กระบี่หวนคืนพิชิตมาร ผลาญนิรันดร์เหนือบัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนจากธุลีวิญญาณ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"กระอักออกมาให้หมดเสีย! ไอ้สวะเศษเดนที่บังอาจขวางทางเดินสุนัขอย่างพวกข้า!" แรงถีบมหาศาลปะทะเข้าที่กลางอกจนกระดูกซี่โครงลั่นเปรี๊ยะราวกับกิ่งไม้แห้งที่ถูกหักทิ้ง ร่างกายของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับกำแพงหินเย็นเยียบจนเลือดสีคล้ำทะลักออกจากปากไม่หยุด สายตาที่พร่าเลือนมองเห็นเงาร่างของกลุ่มศิษย์สายนอกที่ยืนล้อมรอบด้วยแววตาสมเพชเวทนาและเหยียดหยาม "จบสิ้นแล้ว... เย่เฉิน เจ้ามันก็แค่หมาข้างถนนที่หวังจะปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์" เสียงฝีเท้าของพวกมันห่างออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของหุบเขาหลังสำนัก จิตวิญญาณที่แตกสลายกำลังเลือนหายไปในหลุมดำแห่งความว่างเปล่า... ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังจะช่วงชิงลมหายใจสุดท้ายไปนั้น ประกายแสงสีครามดั่งท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ก็พุ่งวาบเข้าสู่ห้วงสำนึก *ข้า... มหาเทพผู้ครองกระบี่พิชิตฟ้า กลับต้องมาดับสูญในร่างของมดปลวกเช่นนี้หรือ?* เย่เฉินลืมตาขึ้น ดวงตาสีถ่านที่เคยหม่นแสงบัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ผ่านการเจียระไนมานับหมื่นปี ความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ดูไร้ค่าเมื่อเทียบกับความทรงจำนับพันปีที่หลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำป่าหลาก ร่างกายนี้อ่อนแอ... อ่อนแอจนแทบไม่เหลือปราณชีพจรใดหลงเหลือ แต่จิตวิญญาณของเขานั้นหาใช่อะไรที่เศษสวะพวกนั้นจะแตะต้องได้ เขายันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดไหลซึมจากหน้าผากลงมาบดบังทัศนวิสัย แต่ทว่า... จิตสัมผัสเทพเซียนกลับแผ่ขยายออกไปจนเห็นทุกความเคลื่อนไหวในรัศมีร้อยลี้ "ร่างกายสวะ... แต่โชคชะตาที่ฟ้าลิขิตให้ข้าคืนชีพอีกครา หนี้แค้นนี้... จักต้องชำระด้วยโลหิตจนกว่าจะสิ้นสุดนิรันดร์" เสียงทุ้มต่ำพึมพำผ่านลำคอ เย่เฉินกวาดสายตามองบาดแผลบนแขนของตนเอง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยปาดเลือดขึ้นมาเขียนอักขระเวทพื้นฐานลงบนอากาศ พลังปราณที่เบาบางราวกับสายหมอกเริ่มหมุนวนและควบแน่นเป็นจุดศูนย์กลางในท้องน้อย ทันใดนั้นเอง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในหุบเขาดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าหาร่างของเขา ผสานเข้ากับพลังวิญญาณที่เหลืออยู่น้อยนิดจนเกิดเป็นเกลียวคลื่นพลังอำมหิต "ใคร..." เสียงเรียบเฉยแต่เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากมุมมืดของพุ่มไม้ เย่เฉินชะงักฝีมือ สายตาคมปลาบหันไปจ้องมองเงาร่างสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด นางสวมชุดศิษย์สายในสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียวสวยดุจงานแกะสลักจากหยกชั้นดี ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ราวกับมองทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงฝุ่นผง นางคือ 'มู่หลานซาน' ศิษย์พี่หญิงผู้เป็นดั่งดวงจันทร์ที่ไม่มีวันเอื้อมถึง มู่หลานซานมองศิษย์สายนอกเบื้องหน้าที่ควรจะขาดใจตายไปแล้วด้วยสายตาประหลาดใจ นางเห็นเลือดที่เปรอะเปื้อนอาภรณ์ขาดวิ่น แต่สิ่งที่ทำให้นางหยุดชะงักคือ 'กลิ่นอาย' กลิ่นอายที่เขามี... มันไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอ แต่มันคือความหยิ่งทะนงของจอมราชันที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องก้มหัวให้ "ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร" มู่หลานซานขยับดาบหยกในมือเล็กน้อย แรงกดดันจากขอบเขตปราณก่อกำเนิดแผ่ออกมาจนใบไม้รอบข้างปลิดปลิว