"ถ้าคุณยังดึงดันจะเปิดประตูศิลาบานนั้นด้วยกระบวนการทางเคมีแบบโบราณ สิ่งที่คุณจะได้เห็นจะไม่ใช่อารยธรรมที่สูญหายหรอกครับ ดร.ศศิธร... แต่มันจะเป็นซากศพของทีมงานคุณเอง ที่ถูกฝังกลบด้วยแก๊สพิษสะสมมานานกว่าพันปี"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของเต็นท์สนามชั่วคราว กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกระดาษไข ภาพร่างแผนผังหลุมขุดค้นโบราณสถานลึกลับบนโต๊ะไม้ไผ่สะท้อนเงาของตะเกียงเจ้า Iwataden ที่กะพริบไหว
ดร.ศศิธรชะงักปลายพู่กันขนกระรอกที่กำลังจะแตะลงบนแผนที่ดินชั้นที่สาม ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาตวัดมองไปยังต้นเสียงทันที หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ชายหนุ่มคนนี้มักจะปรากฏตัวในสถานที่ที่เขา "ไม่ควร" อยู่เสมอ และในเวลาที่เธอต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด
"ภาคิน" เธอกดเสียงต่ำลอดไรฟัน วางพู่กันลงอย่างระมัดระวังก่อนจะเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "คุณเข้ามาในเขตกั้นความปลอดภัยของกรมศิลปากรได้อย่างไร โดยไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า... หรือว่าที่นี่ไม่มี รปภ. เหลือพอที่จะสกัดกั้นพวกนักล่าสมบัติอย่างคุณแล้ว"
ชายหนุ่มในชุดสนามสีเขียวเข้มและรองเท้าคอมباتเปื้อนโคลนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของคนแปลกหน้าผู้บุกรุก แต่เป็นรอยยิ้มของนักพนันที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ ภาคินขยับตัวออกจากความมืด ก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟ ร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประสบการณ์และความอันตราย เขาหยิบบันทึกโบราณเล่มหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต วางมันลงบนโต๊ะกลางกองเอกสารของเธออย่างถือวิสาสะ
"รปภ. ของคุณหลับใหลไปกับฤทธิ์กาแฟผสมยานอนหลับที่ผม ‘กรุณา’ จัดหาให้พวกเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน... ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีใครบาดเจ็บ พวกเขาแค่ฝันดี" ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ราวกับสิ่งที่ทำเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "ส่วนคำถามที่ว่าทำไมผมถึงมาที่นี่... คำตอบอยู่ในบันทึกเล่มนั้นแล้วครับ ดร.ศศิธร"
ศศิธรมองบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มนั้น สัญชาตญาณนักโบราณคดีกรีดร้องเตือนภัย บันทึกเล่มนั้นคือสมุดภาคสนามของศาสตราจารย์อนันต์ อาจารย์ผู้ล่วงลับของเธอ ผู้ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเขตโบราณสถานต้องห้ามเมื่อห้าปีก่อน สมุดเล่มที่เธอกับหน่วยงานตามหามานานนับปี แต่มันกลับมาอยู่ในมือของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักซื้อขายวัตถุโบราณรายใหญ่ที่สุดในตลาดมืด
มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายเอื้อมไปแตะสันปกหนังนั้นโดยอัตโนมัติ ความเย็นเยียบของวัตถุกระจายผ่านปลายนิ้ว เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือเมื่อเอ่ยถาม
"คุณได้มันมาจากไหน... ภาคิน"
"ผมไม่ได้ ‘ได้’ มันมาครับ ผมแค่ ‘ไถ่ถอน’ มันมาจากคนที่คิดจะเอาไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน" ภาคินดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่ได้รับอนุญาต เขานั่งไขว่ห้าง สายตาคมปลาบจับจ้องปฏิกิริยาของหญิงสาวทุกกระเบียดนิ้ว "ศาสตราจารย์อนันต์ไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจากการพังทลายของดินอย่างที่รายงานทางการระบุไว้หรอกครับ... ท่านถูกฆ่า และคนที่ฆ่าท่านก็กำลังจับตาดูการขุดค้นหลุมที่สองของคุณอยู่ตรงนี้เช่นกัน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนปรอยๆ ที่กระทบผ้าใบเต็นท์ด้านนอกเป็นจังหวะ ศศิธรจ้องมองใบหน้าของภาคิน มองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สีดำสนิทที่ยากจะคาดเดา เธอรู้ดีว่าชายคนนี้เชื่อถือไม่ได้ ภาคินคือนักธุรกิจที่ผลประโยชน์ต้องมาก่อนเสมอ แต่ทุกครั้งที่เขาเปิดเผยข้อมูล มันมักจะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เธอปฏิเสธไม่ได้ค้ำคออยู่เสมอ
"หลักฐานล่ะ?" ศศิธรทวงถาม เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน "คุณเป็นนักประเมินวัตถุโบราณ คุณรู้ดีว่าคำพูดปากเปล่ามีค่าเท่ากับศูนย์สำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างฉัน"
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความชอบใจ เขาเอื้อมมือไปเปิดหน้าสมุดบันทึกหน้าสุดท้าย วางวัตถุลึกลับชิ้นหนึ่งลงบนกองกระดาษ
มันคือเหรียญตราสำริดรูปสلیม (สัญลักษณ์งูพันคบเพลิง) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนข้อมือของโครงกระดูกปริศนาที่ทีมงานของเธอเพิ่งขุดพบเมื่อวานนี้ และที่สำคัญ... มันมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่
"หลักฐานชิ้นนี้เพิ่งถูกงัดขึ้นมาจากห้องโถงชั้นใต้ดิน ที่คุณกำลังพยายามจะเจาะเข้าไปโดยไม่รู้ว่าข้างล่างนั่นมีกลไกกับดักอัคคีภัยรออยู่" ภาคินโน้มตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย กลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยแตะจมูก "ข้อเสนอของผมคือ ให้ผมลงไปกับคุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกโบราณ แลกกับการที่คุณจะช่วยผมไขปริศนาอักษรภาพบนเหรียญตรานี้... เราต่างมีสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ดร.ศศิธร"
ศศิธรเม้มริมฝีปากแน่น สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอเกลียดการร่วมมือกับคนประเภทภาคิน คนที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่นี่คือโอกาสเดียวที่จะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของอาจารย์ และป้องกันไม่ให้ลูกทีมของเธอต้องสังเวยชีวิตให้กับอารยธรรมโบราณที่ไร้ความปรานี
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นสะท้อนความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว
"ถ้าคุณตุกติกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะเป็นคนฝังคุณไว้ในหลุมศิลาบานนั้นด้วยมือของฉันเอง... ตกลง"
ภาคินยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนักโบราณคดีสาวกระตุกอย่างประหลาด เขาหยิบเหรียญสำริดขึ้นมาส่งคืนให้เธอ "ด้วยความยินดีครับคุณศศิ... แต่ก่อนที่เราจะไปถึงห้องโถงนั้น เราคงต้องเคลียร์ปัญหากลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญ ที่กำลังเดินล้อมเต็นท์เราอยู่ตอนนี้เสียก่อน"
ศศิธรชะงัก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็หยุดลงที่หน้าประตูเต็นท์ พร้อมกับเสียงกระชากเลื่อนสลักปืนกลมือที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบของราตรี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดมิดและอดีตอันลึกลับนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 2
การพบกันที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!