“ถอยไป! อย่าขวางทางตรวจวัดระดับพลัง!”
เสียงตะคอกแหบแห้งของเจ้าหน้าที่สมาคมฮันเตอร์ดังสะท้อนก้องห้องโถงสีขาวโพลน กลิ่นอับของโอโซนและไอความร้อนจากผลึกมานาเทียมลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว บนแท่นหินสีดำสนิทตรงหน้า เรย์ยืนนิ่งสงบ สองมือประสานกันไว้หลวมๆ ใต้ชายเสื้อคลุมเก่าๆ ที่ผ่านการซ่อมแซมมาหลายครั้ง ดวงตาสีเข้มทอดมองหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่กำลังกะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน
ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่เสียงลมหายใจของฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่ยืนมุงดูอยู่รอบด้านก็พลอยเงียบกริบลงไปด้วย
[คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติในโครงสร้างพลังงาน...]
[ระบบประเมินค่าสถานะ: ล้มเหลว (Error 404 - ไม่พบข้อมูลคลาสมานา)]
[รหัสข้อผิดพลาด: เด็คการ์ดแห่งจุดจบไม่รองรับการลงทะเบียนมาตรฐาน]
ตัวอักษรสีแดงฉานเหล่านั้นสั่นไหวราวกับมีชีวิต ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงช็อตเบาๆ ของแผงวงจรภายในเครื่องวัด
“เป็นไปไม่ได้...” เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการประเมินพึมพำด้วยใบหน้าซีดเผือก เขาขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า “เครื่องตรวจวัดระดับ S-Class ของสมาคม... พังงั้นเหรอ? หรือว่าเด็กนี่เป็นพวกไร้คลาสที่ใช้ไอเทมต้องห้ามรบกวนระบบกันแน่?”
เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นเป็นระลอกคลื่น สายตานับสิบคู่มองตรงมาที่เรย์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเยาะเย้ย ดูแคลน และหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบเลเวลอัปและการจัดอันดับฮันเตอร์ การไม่มี ‘คลาส’ หรืออาชีพที่ชัดเจน ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่รอวันขาด
แต่เรย์กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยและดูราวกับไร้ความรู้สึก สมองของนักกลยุทธ์หนุ่มกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับร้อยรูปแบบอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น ระบบไม่ได้พัง... แต่มันกำลังปฏิเสธที่จะจัดหมวดหมู่เขาให้อยู่ในกรอบเดิมๆ ของโลกใบนี้ต่างหาก
“นี่นาย! อย่ามาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนะ!” ลูน่าพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรย์กับเจ้าหน้าที่สมาคม ดวงตากลมโตฉายแววโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว ร่างเพรียวบางในชุดเกราะหนังกระชับสัดส่วนขยับยืนบังร่างของเรย์ไว้อย่างปกป้อง มือเรียวบางเอื้อมไปกุมด้ามดาบสั้นที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ “เครื่องมือของพวกคุณต่างหากที่ล้าสมัยเอง อย่ามากล่าวหาเรย์นะ!”
“คุณลูน่า ถอยหน่อยค่ะ” เจ้าหน้าที่คนเดิมละล่ำละลักถอยหลังเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากแทงค์สาวระดับ A-Class “เราแค่ทำตามระเบียบ... คนที่ไม่มีคลาสและระบบประเมินผลไม่ได้แบบนี้ ถือว่าเป็น ‘ตัวแปรอันตราย’ ต่อความปลอดภัยของมหานครนะคะ ทางสมาคมจำเป็นต้องกักตัวเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม”
“ตรวจสอบงั้นเหรอ? หึ!” ลูน่าแค่นfเสียงในลำคอ ใบหน้าสวยคมบิดเบี้ยวด้วยความโมโห “ตอนที่พวกนายส่งฮันเตอร์กากๆ ลงไปตายในดันเจี้ยนเรดเมื่อเดือนก่อน ทำไมไม่เห็นกระตือรือร้นแบบนี้บ้างล่ะ พอมีคนที่มีความสามารถจริงๆ โผล่มา กลับบอกว่าเป็นตัวแปรอันตรายงั้นเหรอ ตาบอดกันหมดแล้วรึไง!”
