ถอยไปนะคะ หมอธันวา!”
น้ำเสียงของรินรดาแข็งกร้าวราวกับกำแพงเหล็ก แต่ทว่าแผ่นหลังบางเฉียบของเธอกลับแนบสนิทอยู่กับผนังห้องทำงานเย็นเยียบของเขาเสียแล้ว พื้นที่ระยะห่างสามเมตรที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อหลบหนีความวุ่นวายในใจตลอดสัปดาห์ ถูกทำลายราบคาบด้วยร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางออกราวกับนักล่าต้อนเหยื่อจนมุม
ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์ การถอยหนีคือกลไกการป้องกันตัว (Defense Mechanism) เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามที่ควบคุมไม่ได้ แต่สำหรับหมอธันวาแล้ว อาการก้าวถอยหลังสี่ก้าวและกอดอกแน่นจนนิ้วมือซีดเผือดของรินรดา กลับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า… เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง
“หนีอีกแล้วนะคะ ริน”
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนที่ตอนนี้แดงระเรื่อไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่คนไข้สาวอย่างเธอเกลียดนักหนา
“ฉันไม่ได้หนี แค่ไม่อยากเสียเวลากับสมมติฐานไร้สาระของจิตแพทย์ที่ชอบวินิจฉัยคนอื่นส่งเดชต่างหาก!” รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกซี่โครง “กรุณาถอยออกไปค่ะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องฝ่ายHRเรื่องการคุกคามในพื้นที่ทำงาน”
“เชิญเลยค่ะ” ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าฟัง เขายื่นมือหนาข้างหนึ่งไปยันผนังด้านข้างของเธอ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด “แต่เกรงว่าHRคงไม่รับพิจารณาคดีความที่จำเลยกับโจทก์มีหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันหรอกนะ”
“หลงตัวเอง!” รินรดาตอกกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขณะที่พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น สายตาที่เหมือนมองทะลุปรุโปร่งเข้าไปถึงห้องเก็บความลับมืดมนที่สุดในใจเธอ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตัดวงจรความสัมพันธ์นี้ทิ้ง ใช้ตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติเข้าหักล้างความรู้สึก ย้ายโต๊ะทำงาน หลบหน้า ไม่ตอบข้อความ และปฏิเสธทุกการประชุมร่วมกับเขา ทว่า ยิ่งเธอพยายามหนีห่างมากเท่าไหร่ ธันวากลับยิ่งรุกหนักขึ้นเท่านั้น เขารุกคืบเข้ามาในชีวิตเธอทุกช่องทาง ทั้งส่งกาแฟแก้วโปรดมาวางไว้บนโต๊ะโดยไม่ลงชื่อ ทั้งจงใจหยิบยกงานวิจัยที่เธอสนใจมาถกเถียงกลางที่ประชุมเพื่อดึงความสนใจ และสุดท้าย… ก็คือการต้อนเธอให้จนมุมอยู่ในห้องเก็บเวชระเบียนที่เงียบสงัดแห่งนี้
“ในทางจิตวิทยา ปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรง (Reactive Formation) เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์แสดงพฤติกรรมตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ราวกับกำลังบรรยายให้ฟังในห้องเลคเชอร์ แต่แววตากลับร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง “ยิ่งคุณปากแข็งมากเท่าไหร่ ริน… คุณก็ยิ่งกำลังประกาศให้โลกรู้ว่าคุณกำลังหวั่นไหวมากเท่านั้น”
“ฉันไม่ได้หวั่นไหว!”
“งั้นเหรอคะ?”
ฉับพลัน ปลายนิ้วเรียวยาวของจิตแพทย์หนุ่มก็เอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธออยากจะปัดมือนั้นออก อยากจะอ้าปากด่าทอเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบอย่างที่เคยทำ แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเมื่อดวงตาคู่คมกริบนั้นเคลื่อนต่ำลงมามองเรียวปากของเธอ
“ถ้าไม่ได้หวั่นไหว ทำไมชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วกว่าปกติถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะคะ” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่า “อยากให้ผมพิสูจน์ไหม ว่ากำแพงที่คุณสร้างขึ้นมาหนาแน่นแค่ไหน ก็พังทลายลงได้ด้วยปลายนิ้วเดียว…”
คำพูดนั้นไม่ได้อวดดี แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจที่ทำเอารินรดาลืมหายใจ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามซ่อมแซมและปิดตายมานานหลายปี ปมในอดีตที่เคยถูกทอดทิ้งกรีดร้องเตือนสติเธอว่า อย่ามอบความไว้วางใจให้ใครเด็ดขาด… แต่ทำไม น้ำเสียงทุ้มๆ และอ้อมแขนที่โอบล้อมเธอไว้ตอนนี้ ถึงทำให้เธรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
“คุณมันบ้า…” รินรดาพึมพำเสียงสั่น ดวงตาเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอด้วยความคับ แค้นใจที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ “ทำไมต้องเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉันด้วย ทำไมต้องทำให้ฉันรู้สึก… ทั้งที่ฉันอยากจะเกลียดคุณแทบตาย”
คำสารภาพที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา ทำให้แววตาของธันวาเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความเจ้าเล่ห์ขี้เล่นมลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนลุ่มลึกที่พุ่งทะลวงเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจของเธอ
“เพราะผมรู้ว่าภายใต้เกราะเหล็กคอมพิวเตอร์ของคุณ มันมีพื้นที่สำหรับความรักซ่อนอยู่… และผมก็ถูกโปรแกรมมาให้เป็นอัลกอริทึมเดียวที่จะปลดล็อกมันได้ยังไงล่ะครับ”
ธันวาไม่รอให้เธอได้ตั้งตัวอีกต่อไป ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอย่างช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธเป็นครั้งสุดท้าย ทว่า รินรดากลับทำได้เพียงหลับตาลง หัวใจทรยศยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงของหัวใจอีกดวงที่กำลังทาบทับเข้ามาใกล้
ลมหายใจอุ่นร้อนเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ระยะห่างระหว่างกันถูกย่อให้เหลือศูนย์ หัวใจสองดวงเต้นรัวกระหน่ำแข่งกันในความเงียบงันของห้องทำงาน จนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ พร้อมกับเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาอย่างไรมารยาท
“คุณหมอธันวาคะ! เคสฉุกเฉินห้องฉุกเฉินโทรมาตามด่วนค่ะ! คนไข้มีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดหนักมาก— อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! ดิฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะนะคะ!”
พยาบาลสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพผู้อำนวยการแพทย์หนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังยืนคร่อมกักขังนักวิเคราะห์สาวคนเก่งไว้กับผนังในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจรดต้นคอ
รินรดาลืมตาโพลงด้วยความตกใจ รีบผลักอกธันวาเต็มแรงจนเขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลิบลับด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ก่อนจะก้มหน้าหนีแล้วสาวเท้าวิ่งพรวดพราดผ่านหน้าพยาบาลสาวออกไปจากห้องทันingโดยไม่หันกลับมามอง
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดายอย่างที่สุด เขากวาดสายตาคมดุหันไปมองพยาบาลสาวที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัวความผิด ก่อนจะยกมือขึ้นดันแว่นตาแล้วยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
“ไม่เป็นไรค่ะ พยาบาลณัฐ… แต่อีกสิบนาทีต่อจากนี้ ห้ามใครมารบกวนผมเด็ดขาด!”
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและร่วมจูนหัวใจไปกับรินรดานะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก•ตอนที่ 20
กำแพงเมืองจีนก็กั้นไม่ได้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ ปรับจูนรักให้ตรงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!