“ถ้าหากมดลูกของคุณไม่ได้มีไว้ประดับร่างให้ดูสวยงามเล่นๆ ก็คงถึงเวลาต้องใช้มันให้คุ้มค่ากับเงินแปดหลักที่ครอบครัวคุณผลาญไปแล้วล่ะ อลิสา”
กลิ่นซิการ์ราคาแพงเจือจางในอากาศ ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมเย็นเยียบจากกายชายหนุ่มตรงหน้า คิรากรไม่ได้ตะโกน เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ หลังพิงพนักผ่อนคลาย ทว่าดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่จ้องมองร่างบางตรงหน้ากลับสร้างความรู้สึกเหมือนถูกคมมีดกรีดลงบนผิวหนัง
อลิสาสั่นสะท้าน เธอพยายามยืนตัวตรงที่สุด แม้เข่าจะแทบทรุดลงกับพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงานที่มืดสลัวและเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง
“คุณคิริน… คุณพูดเรื่องอะไรคะ” เสียงของเธอสั่นพร่า แต่นัยน์ตากลมโตยังคงจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ภายในใจจะแตกสลายไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อเห็นใบแจ้งหนี้มหาศาลที่พ่อทิ้งไว้ให้
คิรากรเหยียดยิ้มที่มุมปาก มันเป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างหูในวินาทีถัดมา พร้อมกับมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางแล้วกระชากให้ร่างของเธอไปปะทะกับแผงอกแกร่ง
“อย่าทำหน้าซื่อตาใสใส่ผมเลยอลิสา คุณรู้ดีว่าผมไม่ได้ใจดีพอจะปล่อยให้คนโกงลอยนวล” นิ้วโป้งหยาบกร้านไล้ไปตามแนวขากรรไกรของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ “บ้านที่แม่คุณอยู่ ค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายทุกเดือน... ทั้งหมดนั่นคือลมหายใจที่ผมเป็นคนเป่าใส่ให้ ถ้าผมหยุด เงินก้อนนั้นหมดลงเมื่อไหร่ พวกเขาจะถูกโยนออกมานอนข้างถนนในสภาพไหน คุณคงพอนึกภาพออก”
อลิสาเบือนหน้าหนี น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินผ่านแก้มเนียน เธอคิดถึงใบหน้าอ่อนล้าของแม่ที่เฝ้ารอคอยความหวัง ทุกสัมผัสที่คิรากรกระทำต่อเธอตอนนี้ไม่ได้มีค่ามากกว่าการเป็นสิ่งของที่ถูกตีตราจอง
“ฉันทำงานให้คุณได้ แต่ไม่ใช่... ไม่ใช่แบบนี้”
“ทำงาน?” คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องในความเงียบ “คุณมีค่าอะไรให้ผมใช้สอยนอกจากรูปร่างหน้าตาและเวลาที่คุณต้องถวายให้ผม? ลิซ... อย่าสำคัญตัวผิดว่าคุณคือทางเลือก คุณคือ 'เบี้ย' ที่ผมเลือกมาเดินเพื่อขัดดอกหนี้สินเหล่านั้น”
เขาลากไล้ปลายนิ้วลงมาที่กระดูกไหปลาร้าของเธอ สัมผัสที่ทำให้อลิสารู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยอำนาจมืดมิดที่ไม่อาจหลีกหนี ความอบอุ่นที่ควรจะเป็นเรื่องงดงามกลับกลายเป็นเครื่องจองจำที่พันธนาการเธอไว้กับปีศาจในคราบมนุษย์
“ฉันจะอยู่ข้างคุณ... ทำทุกอย่างที่คุณสั่ง แต่ต้องไม่ใช่ในฐานะที่ไร้ศักดิ์ศรีขนาดนั้น”
“ศักดิ์ศรีเหรอ?” คิรากรก้มลงมากระซิบจนริมฝีปากแตะเข้ากับใบหูของเธออีกครั้ง “ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกนะอลิสา โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวคุณแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ผมเป็นคนถือไว้ ถ้าคุณอยากได้ชีวิตที่สงบสุขของคนที่คุณรักคืนไป ก็ถอดเกราะกำบังนั่นออกซะ แล้วจงเป็นเงาที่คอยติดตามผมทุกฝีก้าว ทั้งยามตื่นและยามหลับ”
เขาดึงร่างบางให้กระชับแน่นจนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง แรงบีบที่ต้นแขนเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหวามไหวที่น่าสะพรึงกลัว อลิสารู้ดีว่าหากเธอตกลงไปในหลุมนี้ เธอจะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาสู่โลกภายนอกอีกเลย แต่ทว่า... ภาพแม่ที่ยิ้มให้เธอในวันวานกลับฉายชัดขึ้นมาในสมอง
“ถ้าฉันตกลง... คุณจะเลิกยุ่งกับกิจการของพ่อฉัน และจ่ายค่ารักษาให้แม่ฉันตลอดไปใช่ไหมคะ?”
