เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวขุ่นสั่นไหว จนผิวน้ำสีดำสนิทภายในกระเพื่อมเป็นวงคลื่น concentric
ภาคินไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มสีน้ำตาลเข้มที่ถูกโยนมาหยุดอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมยังคงจดจ้องอยู่กับภาพถ่ายที่เกิดจากร่องรอยการงัดแงะบนกลอนหน้าต่างของห้องปิดตาย เขากำลังคำนวณมุมองอาศัยแรงเหวี่ยง น้ำหนักของตัวผู้ต้องสงสัย และความน่าจะเป็นเชิงพฤติกรรมที่สมองส่วนหน้าของเขาประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร
"คุณกำลังเสียเวลาเปล่า, สารวัตรธนา"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาค่อย ๆ วางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทีละน้อย ทุกกิริยาอาการเต็มไปด้วยความสุขุมและรอบคอบตามแบบฉบับของนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากรรมผู้ผ่านการฝึกฝนจากหลักสูตรระดับสากล
"เวลาสี่สิบแปดชั่วโมงแรกในคดีฆาตกรรมห้องปิดตาย คือช่วงเวลาทองคำที่เราควรใช้แกะรอยจิตวิทยาของคนร้าย ไม่ใช่การมานั่งไล่รายชื่อผู้ต้องสงสัยที่มีแรงจูงใจแบบผิวเผินจากกองเอกสารลวก ๆ เหล่านั้นนะครับ" ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตากับสารวัตรหนุ่มผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งตอนนี้ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความไม่พอใจ
สารวัตรธนาแค่น "หึ" ออกมาในลำคอ พร้อมกับกอดอกแน่น "นักวิเคราะห์อย่างคุณก็ดีแต่พูดทฤษฎีสวยหรูในห้องแอร์สครับคุณภาคิน! ตำรวจภาคสนามอย่างพวกผมต้องทำงานแข่งกับเวลา หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าห้องนั้นถูกลงกลอนจากด้านใน ไม่มีทางที่คนร้ายจะเล็ดลอดออกไปได้ถ้าไม่ใช่ผีสาง... หรือถ้าคุณเก่งนัก ก็ลองบอกผมซิว่าใครคือคนร้าย ในเมื่อกล้องวงจรปิดทุกมุมตึกไม่พบแม้แต่เงาของคนแปลกหน้า!"
ความกดดันภายในห้องประชุมพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดราวกับลวดสลิงที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
แต่นี่แหละคือความท้าทายที่ภาคินคุ้นเคย
เขารู้ดีว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การฆาตกรรมทั่วไป แต่เป็น "เกม" ที่ถูกส่งตรงมาท้าทายเขาโดยเฉพาะอย่างที่เขารู้สึกได้ตั้งแต่ตอนที่แล้ว ดวงตาของภาคินหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงรอยยิ้มจาง ๆ ที่ทิ้งไว้บนศพ—รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว แต่เกิดจากความพึงพอใจของผู้ล่าที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อดิ้นรนอยู่ในกรงขัง
ทว่า ก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยปากอธิบายสมมติฐานทางจิตวิทยาชิ้นสำคัญเกี่ยวกับ "ความเย่อหยิ่งเชิงโครงสร้าง" (Structural Hubris) ของคนร้าย เสียงบานประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูขออนุญาตอย่างสุภาพ... แต่เป็นแรงผลักที่หนักแน่นและเด็ดขาด จนบานประตูไม้สักกระแทกับผนังปูนเกิดเสียงดังสนั่น
ทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว สารวัตรธนาชักสีหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวทันทีเพราะเกียรติยศของนายตำรวจผู้ใหญ่กำลังถูกหยาม "ใครบังอาจ! เข้ามาได้ยังไง นี่มันห้องประชุมลับระดับ—"
คำพูดของสารวัตรธนาขาดห้วงไปทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้มาใหม่
ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและไร้ซึ่งซุ่มเสียง รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องประชุมเป็นจังหวะจะโคนหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เป็นระเบียบเผยให้เห็นลำคอระหงและโครงหน้าคมคายที่สะกดสายตาทุกคู่ในห้องให้หยุดนิ่ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสายตานับสิบที่จ้องมองมาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... เธอกำลังกวาดสายตาสำรวจทุกคนในห้องด้วยรังสีความกดดันที่เหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ
มิลิน... หญิงสาวลึกลับผู้ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไปในคืนฝนตกเมื่อคราวก่อน บัดนี้เธอกลับมายืนอยู่ ณ ใจกลางกองบัญชาการสืบสวนด้วยท่าทีที่ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
