เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา•ตอนที่ 21

หักหลังโชคชะตา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ค่ายกลกระบี่เก้าสวรรค์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแผ่นดินเบื้องล่างแยกตัวออกเป็นร่องลึก เมฆหมอกบนยอดเขาเมฆาแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต ยามเมื่ออาวุโสสูงสุดแห่งสำนักยื่นมือออกไปหมายจะคว้าจับร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเยี่ยซิงเหอ “หลี่มู่เฉิน! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! ศิษย์ทรยศผู้นี้สังหารศิษยพี่ของตนเอง ทำลายคัมภีร์ต้องห้ามของบรรพชน บัดนี้มันสมควรตายหมื่นครั้งเพื่อชดใช้บาป!” เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังก้องกังวาน ทว่าหลี่มู่เฉินกลับมิได้สะเทือนใจแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านดั่งเทือกเขาไท่ซาน เบื้องหน้าเขาคือศิษย์เอกที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ็นดูและผลักไสด้วยมือตนเอง ปลายกระบี่ไร้ใจในมือสั่นระริก ปราณกระบี่เย็นเยียบแผ่พุ่งออกไปกดดันบรรยากาศจนเหล่าผู้อาวุโสต้องถอยหลังไปคนละก้าว “บาปอันใดเล่า?” หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับขั้นเซียนที่ทำให้ผู้ฝึกตนรอบด้านหายใจติดขัด “ในเมื่อสำนักใช้วิธีการสกปรกเพื่อบีบคั้นชะตากรรมของเด็กคนหนึ่ง เหตุใดข้าผู้เป็นประมุขยอดเขาจะต้องทำตามกฎปลอมเปลือกเหล่านี้ด้วย” “ท่านประมุข!” เยี่ยซิงเหอที่นอนพิงอยู่กับอกเสื้อของเขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและคราบโลหิตฉายแววซับซ้อนระคนตกตะลึง ริมฝีปากซีดเซียวเม้มเข้าหากันแน่น “เหตุใด... เหตุใดท่านจึงต้องเอาอนาคตพันปีของท่านมาแลกกับคนอกตัญญูเช่นข้า... ข้าสมควรตายตั้งแต่วันที่ข้าหันหลังให้สำนักแล้ว!” หลี่มู่เฉินก้มลงมองคนในอ้อมแขน สายตาที่เคยเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหววูบคล้ายประกายไฟในกองเพลิง เขายกมือขึ้นปัดเส้นผมที่เปียกชื้นเหงื่อและเลือดออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ทำให้อดีตศิษย์เอกถึงกับตัวสั่นสะท้าน “เงียบเสีย ซิงเหอ...” หลี่มู่เฉินกระซิบแผ่วเบา ทว่ามั่นคงดั่งคำประกาศิตสวรรค์ “ไม่ว่าเจ้าจะเดินไปบนเส้นทางสายมารหรืออเวจีขุมไหน หากตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีผู้ใดในใต้หล้ากล้าแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว แม้กระทั่งสวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์!” ประโยคนี้ดังก้องฟ้าดิน เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์นับร้อยต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตระหนก การประกาศกร้าวเช่นนี้เท่ากับการทรยศต่อสำนักและกฎแห่งเซียนโดยสมบูรณ์ หลี่มู่เฉินกำลังหักหลังโชคชะตาที่ฟ้าลิขิตไว้เพื่อปกป้องคนเพียงคนเดียว “อวดดีนัก! ในเมื่อประมุขหลี่เลือกที่จะปกป้องคนบาป เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไร้ไมตรีจิตในการใช้อัคคีล้างสำนักเพื่อกำจัดมารร้ายทั้งสอง!” สิ้นเสียงคำราม อาวุโสสูงสุดประสานอินทร์ระเบิดพลังปราณระดับบรรพกาลออกมาพร้อมกัน ธားธาตุฟ้าดินแปรปรวน ท้องฟ้ามืดครึ้มฉับพลันด้วยสายฟ้าสีทองทับทิมที่ผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ อาณาเขตกระบี่ไร้ใจถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งทัณฑ์สวรรค์ แรงกดดันมหาศาลซัดกระหน่ำจนกระอักเลือด หลี่มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขากอดร่างของเยี่ยซิงเหอไว้แน่น วาดกระบี่ไร้ใจในมือออกเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นต้านทานสายฟ้าแห่งทัณฑ์สวรรค์จนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น และบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏขึ้นที่หัวไหล่ โลหิตสีแดงฉานหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนตัดกันจนน่ากลัว “อาจารย์!” เยี่ยซิงเหอหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด หัวใจของนางบีบตัวเข้าหากันจนแทบแหลกสลาย ยามเมื่อเห็นแผ่นหลังที่เคยปกป้องนางจากภัยพิบัติบัดนี้ต้องมารับทัณฑ์ทรมานแทนตน “ท่านปล่อยข้าเถอะ! ปล่อยข้าไปตายเสีย แล้วท่านจะรอด...” “ข้าไม่เคยทำสิ่งใดพลาด... ยกเว้นเรื่องเดียวในอดีตที่ปล่อยให้เจ้าต้องโดดเดี่ยว” หลี่มู่เฉินขัดขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความหวาดกลัวแม้แต่ปลายก้อย เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่กำลังคำรามก้อง “วันนี้ ต่อให้ต้องสลายร่างเป็นธุลี ข้าก็จะพาลูกศิษย์ของข้าออกไปจากที่นี่ให้จงได้!” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่พลังปราณในตันtianของหลี่มู่เฉินเกิดการพลิกผันอย่างรุนแรง ขอบเขตกระบี่ไร้ใจที่ติดค้างมานานนับร้อยปีเกิดรอยร้าว ทะลวงผ่านกำแพงไร้รูปเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณสวรรค์ขั้นสูงสุด ท้องฟ้าที่มืดมัวพลันสว่างวาบด้วยแสงกระบี่เจิดจ้าที่สะท้านไปถึงสามภพ ทว่า... ก่อนที่พลังนั้นจะได้ระเบิดออกเพื่อกวาดล้างศัตรูเบื้องหน้า แผ่นดินไใต้ฝ่าเท้ากลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน เสียงหัวเราะเยียบเย็นเยือกราวดังมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุดก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงพายุ “ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพศิษย์อาจารย์ที่ซาบซึ้งยิ่งนัก... ประมุขหลี่ ท่านคิดจริงๆ หรือว่าการปกป้องนากกางเขนตัวนี้ จะทำให้ท่านหนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'ผู้อยู่เบื้องหลัง' ตัวจริงได้?” ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าภายใต้หมวกคลุมเปิดเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยวอำมหิต และเมื่อเยี่ยซิงเหอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้านั้น นางก็หลุดปากเรียกชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทะ... ท่านแม่ทัพ... เป็นไปไม่ได้! ท่านควรจะตายที่แดนสนธยาแล้วนี่!” ขอขอบพระคุณรี้ดдерทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและเส้นทางกระบี่อันยาวนานนี้ไปพร้อมกับเยี่ยซิงเหอและหลี่มู่เฉินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%