คิรากรเชยคางเธอขึ้น ให้ดวงตาประสานกัน แววตาของเขาดุดันและร้อนแรงราวกับเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า “ผมเป็นนักธุรกิจลิซ... ข้อตกลงของผม ถ้าคุณทำตามกฎที่ผมวางไว้ สิ่งที่คุณได้รับจะเหนือกว่าแค่ค่ารักษาพยาบาล แต่มันคือความเป็นอยู่แบบราชินีในอาณาจักรของผม... แต่ถ้าคุณคิดจะตุกติก หรือคิดจะหนีไปหาใครอื่นที่ไหนล่ะก็...”
เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบไปมองรูปถ่ายครอบครัวบนโต๊ะทำงานที่เขาแอบฉกมาไว้ก่อนหน้า ก่อนจะกดเสียงต่ำลง “ผมจะทำให้คนทั้งโลกเห็นว่า สิ่งที่เหลืออยู่ของคนทรยศน่ะ... มันไม่มีค่าแม้แต่จะเหลือไว้ให้จดจำ”
อลิสาหลับตาลงอย่างจนตรอก ศักดิ์ศรีที่เธอเคยกอดไว้แน่นบัดนี้หลุดลอยไปพร้อมกับความหวังที่จะได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่แสนเจ็บปวด
“ดีมาก” คิรากรคลายมือออกอย่างพึงพอใจ เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทโยนลงบนโต๊ะข้างตัวเธอ “เอกสารสัญญาฉบับใหม่จะถูกส่งไปที่ห้องคุณในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า แต่อย่าเพิ่งดีใจไป ลิซ... เพราะคืนนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงการกุศลกับผม ในฐานะ 'สมบัติชิ้นใหม่' ที่ผมเพิ่งได้มา”
อลิสามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งกลายเป็นเจ้าชีวิตของเธอด้วยความรู้สึกที่สับสน ทั้งเกลียดชังและหวาดกลัว ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคิรากรก็ดังขึ้น เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
“อะไรนะ? ธันวาบุกเข้าคลังสินค้าที่ท่าเรือ?” คิรากรสบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาเปลี่ยนเป็นแววตาสังหารในทันที “ไอ้สารเลวนั่นมันกล้าดีนัก! ลิซ... กลับมานี่เดี๋ยวนี้!”
อลิสาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองชายหนุ่มที่กำลังลุกพรวดขึ้นคว้าปืนพกจากลิ้นชักโต๊ะ ท่าทีคุกคามที่เขาแสดงออกเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศของสมรภูมิที่พร้อมจะระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” เธอถามด้วยเสียงแผ่ว
คิรากรไม่ตอบ แต่เขาตรงเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนเจ็บราวกับจะบีบให้กระดูกแหลก “เปลี่ยนแผน... คืนนี้ไม่มีงานเลี้ยงแล้ว แต่เรามี 'งานศพ' ต้องไปจัดการให้คนที่มันบังอาจแตะต้องของของผม!”
เขาลากเธอออกจากห้องทำงานด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ท่ามกลางความตระหนกของเหล่าบอดี้การ์ดหน้าห้อง อลิสารู้สึกได้ทันทีว่าชีวิตที่เธอพยายามประคองไว้กำลังจะถูกดึงเข้าสู่พายุแห่งความแค้นที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า และดูเหมือนว่า... เธอจะไม่ใช่แค่เบี้ยในกระดานของเขาอีกต่อไป แต่เธอกำลังกลายเป็นเป้าหมายที่ศัตรูของเขาทุกคนจ้องจะเด็ดหัว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งเสน่หาและกับดักศรัทธาไปกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
กับดักเชลยศรัทธา•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ไร้ทางเลือก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักเชลยศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
