กลิ่นอسาลีนและสนิมเหล็กเก่าคร่ำคร่าลอยอบอวลจนบาดลึกถึงโคนประสาทรับ Gลิ่น—ความตายมักมีกลิ่นเฉพาะตัวเสมอสำหรับคนที่คลุกคลีอยู่กับมันจนชินชา
สารวัตรภาคินกระชากบานประตูไม้สักอายุกว่าครึ่งศตวรรษของโรงพยาบาลร้างฝั่งธนบุรีให้เปิดออก แรงเหวี่ยงทำให้ฝุ่นหนาทึบที่เกาะกุมตามวงกบฟุ้งกระจายราวกับละอองดาวในความมืด มือขวาของนายตำรวจหนุ่มกำด้ามปืนพกประจำกายแน่น นิ้วชี้ทาบอยู่ตามโครงปืนอย่างพร้อมตอบสนองทุกสถานการณ์ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านลำแสงไฟฉายที่สาดส่องผ่าความมืดมิดของห้องผ่าตัดชั้นใต้ดิน
ที่นี่... ไม่ควรมีใครอยู่
แต่ทว่า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องยางที่ดังสะท้อนก้องกังวาน กลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้าม
ภาคินหรี่ตาลงเมื่อแสงไฟฉายกระทบเข้ากับร่างหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ภายใต้แสงสลัวจากช่องระบายอากาศด้านบนที่ส่องลงมาดั่งลำแสงสปอตไลท์บนเวทีละครสัตว์ ร่างนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาตัดกับความสกปรกโสมมรอบด้านอย่างสิ้นเชิง มือเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวกำลังใช้คีมแพทย์เขี่ยบางสิ่งบนถาดสแตนเลสอย่างใจเย็น ราวกับเขากำลังรื่นรมย์กับการจัดแต่งช่อดอกไม้ในยามบ่าย มากกว่าการยืนอยู่หน้าซากศพมนุษย์ในสถานที่อัปมงคล
"ยกมือขึ้น! หันหลังมา!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของสารวัตรหนุ่มประกาศกร้าว พร้อมกับที่กระบอกปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังศีรษะของบุคคลปริศนาทันที สัญชาตญาณดิบเตือนภัยว่าสัญชาตญาณของเขากำลังเผชิญหน้ากับอันตรายที่อันตรายยิ่งกว่าโจรปล้นร้านทอง
ร่างนั้นชะงักเล็กน้อย... เพียงเสี้ยววินาที
ก่อนที่เจ้าของร่างจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจทอดเวลาให้ความตึงเครียดกัดกินหัวใจคนมอง
ภายใต้กรอบแว่นโลหะทรงรีและแสงเงาที่ตัดผ่านโครงหน้าคมคาย ดวงตาสีเทาคู่นั้น... นัยน์ตาสีเทาที่ว่างเปล่าราวกับก้นบึงของมหาสมุทรไร้ก้นบวงสรวง ทว่ากลับเปล่งประกายความเยือกเย็นจนน่าขนลุก มันคือนัยน์ตาที่ไม่สะท้อนความกลัว ความตกใจ หรือแม้แต่สำนึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
"คุณมาช้าไปสิบนาทีครับ... สารวัตร"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบ เอ่ยทักทายราวกับพวกเขานัดหมายกันมาจิบกาแฟยามเช้า ไม่ใช่การเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรม
ภาคินขมวดคิ้วแน่น สันกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาผสมโรงกับความสงสัย "คุณเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในพื้นที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรม! ถอยหลังไปให้ห่างจากศพเดี๋ยวนี้!"
หมอคณิน—ชื่อที่ถูกปักไว้บนอกเสื้อกาวน์ด้านซ้าย—ไม่ได้ขยับเขยื้อนตามคำสั่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นระดับอก แสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าหาปลายกระบอกปืนของภาคินอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
"ถอยไปซะ หมอ!" ภาคินคำรามเตือน นิ้วที่เหนี่ยวไกเริ่มออกแรงกดขึ้นทีละน้อย ระยะห่างระหว่างปากกระบอกปืนกับหน้าผากของอีกฝ่ายเหลือเพียงคืบเดียวเท่านั้น
"ถ้าผมถอย แล้วใครจะบอกคุณล่ะครับสารวัตร..." คณินหยุดยืนห่างจากปืนเพียงนิดเดียว กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นฟอร์มาลีนลอยแตะจมูกภาคิน "ว่าศพตรงหน้าคุณ... ตายด้วยสาเหตุอะไร"
คำพูดนั้นทำให้ภาคินชะงัก ดวงตาคมกวาดมองข้ามไหล่ของศัลยแพทย์หนุ่มไปยังเตียงผ่าตัดตรงกลางห้อง
บนเตียงสแตนเลสเก่าๆ ร่างของมนุษย์คนหนึ่งนอนเหยียดยาว ผิวหนังซีดเซียวจนเกือบโปร่งแสง ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของสารวัตรหนุ่มสะดุดกัก ไม่ใช่สภาพความน่าเวทนาของศพ... แต่มันคือความผิดปกติที่ตะโกนร้องออกมาจากร่างนั้น
ไม่มีรอยแผล...