“พอเถอะครับ ลูน่า” เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความโกรธของหญิงสาวสงบลงได้ในทันที มืออุ่นๆ วางลงบนบ่าของเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม “การเถียงกับระบบที่ไร้เหตุผล ก็เหมือนกับการพยายามอธิบายกฎฟิสิกส์ให้ก้อนหินฟัง เสียเวลาเปล่าๆ ครับ”
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าหน้าที่สมาคมด้วยแววตานิ่งสนิท แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจ็บปวด หรือโกรธแค้น แต่มันลึกล้ำและว่างเปล่าเสียจนเจ้าหน้าที่คนนั้นเผลอสะดุ้งสุดตัวและถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าสมาคมไม่สามารถรับรองสถานะของผมได้ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
พูดจบ เรย์ก็หมุนตัวเดินเลี่ยงออกมาทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาตใดๆ ลูน่ากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ ตามแผ่นหลังบางของชายหนุ่มออกไปจากห้องโถงประเมินท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่ยังคงจับจ้องตามมาไม่วางตา
บรรยากาศยามบ่ายของมหานครเซ็นทรัลช่างน่าอึดอัดไม่แพ้ในห้องประเมิน ตึกระฟ้าทรงล้ำสมัยที่สร้างขึ้นจากผลึกมานากำลังทอประกายระยิบระยับแข่งกับแสงอาทิตย์สีส้มอมแดง ทว่าลึกเข้าไปในตรอกซอกซอยแคบๆ กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดและกลิ่นอายของความเสื่อมสลาย
เรย์เดินเลี้ยวเข้าสู่ร้านกาแฟเล็กๆ มุมอับสายตา ร้านนี้เป็นจุดนัดพบประจำของพวกเขา บรรยากาศภายในเงียบสงบ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองลงได้บ้างเล็กน้อย ทันทีที่พวกเขาทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหนังสีซีด ลูน่าก็กระแทកแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
“นายทนได้ยังไงกันนะ เรย์!” ลูน่าโวยวายทันทีที่สะโพกแตะเก้าอี้ ดวงตาสวยยังคงมีประกายไฟแห่งความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่ “พวกมันดูถูกนายชัดๆ! ทั้งที่สมองของนาย... แผนการของนายในดันเจี้ยนรอบก่อน มันเจ๋งยิ่งกว่าพวกหัวกะทิของกิลด์ใหญ่อีกนะ!”
“ความจริงก็คือความจริงครับ ลูน่า” เรย์หยิบแผ่นกระดาษยับยี่ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือใบผลการประเมินที่ว่างเปล่าไร้ตัวเลขใดๆ “ในสายตาของระบบโลกใบนี้ คนที่ไม่มีคลาสก็คือ ‘ศูนย์’ ต่อให้เราจะเก่งกาจแค่ไหนในทางทฤษฎี แต่ถ้าไม่มีระบบสนับสนุน เราก็เป็นได้แค่เหยื่อที่รอวันถูกกลืนกิน”
“แต่ว่านายมี ‘สิ่งนั้น’ ไม่ใช่เหรอ...” ลูน่าโน้มตัวเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงกระซิบเบาๆ “เด็คการ์ดลึกลับที่นายเก็บได้จากซากปรักหักพังวันนั้น... ฉันเห็นนะว่าตอนที่เครื่องกำลังจะพัง หน้าจอของนายมันกระพริบเป็นรูปไพ่ทาโรต์แปลกๆ”
เรย์ชะงักมือที่กำลังหมุนแก้วกาแฟไปเล็กน้อย เขาดึงฮู้ดลงมาคลุมศีรษะเพื่อบังสายตาจากผู้คนรอบข้าง ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
“คุณตานี่สังเกตเก่งสมกับที่เป็นแทงค์มือหนึ่งเลยนะครับ” เรย์เอ่ยแซובהเบาๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ “ใช่ครับ... มันไม่ได้พัง แต่มันกำลัง ‘เริ่มทำงาน’ ต่างหาก”
สิ้นคำพูดของเรย์ อากาศรอบตัวพวกเขาก็พลบพฤติกรรมแปลกประหลาดขึ้นมาทันที แสงไฟนีออนบนเพดานร้านกระพริบไหวราวกับสัญญาณเตือนภัย เสียงรอบข้างทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงรถรา หรือเสียงเครื่องชงกาแฟ คล้ายถูกตัดขาดออกไปจากโลกภายนอก ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่งไว้ในมิติที่แยกขาดจากความเป็นจริง
[ติ๊ง!]
