ถ้าไม่ได้ตากล้องมือดี ภาพถ่ายต้องออกมาห่วยแตกแน่ๆ'*... สรุปคือคุณกลืนน้ำลายตัวเอง หรือความจำเสื่อมชั่วคราวกันแน่ล่ะครับคุณนักรีวิว"
รันอ้าปากค้าง เถียงไม่ออก!
ใช่... เธอเคยพูดประโยคingนั้นออกไปจริงๆ เพราะตอนนั้นเธอคิดว่าทางกองบก.คงจะจัดตากล้องอารมณ์ดี ขี้เล่น เป็นกันเองเหมือนในซีรีส์ทั่วไปมาให้ ไม่คิดเลยว่าเคราะห์กรรมจะส่งวินทร์ มนุษย์น้ำแข็งขั้วโลกใต้คนนี้มาให้เป็นกรรมกรแบกกล้องร่วมทริป!
"ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม!" รันเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้ในใจจะเริ่มหวั่นวิตกกับอนาคตอันมืดมนตลอด 5 วันในหุบเขา "แต่ฉันแค่มองไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมคนระดับฉัน ถึงต้องมาร่วมงานกับคนที่ถ่ายรูปสวยแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณอย่างนาย!"
วินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นหันมาสบตาเธอนิ่งๆ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมาวบวบนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"งั้นเรามาทำข้อตกลงกันไหมครับ..." วินทร์โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูก รันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ในเมื่อเราต่างก็เลี่ยงงานนี้ไม่ได้ คุณทำหน้าที่เขียนไดอารีโลกสวยของคุณไป ส่วนผมจะทำหน้าที่เก็บภาพความจริงของโลกใบนี้เอง... ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน และที่สำคัญที่สุด..."
เขาเว้นจังหวะ ปลายสายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสื่อความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"...อย่ามาแอบร้องไห้ขี้มูกโป่งเวลาผมเตือนสติเรื่องงานก็พอครับ คุณแบกเป้ท่องโลก"
พูดจบ เจ้าตัวก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพิมพ์ข้อความยุกยิก ไม่สนใจรันที่กำลังกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
*ไอ้... ไอ้คนหยิ่ง! ไอ้ตากล้องหน้าตาย! นายคิดว่าฉันกลัวนายรึไง!* รันหมายมั่นปั้นมือในใจ ทริปน่านรอบนี้แหละ เธอจะทำให้ตากล้องน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำตาสะอื้นคาอกเธอให้ได้คอยดู!
แต่ทว่า... ความคิดฮึกเหิมทั้งหมดก็ต้องสะดุดกึก เมื่อจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ
รันก้มลงมองหน้าจอด้วยความฉงน เป็นข้อความจากบัญชีส่วนตัวของวินทร์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม
*[Win.T]: ข้อความจากระบบเตือนความจำส่วนตัว... คืนนี้อย่าลืมเอาแผ่นแปะแก้ปวดหลังใส่กระเป๋าเป้มาด้วยนะครับ ไม่งั้นพรุ่งนี้ขึ้นดอยวันแรก คุณอาจจะต้องนอนร้องโอดครวญบนรถตู้จนผมต้องทิ้งไว้กลางทางจริงๆ ด้วยความหวังดีจากเพื่อนร่วมทริปครับ :)*
รันเงີบหน้าขวับไปมองหน้าเขาตาค้าง แต่วินทร์เพียงแค่ยกมุมปากยิ้มหยันเล็กน้อยอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะหยิบเป้สะพายหลังขึ้นพาดบ่า แล้วลุกขึ้นเดินออกจากร้านกาแฟไปอย่างไม่หันกลับมามอง
ทิ้งให้รันนั่งอ้าปากค้างอยู่กับที่ พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวแรงด้วยความโมโห... และความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก
*นี่มันเพิ่งเริ่มต้นวันแรกเองนะ... แล้วอีก 5 วันที่เหลือ ชีวิตฉันจะไม่วายป่วงจนต้องจุดธูปสาปแช่งตัวเองเลยรึไงเนี่ย!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมออกเดินทางไปด้วยกันในทุกๆ หน้ากระดาษนี้นะครับ
ไกด์บุ๊กฉบับพกพา กับตากล้องหน้าตายที่ไม่มีวันยิ้ม•ตอนที่ 1
ทริปนี้ต้องมีคนตาย (ฉันนี่แหละ)
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์บุ๊กฉบับพกพา กับตากล้องหน้าตายที่ไม่มีวันยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
