“อย่าหันหลังกลับไปมอง ถ้าคุณไม่อยากให้มันรู้ว่าเราจับพิรุธได้แล้ว”
เสียงกระซิบของภาคินแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบในโถงทางเดินแคบๆ ของพิพิธภัณฑ์ยามวิกาล ดร.ศศิธรชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่กำลังถือกระบอกเก็บวัตถุโบราณชิ้นสำคัญกระชับแน่นขึ้น เธอยังคงก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอเช่นเดิม แต่ดวงตาของเธอสะท้อนภาพเงาไหววูบในกระจกตู้โชว์ด้านข้าง
"สัญชาตญาณคุณบอกว่ายังไง" ศศิธรถามกลับ เสียงของเธอเรียบสนิท แต่นิ้วโป้งที่คลึงขอบกระบอกโลหะอย่างถี่รัวกำลังทรยศความเยือกเย็นนั้น
"ไม่ใช่แค่นักย่องเบาธรรมดาแน่ๆ" ภาคินเลี้ยวเข้ามุมทางเดิน แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ราวกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ เขาหยุดชะงักกะทันหันก่อนจะดึงตัวศศิธรหลบเข้าไปในซอกเสาหินขนาดใหญ่ "มืออาชีพ... มันทิ้งระยะห่างคงที่ตลอดสิบห้านาทีที่ผ่านมา มันไม่ได้ต้องการแค่ของ แต่มันต้องการ 'เรา' ในจุดที่ไม่มีพยาน"
ศศิธรพิงแผ่นหลังเข้ากับเสาหิน เย็นเยียบของหินซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเข้ามา แต่ความหนาวเหน็บที่แท้จริงกลับเกาะกินอยู่ที่กระดูกสันหลัง เธอหันไปสบตากับชายหนุ่มข้างกาย ในความมืดสลัวนั้น แววตาของภาคินไม่ได้มีความกลัวอยู่เลย มีเพียงความตื่นเต้นของนักล่าที่พบกับเหยื่อที่สมน้ำสมเนื้อ
"ถ้าอุดมการณ์ของคุณคือการเก็บรักษาของพวกนี้ไว้ในตู้โชว์ให้คนรุ่นหลังได้ดู ตอนนี้เราคงต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการรักษาชีวิตเราสองคนไว้ก่อนนะครับ ดอกเตอร์" ภาคินขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวาบ แม้จะเป็นสถานการณ์วิกฤตเพียงใด เขาก็มักจะหาช่องว่างในการล้อเลียนเธอได้เสมอ
"เลิกเล่นบทพระเอกหนังแอ็กชันแล้วตั้งสมาธิได้แล้ว ภาคิน" ศศิธรปรามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "วัตถุชิ้นนี้มีมูลค่าเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะกล้าลงมือเพียงลำพัง ถ้าพวกเขากล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่ แสดงว่าพวกเขาต้องมี 'กุญแจ' บางอย่างที่เรายังไม่รู้"
เธอหยิบเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กออกมาตรวจสอบสัญญาณ ระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ถูกแทรกแซงอย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลการขุดค้นทั้งหมดที่เธอเพิ่งได้รับมาจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีต้องห้ามเมื่อสัปดาห์ก่อนถูกเข้ารหัสไว้ในกระบอกนี้ หากมันตกไปอยู่ในมือผิดคน ประวัติศาสตร์ที่เธอเพียรพยายามแก้ไขให้ถูกต้องจะถูกบิดเบือนไปตลอดกาล
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เคยเดินตามมาอย่างใจเย็นก็หยุดลง ความเงียบงันที่ตามมานั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงใดๆ
ภาคินขยับตัวเข้าใกล้เธอจนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องและกลิ่นอายเก่าแก่ของกระดาษโบราณที่ติดตัวเขาเสมอ เขาเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือของเธอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือน
"ถอยออกไปทางประตูหนีไฟนั่น... ผมจะล่อมันไปทางห้องเก็บเอกสารเอง" ภาคินพูดเสียงต่ำ
"ไม่ ภาคิน คุณไม่มีทางสู้อาวุธของพวกมันได้ด้วยมือเปล่า" ศศิธรค้านทันควัน เธอรู้ดีว่าภาคินเก่งเรื่องการประเมิน แต่ไม่ใช่เรื่องการปะทะด้วยกำลัง
"นั่นไงครับ เหตุผลที่เราเข้ากันไม่ได้" ภาคินหัวเราะแผ่วๆ ในลำคอ "คุณวางแผนด้วยหลักฐาน แต่ผมวางแผนด้วยการเสี่ยงดวง ถ้าผมไม่ดึงความสนใจไป ตัวคุณกับวัตถุชิ้นนี้ไม่รอดแน่"
ก่อนที่ศศิธรจะทันได้แย้ง เงาสีดำสายหนึ่งก็วูบผ่านทางเดินเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความอันตรายพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส ทั้งสองนิ่งค้างไปในทันที ร่างนั้นไม่ใช่แค่คนสะกดรอยธรรมดา แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่เงียบกริบและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเห็นได้ชัด
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกจังหวะคือความกดดันที่บีบคั้นลมหายใจ ศศิธรหยิบอุปกรณ์ตรวจจับรังสีความร้อนขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลมีจุดสีแดงพุ่งตรงมายังตำแหน่งที่พวกเขาหลบอยู่ด้วยความเร็วสูง
"มันรู้ตำแหน่งเราแล้ว" ศศิธรกระซิบ
ภาคินไม่รอช้า เขาคว้ากระบอกเก็บวัตถุโบราณจากมือเธอแล้วยัดใส่อ้อมกอดของเธอแทน ก่อนจะหยิบเอาเศษโลหะชิ้นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อโยนออกไปอีกทิศทางหนึ่ง เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบ
ร่างเงาดำพุ่งเข้าหาทิศทางของเสียงทันที แต่ทว่า... ทันทีที่ร่างนั้นหมุนตัวกลับมา เปลวไฟจากไฟแช็กที่ภาคินจุดขึ้นชั่วขณะเผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากครึ่งซีก แต่ดวงตาที่ปรากฏอยู่ภายใต้หน้ากากนั้นกลับจ้องเขม็งมาที่ศศิธรด้วยความเกลียดชังที่ลึกซึ้ง
ศศิธรใจหายวาบ เธอจำแววตานั้นได้ดี... มันเป็นดวงตาคู่เดียวกับที่เธอเคยเห็นในบันทึกของอาจารย์ผู้ล่วงลับก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไปในแหล่งขุดค้นนั้น
"นั่นไม่ใช่คนของกลุ่มผู้ค้าของเถื่อน..." ศศิธรพึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่า "ภาคิน... มันคือคนของอาจารย์"
ภาคินที่กำลังจะพุ่งตัวออกไปชะงักกึก เขาหันกลับมามองใบหน้าของศศิธรที่ซีดเผือดลงในทันที ก่อนที่บุคคลปริศนาในเงามืดจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ราวกับดังก้องมาจากกาลเวลาที่สาบสูญ
"อาจารย์ของเจ้าไม่ได้หายไปไหน... เขากำลังรอเจ้าอยู่ในที่ที่เจ้าไม่มีวันขุดค้นพบ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในปริศนาแห่งกาลเวลานี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ บันทึกนักโบราณคดี
ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา•ตอนที่ 14
ผู้ติดตามในเงา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาซ่อนเงารักข้ามกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!