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสทประสาทของเรย์ แต่มันไม่ใช่เสียงของสมาคมฮันเตอร์ มันเป็นเสียงก้องกังวานลึกที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
[ตรวจพบเจ้าของเด็คการ์ด: ‘เรย์’]
[เงื่อนไขปลดล็อกระดับที่ 1: สำเร็จ]
[ระบบ ‘เด็คการ์ดพินาศ’ ทำการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณเสร็จสิ้น 100%]
เรย์หลับตาลงช้าๆ สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากฝ่ามือซ้าย ใต้ผิวหนังบริเวณนั้น เส้นเลือดสีฟ้าครามกำลังเรืองแสงขึ้นมาเป็นลวดลายของสำรับไพ่โบราณที่เต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์อันซับซ้อน
[ประกาศภารกิจพิเศษระดับ SSS: ‘จุดเริ่มต้นแห่งจุดจบ’]
[เป้าหมาย: เคลียร์ดันเจี้ยนระดับหายนะ (Abyss Gate) ที่จะปรากฏขึ้นกลางมหานครเซ็นทรัลภายใน 45 วัน]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ลบตัวตนออกจากประวัติศาสตร์ และทำลายล้างโลกใบนี้ทั้งหมด]
[รางวัลความสำเร็จ: ????????? (ปลดล็อกเมื่อก้าวข้ามขีดจำกัด)]
ดวงตาสีเข้มของเรย์ลืมขึ้นช้าๆ ในวินาทีนั้น ประกายแสงสีทองอ่อนๆ สะท้อนอยู่ในหน่วยตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตาของฮันเตอร์ไร้คลาสที่กำลังสิ้นหวังอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของ ‘นักพนัน’ ผู้ถือไพ่ตายที่พร้อมจะพลิกกระดานชะตากรรมของโลกทั้งใบ
ลูน่ามองใบหน้าของเรย์ในระยะประชิด หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างบอบบางนั้น มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ธรรมดา แต่มันคือ ‘เจตจำนง’ ที่ทรงพลังเสียจนน่าขนลุก
“เรย์... นาย...” ลูน่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เมื่อกี้... เสียงอะไรน่ะ?”
เรย์หันมาสบตากับเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและท้าทาย ราวกับเขากำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตของมนุษยชาติทั้งมวล
“ไม่มีอะไรหครับ ลูน่า” เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ยื่นมือซ้ายออกไปกลางโต๊ะ ก่อนที่ไพ่ใบแรกจะปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าด้วยละอองแสงสีครามระยิบระยับ “แค่เกมกระดานตาใหม่... ที่เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเป็นผู้ชนะก็เท่านั้นเองครับ”
แต่ทว่า ในจังหวะที่ไพ่ใบนั้นกำลังจะพลิกคว่ำลงบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าร้านกาแฟ พร้อมกับเงาดำทึบหลายสายที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบกระจกใสของร้านไว้จนมิดชิด!
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาภายในร้านผ่านกระจกเงา เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งคร่า1 พร้อมกับน้ำเสียงเย็นเยียบที่ดังทะลุผ่านประตูเข้ามา
“พบเป้าหมายแล้ว! ฮันเตอร์นอกรีตผู้เป็นภัยต่อความมั่นคง... จับตายได้ทันทีตามคำสั่งของสภาสูง!”
ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับก้าวแรกของเรย์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เด็คการ์ดพินาศ กับพิกัดโลกแตกใน 45 วัน•ตอนที่ 2
ฮันเตอร์ไร้คลาสกับระบบที่สั่นคลอน
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็คการ์ดพินาศ กับพิกัดโลกแตกใน 45 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
