ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 1

เด็กหนุ่มผู้ถือปากกาขนนกเก่าๆ

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
# เด็กหนุ่มผู้ถือปากกาขนนกเก่าๆ "ถอยไปเสีย ถ้าไม่อยากให้รองเท้าบูทราคาแพงของฉันต้องแปดเปื้อนเลือดของคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแก" น้ำเสียงเหยียดหยามที่ดังขึ้นเหนือศีรษะไม่ได้ทำให้เซเรส ไวท์ สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ก้มลงมองรอยเปื้อนฝุ่นบนกระเป๋าหนังเก่าคร่ำคร่าของเขา ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับกลุ่มชายสามคนที่ยืนตระหง่านขวางทางเข้าประตูหลักของสถาบันดารามนตรา หอคอยหินอ่อนสีขาวนวลตาที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าดูเหมือนจะหดเล็กลงในความรู้สึกของเขา เมื่อต้องเผชิญกับเงาของความโอหังที่ทาบทับลงมา "ผมแค่เดินเข้ามาตามหมายเรียกในจดหมายทุนการศึกษาครับ" เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความหนักแน่น เขาไม่ได้ก้าวถอยหลัง แม้ความกดอากาศรอบตัวจะเริ่มหนักอึ้งจากแรงเวทมนตร์ที่ฝ่ายตรงข้ามจงใจปลดปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญ "ทุนการศึกษา?" หนึ่งในกลุ่มหัวเราะร่วน ดึงเอาไม้กายสิทธิ์ทำจากไม้โอ๊คดำออกมาควงเล่นในมือ "สถาบันดารามนตราไม่เคยรับ 'ขยะ' ที่เก็บได้จากข้างทางเข้าเรียน หุบปากแล้วไสหัวไปก่อนที่ฉันจะสั่งให้เวทมนตร์ของฉันจัดการแกเสียตั้งแต่วินาทีนี้" เซเรสกระชับปากกาขนนกสีเข้มในกระเป๋าเสื้อนอกให้แน่นขึ้น ความรู้สึกเย็นวาบที่ปลายนิ้วเตือนให้เขารู้ว่ารอยสักอักขระที่ฝ่ามือขวากำลังตื่นตัว มันเป็นความลับที่เขาปิดตายมาตลอดสิบเจ็ดปี แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากโต้ตอบ เสียงฝีเท้าที่เยือกเย็นและทรงอำนาจก็ดังแทรกเข้ามา "หยุดเถอะ ดาร์กัส... การรังแกเด็กใหม่ที่ยังไม่ทันได้ลงทะเบียนเข้าหอพัก มันดูไม่สมเกียรติประธานสภานักเรียนเลยสักนิด" หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยก้าวออกมาจากมุมมืดของซุ้มประตู นัยน์ตาสีน้ำเงินราวน้ำแข็งขั้วโลกของเธอกวาดมองผ่านกลุ่มนักเรียนชายเหล่านั้นไปหยุดอยู่ที่เซเรส แววตาของเธอไม่มีความสมเพช มีเพียงความใคร่รู้ที่ซ่อนอยู่ในความเย็นชา ดาร์กัส มอร์กาน่า หุบยิ้มทันที เขาปรายตามองเอเลน่าด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเซเรสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอาฆาต "จำหน้ามันไว้ให้ดี เอเลน่า วันนี้มันอาจจะรอดไปได้ แต่ในสถาบันแห่งนี้... ไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่ไม่มีแม้แต่นามสกุลให้เชิดชูหรอก" ดาร์กัสเดินกระแทกไหล่เซเรสจนเด็กหนุ่มเซถลาไปด้านหลัง กลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจมืดที่ตกค้างอยู่บนเสื้อคลุมของอีกฝ่ายทำให้เซเรสรับรู้ได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่แค่โรงเรียนเวทมนตร์ธรรมดา แต่มันคือสนามรบที่เต็มไปด้วยรอยเลือดของอุดมการณ์ "ลุกขึ้นเถอะ" เอเลน่ากล่าวพลางยื่นมือมาข้างหน้า "อย่าไปถือสาคนพวกนั้นเลย ที่นี่ขับเคลื่อนด้วยลำดับชั้น เวทมนตร์ของตระกูล และความแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้พรม... นายคงไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมให้ใครมาบดขยี้ได้ง่ายๆ ใช่ไหม เซเรส ไวท์?" เซเรสชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากของเธอ "คุณรู้จักชื่อผมได้อย่างไรครับ?" เอเลน่าไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับเดินนำเข้าไปในโถงกลาง สถาบันดารามนตราภายในนั้นยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์ที่วูบไหวอยู่ตามผนังหิน แต่สิ่งที่ทำให้เซเรสหัวใจเต้นแรงไม่ใช่ความโอ่อ่า หากแต่เป็นรอยจารึกที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหินที่เขากำลังเหยียบย่ำ มันคือ 'อักขระที่สาบสูญ' ชุดเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในฝันของเขามาโดยตลอด "ที่นี่มีคำตอบสำหรับสิ่งที่นายตามหาอยู่" เอเลน่าหยุดยืนที่หน้าบันไดวนที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ยอดหอคอย "แต่จงระวังให้ดี การอ่านรูนโบราณที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อความรู้ แต่มันคือดาบสองคมที่พร้อมจะตัดศีรษะใครก็ตามที่บังอาจเผยความลับของมันออกมา" เซเรสเดินตามเธอไปจนถึงห้องโถงพิธี ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังเขาอย่างเหยียดหยาม ดาร์กัสยืนเด่นอยู่บนแท่นพิธี เขาหยิบตราประทับสีดำสนิทขึ้นมาถือไว้ในมือ บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ "ในเมื่อแกอยากจะเรียนนัก ฉันก็จะให้แกได้เรียน" ดาร์กัสยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา "ในบททดสอบแรกของการคัดสรรบ้าน เซเรส ไวท์... แกจะต้องเปิดใช้งานคัมภีร์ต้องห้ามแห่งดารามนตราด้วยมือเปล่า หากแกทำพลาด พลังเวทที่แกมีอยู่เพียงน้อยนิดจะถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น และแกต้องออกจากสถาบันไปในสภาพคนพิการไร้เวทมนตร์" ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮา บางคนหัวเราะเยาะ บางคนทำเพียงเฝ้ามองด้วยความสมเพช เซเรสก้าวขึ้นไปยังแท่นพิธี ปลายนิ้วของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากคัมภีร์โบราณเบื้องหน้า ทว่า ในวินาทีที่เขาวางมือลงบนหน้ากระดาษที่กรอบเกรียม พลังบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดของเขาก็ปะทุขึ้น รอยสักที่ฝ่ามือของเขาเริ่มเรืองแสงสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งโถง ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน เสียงกรีดร้องของดาร์กัสดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนจากเหยียดหยามเป็นตื่นตระหนกสุดขีดเมื่ออักขระที่เขาเคยคุมอยู่กลับหมุนวนเข้าหาเซเรสอย่างบ้าคลั่ง คัมภีร์ที่ควรจะปิดตาย กลับเปิดอ้าออกด้วยตัวเอง และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้น ไม่ใช่คาถาเวทมนตร์ทั่วไป แต่เป็นรายชื่อ 'ผู้สืบทอดสายเลือดต้องสาป' ซึ่งชื่อแรกที่อยู่บนสุด... กลับเป็นชื่อของบิดาเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน และข้างๆ ชื่อนั้น มีรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทประทับอยู่ ราวกับว่าใครบางคนเพิ่งเขียนมันไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นนี้ครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%