กลิ่นอายของเหล้าเหมาไถและคาวโลหิตยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับว่าความตายอันน่าอนาถเมื่อครู่เป็นเพียงเงาพาดผ่านที่ยังไม่ทันจางหาย
หลี่จวินเจี๋ยสะดุ้งเฮือก ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกปลุกเร้าจากห้วงลึกแห่งความทรงจำ มือเรียวยาวที่เคยชุ่มโชกไปด้วยเลือดและหมึกดำจากการคำนวณกลยุทธ์พลิกแผ่นฟ้าดิน ยกขึ้นกุมลำคอของตนเองโดยอัตโนมัติ—ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีร่องรอยการถูกรัดด้วยโซ่ตรวนแห่งความอัปยศ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีคมดาบขององค์รักษ์เสื้อแพรที่เสียบทะลวงหัวใจจนมิดด้าม
ลมหายใจหอบกระชั้นปานจะขาดใจตายสะท้อนก้องอยู่ในห้องหนังสืออันคุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาเผาไหม้บนกระถางทองเหลืองลอยอวลอยู่รอบกาย แสงเทียนสีส้มสั่นไหววับแวมตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล
นี่มิใช่ห้องใต้ดินอันมืดมิดและเย็นยะเยือกแห่งสำนักราชเลขาธิการในบั้นปลายแห่งความล่มจม
สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวกระวังดุจพยัคฆ์บาดเจ็บ ภาพเบื้องหน้าคือโต๊ะไม้จันทน์แดงที่สุมแน่นด้วยตำราพิชัยสงคราม พู่กันขนหมาป่าแขวนเรียงรายบนแท่นหยกขาว และที่สำคัญที่สุดคือปฏิทินตั้งโต๊ะทำจากกระดาษสาชั้นดีที่ระบุปีรัชศกไว้อย่างชัดเจน... ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน
สิบปี... ก่อนที่ตระกูลหลี่จะถูกป้ายสีด้วยข้อหากบฏ สิบปี... ก่อนที่บิดามารดาจะต้องจบชีวิตลงภายใต้ราชโองการโลหิต และสิบปี... ก่อนที่เขาจะโง่งามยอมมอบแผนผังค่ายกลทั่วหล้าให้แก่บุรุษผู้สวมอาภรณ์มังกรนามว่า "หานเฟย" ด้วยความเชื่อมั่นอันโง่เขลาว่ามิตรภาพระหว่างสหายร่วมสำนักจะค้ำจุนแผ่นดินได้
"คุณชายรอง... ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"
เสียงเคาะประตูกลอนไม้เบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างของสาวใช้คนสนิทที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางถืออ่างน้ำอุ่นสำริดเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อม ดวงหน้าของนางยังคงดูอ่อนเยาว์ไร้ริ้วรอยแห่งความโศกเศร้า รอยยิ้มที่มอบให้เขายังคงเต็มไปด้วยความห่วงใยไร้เดียงสา—ภาพเหล่านี้เคยถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไปพร้อมกับเรือนสกุลหลี่ในคืนที่เพลิงผลาญวอดวาย
หลี่จวินเจี๋ยหลุบตาลงซ่อนประกายตาดุดันและอำมหิตที่วาบผ่านนัยน์ตาคู่สวย ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าที่ฝ่ามือตนเองจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด เพื่อยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
สวรรค์... หรือแม้กระทั่งขุมนรก คงจะเวทนาต่อความโง่เขลาของเขา ถึงได้เมตตาให้โอกาสอันเหลือเชื่อนี้มา
"ข้าง่วงนัก... เจ้าวางอ่างน้ำไว้แล้วออกไปก่อนเถอะ" เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจบางประการที่ทำให้นางกำนัลตัวน้อยชะงักไปชั่วขณะ นางแปลกใจกับน้ำเสียงที่สุขุมเกินวัยและเย็นชาผิดปรกติของคุณชายรองผู้ร่าเริงและมักจะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเสมอ แต่ก็มิกล้าซักไซ้ ทำได้เพียงโค้งตัวรับคำแล้วถอยออกไปเงียบๆ
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง หลี่จวินเจี๋ยจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากตั่งนอน เขาก้าวเดินไปที่กระจกทองเหลืองขัดเงา ภาพสะท้อนในกระจกคือเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ผิวพรรณผุดผ่อง ดวงหน้ารูปไข่คมคาย นัยน์ตาดำขลับลẫกซึ้งดึงดูดใจแต่ไร้ซึ่งประกายความอ่อนต่อโลกหล้าอีกต่อไป
ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม แต่กลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีในหุบเขาไร้ตะวัน
*ในเมื่อข้าได้โอกาสหวนคืนมาแล้ว หานเฟย... บัลลังก์มังกรที่เจ้าได้มาด้วยการเหยียบย่ำซากศพของตระกูลหลี่ ข้าจะค่อยๆ ฉีกกระชากมันออกทีละชิ้น เริ่มจากเส้นทางสู่รัชทายาทของเจ้า และจบลงด้วยความโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิงในวาระสุดท้ายของชีวิตเจ้าเอง*