"การประชุมลับที่เต็มไปด้วยข้อสันนิษฐานล้าสมัยแบบนี้ ฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเคาะประตูขออนุญาตหรอกมั้งครับ... อ้อ ขออภัย ฉันหมายถึง นะคะ เอ๊ย ไม่ใช่สิ..." มิลินหยุดชะงักไปนิดหนึ่งพร้อมกับยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างขี้เล่น เธอมองหน้าสารวัตรธนาที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความงุนงง
ภาคินขมวดคิ้วมุ่นทันที เขารู้จักผู้หญิงคนนี้... หรือพูดให้ถูกคือ เขารู้ว่าเธออันตรายแค่ไหนจากการเผชิญหน้ากันครั้งก่อน แต่วันนี้เธอกลับกล้าบุกเข้ามาถึงห้องประชุมลับของตำรวจภูธรภาคได้โดยไม่มีใครขัดขวาง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกนี้ต้องถูกเจาะเข้าแล้วอย่างแน่นอน
"คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง และต้องการอะไร, คุณมิลิน" ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดเสื้อสูทให้เข้าที่เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้
มิลินไม่ตอบคำถามในทันที เธอเดินสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของภาคิน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ปะปนกลิ่นไอฝนและสนิมเหล็กจาง ๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และบ่งบอกถึงการผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่มีตราสัญลักษณ์ประหลาดซึ่งไม่มีหน่วยงานราชการใดในประเทศไทยใช้ วางทับลงบนกองเอกสารของสารวัตรธนาอย่างไร้ความเกรงใจ
"ตำรวจอย่างพวกคุณกำลังตามหา 'กุญแจ' ที่ไม่มีอยู่จริงในห้องปิดตายนั้น" มิลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานชัดเจน ทุกคำพูดดึงดูดสมาธิของทุกคนในห้องให้จดจ่ออยู่กับเธอ "เพราะพวกคุณมัวแต่มองหาทางออกทางกายภาพ แต่กลับมองข้าม 'กลไกจิตใต้สำนึก' ที่คนร้ายจงใจสร้างขึ้นเพื่อหลอกสมองของพวกคุณทุกคน"
สารวัตรธนากัดฟันกรอดด้วยความโมโหที่ถูกผู้หญิงแปลกหน้าลูบคมต่อหน้าลูกน้อง "คุณเป็นใคร! กล้าดียังไงมาวิจารณ์การทำงานของเจ้าพนักงาน ถ้าคุณไม่อธิบายให้ชัดเจนภายในสามวินาทีนี้ ผมจะข้อหาบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติงาน—"
"เชิญจับกุมฉันได้เลยครับสารวัตร... อุ๊ย ขอโทษทีติดปากไปหน่อย" มิลินหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ เธอปรายตามองสารวัตรธนาด้วยแววตาสمเพชเวทนาเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตาตรง ๆ กับภาคิน "แต่ก่อนจะทำแบบนั้น คุณลองเปิดแฟ้มเล่มนี้ดูเสียก่อน... แล้วนักวิเคราะห์อัจฉริยะอย่างคุณภาคิน จะได้รู้ว่า 'ความจริง' ที่ตำรวจปิดบังไว้ มันน่าสมเพชกว่าคดีฆาตกรรมนี้มากแค่ไหน"
ภาคินจ้องมองใบหน้าของมิลินอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มันคือแววตาของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในมือ
นิ้วเรียวยาวของภาคินเอื้อมไปแตะที่มุมแฟ้มสีดำสนิทนั้น ความเย็นยะเยือกของเนื้อวัสดุสัมผัสปลายนิ้วราวกับส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างจากระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ถูกปลุกเร้าภายใต้ความสุขุม
เขาค่อย ๆ เปิดแฟ้มเอกสารนั้นออก...
ภาพถ่าย ภาพสเกตช์ และข้อมูลลับสุดยอดที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในสำนวนคดีใด ๆ ปรากฏแก่สายตา ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้บอกแค่ว่าเหยื่อตายอย่างไร แต่กลับระบุ "ชื่อ" และ "พิกัดปัจจุบัน" ของฆาตกรตัวจริง... พร้อมกับข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่เขียนทับไว้ด้านล่างสุดว่า:
*[ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบที่สอง, ภาคิน... คุณทายถูกไหมว่าเหยื่อรายต่อไปกำลังยืนอยู่ส่วนไหนของตึกนี้?]*
ดวงตาทั้งสองข้างของภาคินเบิกกว้างขึ้นในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขานิ่งค้างไปทันทีเมื่อสมองประมวลผลพิกัดของข้อความนั้นเข้ากับแผนผังของตึกที่เขาเพิ่งศึกษาไปเมื่อครู่...
ตึกนี้... ไม่มีทางออกอื่นนอกจากห้องประชุมห้องนี้ และเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากหลังบานประตูห้องประชุมที่ถูกล็อคกลอนไว้อีกชั้นจากด้านนอก ก็กำลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่สะท้อนก้องผ่านระบบกระจายเสียงฉุกเฉินของอาคาร!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปกับเรานะครับ
แฟ้มคดีจารชนพรางตา กับกลไกจิตใต้สำนึกของนายนักวิเคราะห์•ตอนที่ 2
แขกไม่ได้รับเชิญในห้องประชุม
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีจารชนพรางตา กับกลไกจิตใต้สำนึกของนายนักวิเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
