"เอกสารสละสิทธิ์ในกองมรดกและการตัดขาดจากตระกูล... ลงนามตรงนี้ซะ เอลาร่า"
เสียงกระด้างของเคานต์วอน อาร์เคน ผู้เป็นบิดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองกว้างขวาง ปากกาขนนกถูกผลักมาตรงหน้าฉัน พร้อมกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับฉันเป็นเศษขยะเปื้อนโคลนที่เขาอยากกวาดทิ้งให้พ้นบ้าน
ฉัน—เอลาร่า วอน อาร์เคน ในร่างที่ฟื้นคืนชีพจากความตายและความอัปยศอดสู—เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายเลิฟรี่สีแดงสดแต้มรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่ได้เก็บซ่อนไว้แม้แต่น้อย ดวงตาคู่หงส์กวาดมองเอกสารแผ่นนั้นผ่านแว่นกรอบทองบางเบา ก่อนจะเงยขึ้นสบตาบิดาบังเกิดเกล้าและน้องสาวต่างแม่ผู้กำลังซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ภายใต้ใบหน้าเศร้าสร้อย
ในชาติภพก่อน ฉันยอมก้มหัวให้พวกมัน ยอมจำนนต่อคำขู่และการรีดไถทรัพย์สินครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายถูกพรากไปบนกองเลือด แต่วันนี้... โลกใบนี้หมุนเปลี่ยนไปแล้ว และบัญชีการเงินของตระกูลวอน อาร์เคน กำลังจะถูกฉันปิดตายด้วยมือคู่นี้เองค่ะ
"ท่านพ่อแน่ใจแล้วนะคะว่าจะให้ฉันเซ็นเอกสารฉบับนี้?" น้ำเสียงของฉันราบเรียบ เย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"อย่ามาลีลา! แกทำตระกูลเราอับอายขายหน้ามามากพอแล้ว เงินในกองทุนที่แกถืออยู่ควรจะตกเป็นของน้องสาวแกเพื่อใช้แต่งงานกับองค์ชายเสียที เซ็นซะ! แล้วไสหัวออกไปจากตระกูลวอน อาร์เคนซะ!" เคานต์เคาะโต๊ะเสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราด
ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทำให้สองพ่อลูกชะงักไปชั่วขณะ
"ได้สิคะ... ฉันจะเซ็นให้เดี๋ยวนี้เลย"
ฉันหยิบปากกาขนนนกขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่ลังเล ลายเซ็นอันตระหง่านถูกบรรจงเขียนลงไป เสียงขูดขีดของหมึกสีดำบนกระดาษเปรียบเสมือนเสียงระฆังแห่งความหายนะที่กำลังจะเคาะเรียกขานตระกูลนี้ในไม่ช้า ทันทีที่ปลายปากกาตวัดเสร็จสิ้น เคานต์ก็รีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูด้วยความโลภทันที โดยไม่รู้เลยว่าตัวเลขและสินทรัพย์ทั้งหมดที่ค้ำจุนตระกูลนี้อยู่... ไม่ได้เป็นของพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว
"ฮึ! ดี สมองของแกยังพอมีรอยหยักอยู่บ้าง ถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่มีค่าพอจะยืนเคียงข้างใครในตระกูลนี้" เคานต์แค่น
ฉันลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อดีให้เข้าที่ รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากยิ่งทำให้ฉันดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม
"ท่านพ่อคะ ก่อนที่ฉันจะก้าวออกจากคฤหาสน์หลังนี้ ฉันมี 'ของขวัญชิ้นสุดท้าย' จะมอบให้"
ฉันผายมือออกเล็กน้อย ขณะที่ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท เซเดริก ลูเซียน ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและดุดัน กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ดวงตาสีเพลิงคมกริบกวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะเดินตรงมาหยุดยืนเคียงข้างฉัน พร้อมกับเอื้อมมือมาโอบเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย
"ยินดีด้วยนะครับ... ที่หลุดพ้นจากฝูงปลิงพวกนี้เสียที" เซเดริกกระซิบชิดริมหูฉัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์และคลั่งไคล้ในตัวฉันยิ่งกว่าสิ่งใด ฝ่ามืออุ่นจัดลูบไล้แผ่นหลังฉันเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง
เคานต์และน้องสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของอาณาจักร—ผู้ที่พวกมันเคยพยายามเข้าหาแต่ไม่เคยแม้แต่จะได้ชายตาแล—มายืนเคียงข้างฉันในฐานะ 'คนรัก'
"ทะ... ท่านลูเซียน! ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" เคานต์ละล่ำละลักถาม หน้าซีดเผือด
เซเดริกปรายตามองเพียงหางตา ก่อนจะตบมือเบาๆ สองครั้ง ทนายความส่วนตัวของเขาเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ
"ผมมาเพื่อแจ้งข่าวดีครับ... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หนี้สินทั้งหมดห้าสิบล้านเหรียญทองของตระกูลวอน อาร์เคน ที่จำนองไว้กับธนาคารกลาง ได้ถูกกว้านซื้อและโอนกรรมสิทธิ์มาอยู่ภายใต้การบริหารของผมทั้งหมดแล้ว" เซเดริกยิ้มเยาะ
รอยยิ้มของเคานต์แข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ
"และเนื่องจากพวกคุณไม่มีปัญญาจ่ายคืน..." เซเดริกเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบไปที่บิดาของฉัน "บ้านหลังนี้ ที่ดินทุกผืน และทรัพย์สินทุกชิ้น จะถูกยึดอายัดเพื่อชำระหนี้ภายในสามวินาทีนี้"
"ไม่... เป็นไปไม่ได้! เอลาร่า แกทำอะไรลงไป!" น้องสาวกรีดร้องสุดเสียงพยายามพุ่งตัวเข้ามาหาฉัน แต่ถูกบอดี้ว่านชุดดำของเซเดริกสกัดไว้ด้วยการกดไหล่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น
ฉันก้าวเข้าไปใกล้เคานต์ผู้กำลังเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น ชEโงกหน้าลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่เชือดเฉือน
"ขอบคุณสำหรับอิสรภาพนะคะท่านพ่อ... ส่วนหนี้ก้อนโตนี้ ถือว่าเป็นดอกเบี้ยเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันมอบให้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูมาก็แล้วกันค่ะ"
ฉันผละตัวออกมาจับมือกับเซเดริก เตรียมจะก้าวเดินออกไปจากสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ประตูห้องเปิดผางออกอีกครั้ง เผยให้เห็นราชองครักษ์ประจำพระองค์ในชุดเกราะทองคำ พร้อมกับประกาศิตราชสำนักที่ถืออยู่ในมือ ใบหน้าของนายทหารเคร่งขรึมจนน่ากลัว
"ประกาศจากราชสำนัก! เอลาร่า วอน อาร์เคน... ทรงได้รับการแต่งตั้งจากองค์จักรพรรดิให้ดำรงตำแหน่ง 'ที่ปรึกษาพิเศษด้านการคลังหลวง' และผู้บัญชาการกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจแห่งจักรวรรดิ ณ บัดนี้!"
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เคานต์และน้องสาวอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีดจนแทบสิ้นสติ ส่วนฉัน... เพียงแค่แย้มยิ้มรับตำแหน่งใหม่อย่างสง่างาม บนเส้นทางสายใหม่ที่ฉันเป็นผู้กำหนดชะตากรรมด้วยบัญชีในมือของฉันเองค่ะ
และในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบการเงินส่วนตัวในสมองของฉันก็ดังขึ้น พร้อมกับตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่พุ่งทะยานทะลุเพดานจนแสดงผลเป็นอนันต์...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอเปลี่ยนชะตาด้วยบัญชีรายรับ•ตอนที่ 2
ทิ้งกระดานเดิม เริ่มเกมใหม่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอเปลี่ยนชะตาด้วยบัญชีรายรับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