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะความคิดอันดำมืดและหอมหวานแห่งการแก้แค้น
"คุณชายรองเจ้าค่ะ มีจดด่วนส่งตรงมาจากตำหนักขององค์ชายสาม... ประทับตราลับเฉพาะองค์ชาย พ송ด่วนถึงมือท่านโดยตรงเจ้าค่ะ"
หลี่จวินเจี๋ยหรี่ตาลงทันที... องค์ชายสาม หานเฟย ผู้นั้น
ในเวลานี้ พวกเขายังคงเป็นสหายรักที่ร่วมอ่านตำราและดื่มสุราสาบานตนใต้ต้นเหมันต์ด้วยกัน หานเฟยมักจะส่งจดหมายมาปรึกษาหารือเรื่องโคลงกลอนหรือปัญหาบ้านเมืองอยู่เป็นนิจ โดยที่หลี่จวินเจี๋ยหารู้ไม่ว่า ทุกถ้อยคำหวานหูและท่าทีที่ดูจริงใจเหล่านั้น เป็นเพียงกรงขังที่ถูกถักทอขึ้นเพื่อรอวันเชือดหมูเข้าโรงเชือด
เขาก้าวไปรับกระบอกไม้ไผ่ประทับตราครั่งสีชาดจากมือบ่าวรับใช้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง เปิดผนึกออกมาช้าๆ คลี่กระดาษสาเนื้อดีออกอ่านภายใต้แสงเทียนวับแวม
ลายมืออันคุ้นเคยปรากฏแก่สายตา—*‘จวินเจี๋ยสหายรัก คืนนี้ยามสาม ณ หอชมจันทร์บูรพา ข้ามีสุรา ‘หยกเหมันต์’ รสเลิศที่เพิ่งได้มาจากแดนเหนือ อยากร่วมดื่มด่ำสนทนาเรื่องยุทธจักรกับเจ้าให้หนำใจ หวังว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธไมตรีนี้’*
มุมปากของอดีตกุนซือผู้ไร้ใจกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยาม
*หอชมจันทร์บูรพา... สุราหยกเหมันต์...*
ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูขึ้นมาทันที ในคืนนั้นเมื่อสิบปีก่อน เขาเดินทางไปตามคำเชิญนี้ด้วยความยินดี ดื่มสุราที่สหายรักรินให้ด้วยมือตนเอง จนกระทั่งสูญเสียสติ และตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงร่วมกับสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งในตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้าม กลายเป็นข้อหาฉาวโฉ่ที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาป่นปี้ และบีบให้ตระกูลหลี่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างทางการเมืองตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา!
นี่คือจุดเริ่มต้นของหับหลุมพรางแรกที่หานเฟยขุดรอไว้
หลี่จวินเจี๋ยบรรจงพับจดหมายฉบับนั้นเก็บใส่ร่องอก นัยน์ตาดำขลับทอประกายวับวาวดุจคมดาบที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ความแค้นสุมอกระอุขึ้นมาราวกับเปลวเพลิงโลกันตร์ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
ในเมื่อเจ้าปรารถนาจะให้คืนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเกม... ข้าก็จะไปร่วมวงบรรเลงหมากกระดานนี้กับเจ้าด้วยเช่นกัน
ทว่า... เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบสงบยามวิกาลของเรือนด้านนอกกลับดังขึ้นเสียก่อน ฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง ไม่ใช่เสียงของบ่าวรับใช้ในจวนอย่างแน่นอน และกลิ่นอายยุทธ์ที่แผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตเรือนพัก ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะครอบครองได้
หลี่จวินเจี๋ยชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป มือเรียวยวกระชับพู่กันเหล็กที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อแน่น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถาม บุคคลปริศนาก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าต่างห้องที่เปิดแง้มไว้
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกั้นด้วยหน้ากากเงินลายจิ้งจอก ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับคมปลาบดุจเหยี่ยว และเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง
และก่อนที่หลี่จวินเจี๋ยจะได้ทันตั้งตัว บุรุษลึกลับผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ สะท้านสะเทือนหัวใจ
"กุนซือหลี่... ท่านคิดจะเอาชีวิตน้อยๆ ของตนเองไปสังเวยให้สุนัขรับใช้ราชสำนักอีกสักกี่ครั้งกัน?"
— หงส์เพลิงหวนคืน —
*(ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับข้าในรอยต่อแห่งโชคชะตานี้นะคะ)*
กุนซือไร้ใจกับบัลลังก์ที่ดับสูญ•ตอนที่ 1
วิญญาณแค้นที่หวนคืน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือไร้ใจกับบัลลังก์ที่ดับสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
