เสียงกระแทกกระทั้นของบานประตูไม้เก่าที่ดังสนั่นจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากขื่อคาเรือน ไม่ได้ทำให้หลินฟางสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ สองมือบรรจงใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดกระทะเหล็กหล่อใบโตอย่างใจเย็น ราวกับเสียงโวยวายแหลมสูงของสตรีผู้มาเยือนเป็นเพียงเสียงหริ่งเรไรยามค่ำคืนที่น่ารำคาญใจแต่มิได้มีพิษภัยอันใด
"หลินฟาง! นังเด็กอกตัญญู! แกคิดจะชิ่งหนีภาระพวกนี้ไปดื้อๆ อย่างนั้นรึ?!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้หลี่ดังแผดทะลุเข้ามาในห้องครัว พร้อมกับร่างท้วมใหญ่ที่เบียดเสียดเข้ามาในพื้นที่คับแคบ กลิ่นน้ำมันหืนและกลิ่นสาปเหงื่อโชยมาแตะจมูกจนหลินฟางต้องขมวดคิ้วมุ่นโดยสัญชาตญาณ
หลินฟางวางผ้าในมือลงช้าๆ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ทางฝ่ายสามีผู้ล่วงลับ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยียบเย็นและคมกริบจนป้าสะใภ้หลี่ที่กำลังจะอ้าปากด่าต่อถึงกับชะงักไปวูบหนึ่ง
"ภาระอะไรหรือครับ... อ้อ หมายถึงสัญญาขายที่ดินผืนนั้นกับหนี้สินที่สามีผู้ล่วงลับของฉันไม่ได้เป็นคนก่อ แต่พวกท่านจงใจยัดเยียดให้สินะครับ?" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
ป้าสะใภ้หลี่หน้าดำคร่ำเครียด สองมือเท้าสะเอวพรางถลึงตาใส่ "พูดจาเหลวไหลอะไรของแก! สมบัติในบ้านหลังนี้ ถือเป็นของตระกูลหลี่ทั้งหมด แกเป็นแค่สะใภ้หม้ายที่สามีตายจากไปไม่ถึงปี จะหอบข้าวของหนีไปซุกหัวนอนที่หมู่บ้านริมเขาชอนตงที่ทุรกันดารนั่นไม่ได้! ถ้าจะไป... ก็ต้องทิ้งโฉนดที่ดินแปลงหน้าบ้านไว้ให้พี่ชายของแกซะดีๆ!"
รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหลินฟาง ช่างน่าขันสิ้นดี ตลอดเวลาที่เธอต้องทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับครอบครัวนี้ พวกเขาเห็นเธอเป็นทาสรับใช้ หยิบฉวยทุกอย่างแม้กระทั่งปันส่วนอาหารอันน้อยนิด ยามที่สามีของเธอยังมีชีวิตอยู่และส่งเงินกลับมา พวกเขาก็สูบเลือดสูบเนื้อจนหมดเกลี้ยง พลันที่สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่ชายแดน พวกเขากลับรีบเร่งที่จะขับไล่เธอออกไปพร้อมกับกวาดต้อนทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายไปด้วย
แต่หลินฟางในเวลานี้ไม่ใช่หลินฟางคนเดิมผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว
จิตวิญญาณของเธอก่อนหน้านี้คือเชฟมือหนึ่งและนักวิจัยพฤกษศาสตร์ผู้รักอิสระ การข้ามผ่านกาลเวลามาสู่ยุค 70-80 พร้อมกับ "มิติลับสวนพฤกษา" ในห้วงจิตสำนึก ทำให้เธอถือไพ่เหนือกว่าคนพวกนี้มาโดยตลอด
"ถ้าฉันบอกว่า... ไม่ให้ล่ะครับ?" หลินฟางก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าว แรงกดดันแปลกประหลาดบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างเพรียวบาง ทำให้ป้าสะใภ้หลี่ที่ตัวใหญ่กว่าถึงกับต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"แก... นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไง..."