เย่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเยือกเย็นที่ทำเอาแม้แต่มู่หลานซานยังต้องชะงักงัน "คนตายที่ฟื้นคืนจากธุลีวิญญาณ... เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกันเล่า ศิษย์พี่หญิง?" เขาเดินก้าวออกมาจากเงามืด แม้ร่างจะโซซัดโซเซ แต่ท่วงท่าการเดินกลับสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจการกดขี่ที่ไร้รูปลักษณ์ มู่หลานซานเบิกตากว้างขึ้นเพียงเล็กน้อย หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกลับสั่นสะเทือนโดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับว่าจิตวิญญาณภายในกายของนางกำลังก้มลงกราบกรานบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า "เจ้าบาดเจ็บสาหัส... ปราณในกายแตกซ่าน หากไม่รีบรักษา เจ้าจะกลายเป็นคนพิการไปชั่วชีวิต" มู่หลานซานเก็บดาบลงฝัก น้ำเสียงของนางลดความเย็นชาลงโดยไม่รู้ตัว เย่เฉินหยุดยืนตรงหน้านาง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและชวนให้หลงใหลในคราเดียวกัน "พิการหรือ? หึ... สวรรค์ยังไม่อาจกักขังวิญญาณข้า แล้วเหตุใดข้าต้องสนใจเศษเสี้ยวของร่างกายเล่า" เขายื่นมือออกไปคว้าเศษไม้กิ่งหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น แสงสีครามสว่างวาบขึ้นที่ปลายไม้ กิ่งไม้ธรรมดากลับคมกริบดุจกระบี่เทพเซียนในชั่วพริบตา ก่อนที่เย่เฉินจะตวัดมือเพียงครั้งเดียว อักขระปราณที่พวกศิษย์เลวเหล่านั้นทิ้งไว้เพื่อกักขังเขาก็พังทลายลงดุจแก้วที่แตกละเอียด มู่หลานซานตกตะลึงจนก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สิ่งที่นางเห็นตรงหน้าไม่ใช่ฝีมือของศิษย์สายนอก แต่มันคือวิถีกระบี่ระดับสูงสุดที่นางเคยอ่านพบเพียงในตำราโบราณที่สาบสูญ ทันใดนั้น เสียงคำรามลั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจากท้องฟ้าเบื้องบน เมฆหมอกสีเลือดก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายสังหารมหาศาลพุ่งตรงลงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ทั้งสำนักกระบี่ดาราต้องตื่นตระหนกจากแรงสั่นสะเทือนนี้ "มันมาแล้ว..." เย่เฉินแหงนหน้ามองท้องฟ้า ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดุจดวงตะวัน "ทัณฑ์สวรรค์ที่ข้าเคยทำลายในชาติก่อน... ดูเหมือนว่ามันจะตามมาทวงหนี้ข้าตั้งแต่คืนนี้เลยสินะ" มู่หลานซานรีบคว้าแขนเขาไว้ "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! นั่นมันสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์! หากเจ้ายังฝืนร่างกายนี้ เจ้าจะถูกมันฉีกกระชากวิญญาณจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี!" เย่เฉินหันมามองนาง สายตาที่จ้องมองนั้นลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยายใดๆ เขาขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของหญิงสาว "แล้วถ้าข้าบอกว่า... ต่อให้สวรรค์พิโรธ ข้าก็จะผ่ามันออกเป็นสองส่วนให้เจ้าดู ณ บัดนี้ล่ะ?" กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือเขาสั่นระริก พร้อมจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แต่ในวินาทีที่สายฟ้าฟาดลงมาสู่ร่างของทั้งคู่ บานประตูแห่งมิติที่มืดมิดก็เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษชุดดำผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากช่องว่างนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวานในห้วงความคิดของเย่เฉิน 'ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาสักทีนะ เย่เฉิน... หรือข้าควรเรียกเจ้าว่า 'ท่านมหาเทพ' ดีล่ะ?' ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมังกรครามท่องภพในบทแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หวนคืนพิชิตมาร ผลาญนิรันดร์เหนือบัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%