"ร่องรอยการงัดแงะเป็นศูนย์ กลอนประตูด้านในลงกลอนตายสนิท หน้าต่างทุกบานถูกล็อกแน่นหนาจากภายใน และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีแม้แต่รอยนิ้วมือของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่จุดเดียวครับสารวัตร"
เสียงรายงานของนายตำรวจร้อยเวรดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องพักวีไอพีชั้นสิบสองของโรงแรมหรูใจกลางเมือง กลิ่นอายของความตายผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งอุณหภูมิไว้ต่ำจนเกินพอดี ทำให้บรรยากาศยิ่งดูวังเวงและกดดันมากยิ่งขึ้น
บนเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องร่างไร้วิญญาณของนักธุรกิจชื่อดังนอนสงบนิ่ง ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนภาพความตื่นตระหนกขั้นสุดยอดราวกับได้เห็นปีศาจร้ายในวาระสุดท้ายของชีวิต ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจและท้าทายตรรกะทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างถึงที่สุดคือ สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีร่องรอยการวางยาพิษ ไม่มีร่องรอยการใช้กำลังทำร้ายร่างกาย
นี่คือคดี "ห้องปิดตาย" สมบูรณ์แบบที่ตำรวจนครบาลกำลังจนมุม และไม่มีทีท่าว่าจะไขปริศนาได้เลย
"แล้วพวกคุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง..."
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างสุขุม ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาคูลสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกก้าวเข้ามาในที่เกิดเหตุอย่างเงียบเชเชียบ ภาคิน กวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพแวดล้อมด้วยความเร็วสูง สมองของเขาเริ่มทำงานราวกับคอมพิวเตอร์เมน프레임ที่กำลังประมวลผลข้อมูลนับล้านจุดในเสี้ยววินาที ทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นมุมองศาของเก้าอี้ คราบฝุ่นบางๆ บนขอบหน้าต่าง หรือแม้แต่หยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วน้ำบนโต๊ะ ล้วนถูกบันทึกไว้ในความทรงจำทั้งหมด
"คุณเป็นใคร? ที่นี่เป็นพื้นที่ควบคุมคดีพิเศษ ห้ามคนนอกเข้า... เฮ้ย! นั่นมันที่เกิดเหตุนะครับคุณ!" นายตำรวจยศสารวัตรพยายามจะเข้ามาขวาง แต่ต้องชะงักกึกเมื่อหญิงสาวร่างเพรียวในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทที่เดินตามหลังมาติดๆ ยกบัตรประจำตัวสีดำสนิทขึ้นมาแสดงต่อหน้า
"ที่ปรึกษาพิเศษจากส่วนกลาง... และพวกคุณกำลังทำลายหลักฐานสำคัญด้วยการยืนหายใจรดต้นคอเหยื่อแบบนั้นแหละค่ะ"
มิลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคม แววตาคู่สวยกวาดมองกลุ่มตำรวจด้วยความเหนื่อยหน่าย เธอเก็บปืนพกขนาดกะทัดรัดไว้ที่ซองคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภาคิน พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณเป็นนัยว่า *'ฉันจัดการกันคนพวกนี้ให้แล้ว นายเริ่มวิเคราะห์ได้เลย'*
ภาคินพยักหน้ารับเล็กน้อย เขาย่อตัวลงต่ำในระดับสายตากับร่างไร้วิญญาณของเหยื่อ นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางแตะลงที่ขอบเตียงเบาๆ เพื่อวัดระยะห่างและมุมมอง
"ห้องปิดตายที่ไร้ร่องรอยการเข้าออก... ฟังดูเหมือนกลลวงของนักมายากลระดับโลกสินะครับมิลิน" ภาคินเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากศพ "แต่ในทางจิตวิทยาและอาชญากรรม ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ทุกกลไกที่ซับซ้อน มักจะมี 'รอยรั่ว' ที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของผู้สร้างมันเสมอ"
"แล้วนายเห็นอะไรล่ะ ท่านนักวิเคราะห์ผู้ปราดเปรื่อง" มิลินกอดอกพิงผนังห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องเพื่อระแวกความปลอดภัยตามสัญชาตญาณอดีตสายลับ "เพราะตอนนี้ ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังจะสรุปสำนวนว่าเป็น 'การไหลตาย' หรืออาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันตามธรรมชาติแล้วนะ"
"เหลวไหล" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ดูดวงตานั่นสิครับมิลิน ม่านตาขยายตัวเต็มที่ รูม่านตาตีบลงในลักษณะที่เกิดจากการกระตุ้นของสารเคมีบางชนิดที่สลายตัวได้เองอย่างรวดเร็ว... และที่สำคัญที่สุด มือขวาของเหยื่อกำแน่นจนเกร็ง กล้ามเนื้อหดตัวผิดธรรมชาติ นั่นไม่ใช่การหลับใหลอย่างสงบ แต่มันคือปฏิกิริยาต่อต้านความกลัวขั้นสุดยอดก่อนที่สมองส่วนกลางจะถูกปิดตาย"
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสมาธิ ภาพซ้อนของเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยช่วยชีวิตเหยื่อในสถานการณ์ตัวประกันไม่ได้ผุดขึ้นมาในหัวชั่วแวบหนึ่ง—ความรู้สึกผิดที่ยังคงหลอนอยู่ในใจ กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้สมองของเขาเฉียบคมยิ่งกว่าเดิม
"ฆาตกรไม่ได้เข้ามาทางประตู หรือหน้าต่าง..." ภาคินกวาดสายตาขึ้นมองเพดานห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ช่องระบายอากาศขนาดเล็กที่อยู่เหนือห้องน้ำ "พวกเขาใช้ 'ช่องทาง' ที่ไม่มีใครคาดคิด และใช้หลักการทางจิตวิทยาในการสร้างภาพลวงตา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้"
ขณะที่ภาคินกำลังจะอธิบายทฤษฎีการจำลองเหตุการณ์เพื่อหาช่องโหว่ของคนร้าย ทันใดนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นสะเทือนขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ถูกเข้ารหัสลับเอาไว้เป็นพิเศษ ซึ่งไม่ควรจะมีใครเข้าถึงได้ในสถานการณ์เช่นนี้
*ติ๊ด!*
แสงไฟสีแดงกะพริบวาบขึ้นหน้าจอ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีดำทมิฬที่ปรากฏขึ้นบนระบบปฏิบัติการออฟไลน์ของกรมตำรวจโดยไม่มีที่มาที่ไป:
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบเป้าหมาย 'เงาทมิฬ' อยู่ในรัศมี 50 เมตร]**
**[คำเตือน: คุณกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าเพื่อต้อนรับ 'นักวิเคราะห์' เช่นคุณโดยเฉพาะ]**
**[เวลาถอยหลังก่อนระบบทำลายตัวเอง: 00:03:00]**
มิลินหันขวับมามองภาคินทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอ "ภาคิน... ระบบของเราถูกเจาะ! มีคนกำลังดักฟังพวกเราอยู่!"
ภาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเขารู้ตัวแล้วว่า... คดีห้องปิดตายนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็น 'เกม' ที่ถูกส่งตรงมาท้าทายเขาโดยเฉพาะ และคนร้ายกำลังยืนมองดูพวกเขาจากที่ไหนสักแห่งในตึกนี้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
*(ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง" เสมอมานะครับ)*
แฟ้มคดีจารชนพรางตา กับกลไกจิตใต้สำนึกของนายนักวิเคราะห์•ตอนที่ 1
รอยนิ้วมือที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีจารชนพรางตา กับกลไกจิตใต้สำนึกของนายนักวิเคราะห์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