ไม่มีรอยกรีดมีดผ่าตัด ไม่มีรอยกระสุน รอยฟกช้ำ หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น ผิวหนังภายนอกไร้รอยขีดข่วนราวกับตุ๊กตาพลาสติกชั้นดี แต่ทว่า ทรวงอกด้านซ้ายกลับยุบลงไปเล็กน้อย ราวกับหัวใจดวงนั้นถูกควักหาย
"ศพที่ไม่มีรอยกรีด..." ภาคินพึมพำกับตัวเองด้วยความตกตะลึง สัญชาตญาณนักสืบพยายามประมวลผลสิ่งที่เห็นกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่เคยเรียนรู้มา แต่มันกลับว่างเปล่า มันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์คนหนึ่งจะตายโดยที่อวัยวะภายในหายไปอย่างไร้ร่องรอยการผ่าตัด
"น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ" คณินโน้มตัวกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของสารวัตรหนุ่ม น้ำเสียงนั้นเย้ายวนชวนหลงใหล แต่กลับเยือกเย็นเสียจนขนลุกซู่ "เหมือนกับว่า... มีใครบางคนเอื้อมมือผ่านซี่โครงเข้าไปหยิบมันออกมา โดยที่ผิวหนังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ"
ภาคินหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาสีเทาคู่นั้น ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นอายความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กาวน์สีขาว เคมีบางอย่างที่อันตรายและเร่าร้อนระหว่างคนสองคนปะทะกันกลางอากาศธาตุอย่างรุนแรง ความหวาดระแวงและความดึงดูดใจตีรวนกันจนปั่นป่วน
"คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง... หมอคณิน" ภาคินเค้นเสียงถาม รุกไล่ด้วยสายตาดุดัน "คุณเป็นคนทำมันใช่ไหม?"
คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เขาเอื้อมมือเรียวยาวออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางแตะเบาๆ ลงบนลำกล้องปืนสีดำสนิทที่ยังคงจ่อหน้าอกของตนอยู่ แล้วกดมันลงต่ำอย่างนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนภาคินเผลอคลายแรงตามสัญชาตญาณ
"ผมไม่ได้ทำหรอกครับสารวัตร..." คณินกระซิบ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ "แต่ถ้าคุณอยากรู้ความจริง... คุณอาจจะต้องยอมให้ผมผ่าตัดดูหัวใจของคุณด้วยเหมือนกัน"
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝีหนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเดียว แต่มันคือเสียงก้าวเดินเป็นจังหวะของคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องผ่าตัดร้างแห่งนี้
ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองที่ประตูห้องสลับกับร่างของหมอคณิน
ทว่า... เมื่อสารวัตรหนุ่มหันกลับมามองตรงหน้าอีกครั้ง พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า ร่างของหมอคณินหายไปในความมืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาเป็นเพียงภาพหลอนที่สร้างขึ้นจากควันและไอหมอก มีเพียงถาดสแตนเลสบนโต๊ะและศพไร้รอยกรีดที่ยังคงนอนแน่นิ่งเป็นพยานถึงการมีอยู่ของบุคคลปริศนา
นิ้วมือของภาคินกระชับด้ามปืนแน่นขึ้น พร้อมกับที่บานประตูไม้สักด้านหลังถูกกระชากเปิดออกโดยกำลังเสริมของตำรวจกองปราบปราม
แต่ทว่า... บนถาดสแตนเลสข้างศพปริศนา มีกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กถูกวางทิ้งไว้ พร้อมกับรอยหมึกปากกาหมึกซึมสีดำที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคมว่า
*‘ยินดีต้อนรับสู่เกมของเราครับ... สารวัตรภาคิน’*
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — *เงาจันทราลี้ลับ*
ศัลยแพทย์นัยน์ตาสีเทากับเงาฆาตกรรมไร้ร่องรอย•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีรอยกรีด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์นัยน์ตาสีเทากับเงาฆาตกรรมไร้ร่องรอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!