ความหนักอึ้งของค่ายกลโบราณไม่ได้กดทับลงเพียงแค่กล้ามเนื้อและเส้นชีพจร หากแต่กำลังบดขยี้จิตวิญญาณแห่งเซียนกระบี่ไร้ใจให้แหลกละเอียดเป็นจุล
หลี่มู่เฉินสะท้านเฮือก เลือดสีชาดเข้มข้นสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากอย่างช้าๆ ตัดกับผิวเนื้อขาวซีดราวกับหยกสลัก ภายในห้วงสมองของเขามีเสียงคำรามก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูหนาว ภาพความทรงจำเมื่อร้อยปีก่อน—ภาพของเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาดุดั่งเหยี่ยวและดื้อรั้น คุกเข่าลงคำนับเขาบนลานหินเมฆา—กำลังผุดพรายขึ้นมาอย่างชัดเจน ราวกับต้องการเยาะเย้ยวิถีแห่งความไร้ใจที่เขาเพียรสร้างมาตลอดชีวิต
*“อาจารย์... ท่านเคยรู้จักความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งอย่างแท้จริงหรือไม่?”*
น้ำเสียงของเยี่ยซิงเหอในวันวาน ยังคงกรีดแทงลงมากลางใจของประมุขยอดเขาเมฆาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลี่มู่เฉินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น ปราณกระบี่ในตันtian (จุดตันเถียน) ปั่นป่วนรุนแรงจนเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์สะบัดพับตามแรงลมปราณที่รั่วไหล ไร้ซึ่งความสง่างามดั่งเช่นเซียนผู้บรรลุธรรม มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังต่อสู้กับปีศาจในใจตนอย่างเอาเป็นเอาตาย
เขายกมือขึ้นหมายจะโคจรเคล็ดวิชาสะกดจิตมาร ทว่ากระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ ที่เคยเชื่อฟังคำสั่งมาตลอดชีวิต กลับหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไท่ซานไว้ทั้งลูก น้ำหนักนี้ไม่ใช่เกิดจากเวทมนตร์อักขระใดๆ หากแต่เกิดจาก ‘ความหวั่นไหว’ ในจิตใจของเขาเอง
วิถีกระบี่ไร้ใจ... ผู้ถือย่อมไร้รัก ไร้แค้น ไร้ความอาลัยอาวรณ์ แต่ในยามที่ข่าวคราวการกลับมาของศิษย์ทรยศผู้นั้นแพร่สะพัดไปทั่วสามภพ พร้อมกับข่าวลือเรื่องค่ายกลโลหิตที่เยี่ยซิงเหอใช้กวาดล้างสำนักใหญ่วิหคเพลิงจนราบคาบ หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีของหลี่มู่เฉินกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่ความกลัวตาย... แต่มันคือความร้าวรานที่ว่า เหตุใดเด็กหนุ่มที่เขาเคยโอบอุ้มและถ่ายทอดวิชาให้ด้วยมือตนเอง จึงเลือกเดินบนเส้นทางแห่งความพินาศเพื่อแลกกับการทำลายล้างเขา
“ศิษย์อกตัญญู...” หลี่มู่เฉินพึมพำกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดในยอดเขาเมฆาเคยได้ยินมาก่อนในรอบศตวรรษ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย หลับตาลงเพื่อขับไล่ภาพใบหน้าอันเยียบเย็นและรอยยิ้มเย้ยหยันของเยี่ยซิงเหอให้ออกไปจากห้วงสำนึก ทว่ายิ่งพยายามลืม ภาพนั้นกลับยิ่งคมชัดราวกับอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้า กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายกระบี่มารที่คุ้นเคยลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัว จนน่าสะท้าน
นี่คือ ‘ความล้มเหลวของจิตใจ’ อย่างแท้จริง
ในฐานะเซียนกระบี่ผู้ไร้เทียมทาน การที่จิตใจเกิดรอยร้าวเพียงนิดย่อมส่งผลให้ค่ายกลผนึกสวรรค์ที่ใช้กักขังพลังของตนเองทำงานย้อนกลับ กลายเป็นโซ่ตรวนที่ตรึงร่างเขาไว้กับแท่นบูชาแห่งนี้ หลี่มู่เฉินตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดไม่ได้อยู่ที่ใด ไกลออกไป... แต่มันคือความรู้สึกที่เขายังคงหลงเหลือให้แก่ศิษย์ผู้นั้นต่างหาก
เบื้องล่างของลานพิธี เสียงลมหายใจของความตายเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ หมอกสีดำทมิฬแผ่ขยายปกคลุมยอดเขาเมฆาที่เคยขาวสะอาดบริสุทธิ์ อักขระโบราณสีทองที่สลักอยู่บนพื้นศิลาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ ที่กำลังเดือดพล่าน
หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวและรauร้าวระคนกัน เขาไม่อาจปล่อยให้ความอ่อนแอในจิตใจทำลายทุกสิ่งที่เขาปกป้องมาทั้งชีวิตได้ หากวิถีกระบี่ไร้ใจมันกักขังหัวใจของเขาไว้ให้ทรมานถึงเพียงนี้ เขาก็พร้อมจะทำลายมันด้วยมือของตนเอง!
นิ้วเรียวยาวเปื้อนโลหิตยกขึ้นวาดอักขระกลางอากาศอย่างยากลำบาก เลือดหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเกิดเป็นเสียงก้องกังวานดั่งเสียงระฆังสำนักโบราณ ปราณกระบี่สายหนึ่งถูกรีดเร้นออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย แต่หลี่มู่เฉินก็ไม่ยอมส่งเสียงร้องสักแอะเดียว
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อทะลวงค่ายกลพันธนาการนั้นเอง...
“อาจารย์... ท่านกำลังฝืนสังหารตนเองอยู่หรือ?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย เย็นชาและเสน่ห์อันตรายดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า น้ำเสียงนั้นฉาบเคลือบด้วยความเยาะเย้ยและอาลัยอาวรณ์ในเวลาเดียวกัน
หลี่มู่เฉินชะงักกึก ดวงตาสคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวทะลุผ่านม่านหมอกสีทมิฬเข้ามาอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกระบี่มารที่คุ้นเคยแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก เยี่ยซิงเหอยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายอัคคีโลหิต เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายรับกับใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาราวกับเทพเซียนตกสวรรค์ ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่เขา เต็มไปด้วยเพลิงแค้นและประกายความโหยหาที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้ปรานี
ในมือของศิษย์ทรยศผู้นั้น... ถือกกระบี่มารที่หล่อหลอมขึ้นจากเศษเสี้ยววิญญาณของเขาเอง
“เจ้า...” หลี่มู่เฉินเปล่งเสียงได้เพียงคำเดียว ก่อนที่กระบี่ในมือของเยี่ยซิงเหอจะถูกตวัดชี้ตรงมาที่ลำคอของเขา โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปพบกับจุดพลิกผันที่เข้มข้นยิ่งกว่าในตอนต่อไปค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา•ตอนที่ 14
ความล้มเหลวของจิตใจ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!