กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นเคล้าคละกับคาวเลือดจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในห้วงความทรงจำของหลี่จวินเจี๋ย ทำให้ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังตวัดพู่กันจีนลงบนกระดาษสาชะงักไปชั่วขณะ
"ท่านกุนซือ... งานเลี้ยงรับรองราชทูตแคว้นเป่ยฉีใกล้จะเริ่มแล้วนะคะ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า ณ ตำหนักสราญรมย์เป็นการด่วนเพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่ค่ะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาของสาวใช้คนสนิทดังขึ้น ทว่าดวงตาคมกริบใต้แพขนตางอนงามของหลี่จวินเจี๋ยกลับมิได้มีความตระหนกแม้แต่น้อย เขาวางพู่กันลงอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามราวกับปีศาจจำแลง
ตำหนักสราญรมย์ในค่ำคืนนี้ประดับประดาด้วยโคมผ้าไหมปักดิ้นทองนับพันดวง แสงไฟสว่างไสวเจิดจ้าขับเน้นให้ราชสำนักดูยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทว่าภายใต้ความหรูหรานั้นกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยคมดาบที่พร้อมจะเสียบทะลวงหัวใจผู้คนได้ทุกเมื่อ หลี่จวินเจี๋ยในอาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์เพลิงสีชาดทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ก้าวเท้าเดินผ่านประตูทรงโค้งเข้ามาด้วยจังหวะจะโคนอันสง่างาม ทุกสายตาท้องพระโรงต่างพากันจับจ้องมาที่อดีตกุนซือผู้พลิกฟื้นตระกูลขึ้นมาท้าทายอำนาจอีกครั้งอย่างไม่วางตา
"ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีพ่ะย่ะค่ะ" หลี่จวินเจี๋ยคุกเข่าลงคำนับด้วยท่าทีที่นอบน้อม ทว่าแววตาที่เงยขึ้นสบกับฮ่องเต้หานเฟยกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
บนบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้หานเฟยแย้มสรวลกว้าง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตาที่หรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์อนุญาตให้ลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งกดดัน "ท่านหลี่... วันนี้นับเป็นโอกาสดีที่แคว้นเป่ยฉีนำ ‘สุรามรกตสวรรค์’ บรรณาการล้ำค่ามาถวาย ข้าได้ยินมาว่าสุรานี้หากดื่มเพียงจอกเดียวจะช่วยให้ปัญญาเฉียบ
แต่อีกจอกกลับทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกจนสิ้นสติ... เจ้าในฐานะกุนซือผู้ปราดเปรื่องสมควรเป็นผู้ประเดิมจอกแรกเพื่อเป็นเกียรติแก่ราชสำนัก มิเช่นนั้นจะเสียเกียรติของตระกูลหลี่นะ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ขุนนาง ราชทูตเป่ยฉีลอบยิ้มเยาะอยู่ที่มุมเสา ขณะที่องค์ชายสามซึ่งยืนอยู่เบื้องพระพักตร์แอบส่งสายตาสمรู้ร่วมคิด นี่คือกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อกำจัดเขาในข้อหาหมิ่นพระเกียรติหรือมิก็วางยาพิษฮ่องเต้! สุรามรกตสวรรค์จอกนั้นถูกแอบผสม ‘ผงสลายวิญญาณ’ ไว้เรียบร้อยแล้ว แผนการชั่วร้ายที่ในอดีตเคยพรากชีวิตบิดาของเขาไปอย่างไร้ความปรานี บัดนี้มันถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งบนกระดานเดิม
หลี่จวินเจี๋ยมิได้สะดุ้งสะเทือน เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเสวยที่มีจอกสุรามรกตวางอยู่