"เชิญออกไปจากบ้านของฉันได้แล้วครับ ก่อนที่ฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาจัดการข้อหาบุกรุกยามวิกาลและพยายามชิงทรัพย์" หลินฟางชี้มือไปที่ประตูทางออก น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดไร้ซึ่งความเกรงกลัว
ป้าสะใภ้หลี่หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด ชี้นิ้วสั่นเทาใส่หน้าเธอ "ดี! ดีมากหลินฟาง! แกจำคำวันนี้ไว้ให้ดี ไปตายเอาดาบหน้าที่หมู่บ้านริมเขานั่นแหละ อย่าหวังเลยว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ พรุ่งนี้ฉันจะพาคนมาขนของออกให้เกลี้ยง!"
สิ้นเสียงตวาด ร่างท้วมนั้นก็กระแทกส้นเท้าเดินฮึดฮัดออกไปจากบ้านอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ กลับคืนสู่ห้องครัวอีกครั้ง
หลินฟางถอนหายใจเบาๆ เธอไม่ได้หวาดกลัวคำขู่เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม การได้สลัดหลุดจากปลิงดูดเลือดตระกูลนี้เปรียบเสมือนการปลดโซตรวนที่พัน3กขามาเนิ่นนาน รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ เธอจะเดินทางสู่ "หมู่บ้านริมเขาชอนตง" ดินแดนห่างไกลที่ผู้คนต่างหลีกหนี แต่สำหรับเธอ มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรส่วนตัวและอิสรภาพที่โหยหา
เมื่อแน่ใจว่าปราศจากสายตาสอดส่อง หลินฟางจึงหลับตาลงวูบหนึ่ง สติสัมปชัญญะก็ถูกดึงดูดเข้าสู่ "มิติลับ" ทันที
เบื้องหน้าของเธอคือสวนพฤกษาขนาดมหึมาที่โอบล้อมด้วยหมอกจางๆ ดินอุดมสมบูรณ์สีดำสนิทส่งกลิ่นหอมกรุ่นของอินทรียวัตถุตลบอบอวล แปลงผักสมุนไพรและพืชผลนานาชนิดเติบโตอย่างงดงามโดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี น้ำในลำธารใสสะอาดไหลวนราวกับมีชีวิต ชีพจรความสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ที่มุมหนึ่งของมิติ มีกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กที่เธอใช้เก็บเมล็ด 4 พันธุ์และตำราอาหารโบราณ หลินฟางเดินเข้าไปหยิบ "โสมภูเขาป่าอายุร้อยปี" และ "เมล็ดข้าวสาลีวิเศษ" ออกมาวางไว้บนโต๊ะ
การเดินทางไปหมู่บ้านริมเขาครั้งนี้ เธอไม่ได้ไปมือเปล่า นอกจากความรู้และความสามารถที่ติดตัวแล้ว เธอยังมีขุมทรัพย์ลับที่พร้อมจะพลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์
สองวันต่อมา รถบรรทุกสินค้าคันเก่าแล่นมาจอดส่งเธอที่ตีนเขาชอนตง ทางเดินแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยแมกไม้เขียวขจีทอดยาวขึ้นไปสู่หมู่บ้านเบื้องบน หลินฟางยืนมองสัมภาระไม่กี่ชิ้นในมือ ใบหน้าปราศจากความหวาดหวั่น มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของราวป่า กลับมีสายตาคู่หนึ่งแอบมองเธอมาจากหลังพุ่มไม้หนาทึบ เป็นบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำในชุดทหารปลดประจำการสีซีดจาง ใบหน้าคมคายดุดันแต่แววตากลับฉายประกายความห่วงใยและ... ความคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด
จางเหว่ย ขบกรามแน่นเมื่อเห็นหญิงสาวบอบบางยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยว เขาเตรียมตัวจะก้าวเท้าเข้าไปช่วยเหลือตามสัญชาตญาณของชายหนุ่มผู้ซื่อตรง แต่พลันนั้นเอง หลินฟางกลับหันขวับมาทางพุ่มไม้ที่เขาซ่อนตัวอยู่ ราวกับเธอล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขาตั้งแต่แรก...
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกريบของนายหนุ่มป่าไม้โดยบังเอิญ หัวใจของจางเหว่ยกระตุกวูบอย่างแรง ขณะที่หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากบทแรกไปกับวิถีชีวิตบทใหม่ของหลินฟางนะครับ
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา•ตอนที่ 1
เริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนห่างไกล
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารผู้คลั่งรัก ณ หมู่บ้านริมเขา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!