"ฝ่าบาททรงมีพระmеttаล้นพ้น พระราชทานสุรามรกตสวรรค์ให้กระผมเป็นเกียรติ กระผมย่อมไม่กล้าปฏิเสธ..." หลี่จวินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใส กวาดสายตามองไปรอบๆ ท้องพระโรงด้วยความมั่นใจ ก่อนจะหยิบจอกสุราขึ้นมาถือไว้ในมือ "ทว่า... ก่อนที่กระผมจะดื่ม สุราล้ำค่าชนิดนี้มีตำนานเล่าขานมาเนิ่นนานว่า หากนำ ‘เกล็ดหิมะพันปี’ มาหยดลงไปเพียงหนึ่งเกล็ด สีเขียวมรกตของสุราจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทดั่งนิลกาฬทันที หากปราศจากพิษภัยอันใด สุรานี้จะยังคงความใสกระจ่างดังเดิม... หม่อมฉันบังเอิญพกผงสมุนไพรทดสอบพิษที่ได้รับมาจากหมอเทวดาแดนใต้พอดี ฝ่าบาททรงอนุญาตให้หม่อมฉันแสดงความรู้รอบตัวนี้เพื่อความบันเทิงในงานเลี้ยงสักครั้งเถอะนะ"
สีพระพักตร์ของฮ่องเต้หานเฟยเปลี่ยนสีทันที ดวงตาขององค์จักรพรรดิเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ขณะที่ราชทูตเป่ยฉีหน้าถอดสีจนซีดเผือด รีบก้าวออกมาคุกเข่าคำนับเสียงสั่น "ฝ่าบาท... สุรานี้เป็นบรรณาการอันบริสุทธิ์..."
"ราชทูตเป่ยฉีตื่นตูมเกินไปแล้วกระมัง หม่อมฉันเพียงแค่เอ่ยตามตำราโบราณเท่านั้น" หลี่จวินเจี๋ยกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังอำนาจ เขานำผงสมุนไพรสีขาวบริสุทธิ์จากถุงผ้าแพรข้างกายโรยลงไปในจอกสุราตรงหน้าช้าๆ
เพียงชั่วพริบตาเดียว! ของเหลวสีเขียวมรกตในจอกก็เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง และแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทสนิมเขม่าควันพวยพุ่งขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนักสราญรมย์ เหล่าขุนนางต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง
หลี่จวินเจี๋ยหันกลับมาสบตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงของฮ่องเต้ รอยยิ้มงดงามดั่งบุปผาแรกแย้มระบายอยู่บนเรียวปาก ทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนกระดูกสันหลังของทุกคนต้องเยือกแข็ง
"ดูท่า... สุรามรกตสวรรค์จอกนี้คงต้องถวายให้องค์ชายสามผู้ทรงปรีชาสามารถเป็นผู้ดื่มแทนกระผมเสียแล้วกระมังเพคะ" หลี่จวินเจี๋ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่จ่ออยู่เหนือลำคอของศัตรู
ทว่า ในวินาทีที่องค์ชายสามกำลังจะผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ประตูบานใหญ่แกะสลักลายมังกรทองของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยดังสะท้อนก้องกังวาน พร้อมกับเงาร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬปักลายหงส์ไฟที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลี่จวินเจี๋ยอย่างอารักขา
ท่านอ๋องซูฮั่นเยี่ยน... ผู้กุมอำนาจกองทัพพิทักษ์ชายแดนเหนือ ผู้ที่ควรจะยังอยู่ห่างจากเมืองหลวงนับพันลี้ กลับมายืนอยู่ ณ ที่นี้ พร้อมกับราชโองการลับฉบับใหม่ที่ถูกโยนลงแทบพระบาทของฮ่องเต้ด้วยเสียงดังสนั่น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและชิงไหวชิงพริบไปพร้อมกับข้าค่ะ
- หงส์เพลิงหวนคืน
กุนซือไร้ใจกับบัลลังก์ที่ดับสูญ•ตอนที่ 3
กลลวงกลางงานเลี้ยง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือไร้ใจกับบัลลังก์ที่ดับสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
