"คุณกำลังทำให้ฉันดูเหมือนผู้หญิงไร้เหตุผลที่ใช้ข้ออ้างเรื่องความสัมพันธ์มาครอบงำการพิจารณาคดีค่ะ คณิน"
เสียงหวานทุบโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกฎหมายด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่เบาจนเหมือนหยอกล้อและไม่ดังจนเกินงาม ทว่าแววตาของพราวพิลาสกลับวาววับด้วยประกายแห่งความท้าทาย เธอยืนกอดอกมองซีอีโอหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประกาศกร้าวต่อหน้าผู้สื่อข่าวทั่วประเทศว่าเขาไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใคร... แต่ในเวลานี้ บุรุษผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นกลับกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ สายตาคมกราบกรานมองเธอด้วยความหลงใหลระคนเอ็นดูจนน่าหมั่นไส้
"ผมไม่ได้ทำให้คุณดูเป็นแบบนั้นสักหน่อย พราว... ผมแค่วิตกกังวลในฐานะ 'แฟน' ที่กลัวว่าทนายความคนเก่งจะหักโหมจนลืมดูแลตัวเองต่างหาก" ลีโอตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบหัวใจ พร้อมกับเลื่อนแก้วกาแฟลาเต้อุ่นจัดที่มีฟองนมเป็นรูปหัวใจฝีมือเขาเองมาตรงหน้าเธอ "ดื่มซะหน่อยเถอะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีติดปากไปหน่อย... ดื่มเถอะนะคะ คุณทนายคนสวย"
ประโยคหลังเขาจงใจหยอกเย้าด้วยการเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ความเจ้าเล่ห์ในดวงตาคู่นั้นทำเอาพราวพิลาสต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน นับตั้งแต่คดีความเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่พวกเขาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ คณินก็สลัดคราบซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาและหยิ่งยโสทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคลั่งรักที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของเธอทุกอย่าง ราวกับโบว์น้อยผูกโบว์สีแดงที่วิ่งตามเจ้าของต้อยๆ จนเพื่อนสนิทอย่างกรณ์และทีมทนายต่างพากันแซวไม่เว้นแต่ละวัน
"ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะต้องมานั่งดื่มนมลายหัวใจนะคะ ลีโอ" เธอกดเสียงต่ำ พยายามสร้างกำแพงความเยือกเย็นขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเขากับหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ "และที่สำคัญ คดีของธามยังไม่ปิด เรายังมีช่องโหว่เรื่องเอกสารทางการเงินที่เขาซุกซ่อนไว้ในบริษัทเครือข่ายอีก—"
"เอกสารชุดนั้นอยู่ที่โต๊ะทำงานของคุณแล้วครับ"
ลีโอยกยิ้มมุมปาก ขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างบางที่ยังคงยืนพิงโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านโชว์ความเย้ายวนจนพราวพิลาสต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่าเอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว
"คุณ...!"
"ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องพวกนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมสืบสวนเถอะครับพราว หน้าที่เดียวของคุณตอนนี้คือการพักผ่อน... หรือไม่ก็... สนใจผู้ชายที่กำลังคลั่งรักคุณจนแทบจะพลิกแผ่นดินคนนี้ให้มากๆ หน่อย"
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันทรงอำนาจ บัดนี้กลับเจือด้วยความออดอ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ ลีโอโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับเส้นผมสลวย เขากดจุมพิตแผ่วเบาลงบนขมับบางอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลجاجแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก
พราวพิลาสเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศต่อสมองอันเฉียบคมอีกครั้ง ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่บริเวณเอวคอดส่งผ่านความร้อนผ่าวเข้ามาถึงผิวเนื้อ สัมผัสที่คุ้นเคยและเรียกร้องปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นขึ้นอย่างเงียบงัน เธอยกมือขึ้นแตะลาดไหล่กว้างของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะผลักไสแต่ปลายนิ้วกลับจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าสูทราคาแพงอย่างเผลอไผล
"คุณมัน... เจ้าเล่ห์ที่สุด คณิน" เธอพึมพำชิดริมฝีปากเขา
"ผมยอมรับแค่คำว่า 'คลั่งรัก' ครับ อย่างอื่นไม่รับฟังทั้งนั้น"
เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะประทับจูบลงมาอย่างนุ่มนวลแต่ลึกซึ้ง เป็นรสจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหาและความรักที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน ริมฝีปากหนาบด 00คลึงกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดดูดซับความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหายจนพราวพิลาสต้องเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้ม มือเรียวเปลี่ยนจากผลักไสเป็นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งขึ้นอย่างไร้ช่องว่าง
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตาย แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาร่างทั้งสองให้แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียว ลีโอยกตัวเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ยอมผละริมฝีปากออกแม้แต่วินาทีเดียว ความเร่าร้อนค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามไฟปรารถนาที่โหมกระหน่ำ ฝ่ามือใหญ่สอดลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงสอบอย่างอารมณ์ดี ปลายนิ้วกร้านลากผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนพราวพิลาสสะท้านเฮือก เผลอส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความวาบหวาม
"ลีโอ... เดี๋ยว... อื้อ..." เธอพยายามท้วงติบเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาถึงสะโพกกลมกลึงและสัมผัสแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา
"ไม่มีคำว่าเดี๋ยวแล้วครับพราว... คุณลงโทษผมมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมทวงรางวัลบ้างแล้วนะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งทะยานจนเกินกว่าจะต้านทาน ร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง สัมผัสอันเร่าร้อนและลึกซึ้งดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยความรักและความปรารถนาอันดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความเต็มใจ ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่โลกภายนอกยังคงหมุนไปโดยไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้น
หลายชั่วโมงต่อมา...
ภายในห้องพักส่วนตัวบนเพนต์เฮ้าส์หรูของลีโอ พราวพิลาสนอนซบอยู่บนอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางไกลในเกมรักที่เพิ่งสงบลง ฝ่ามือใหญ่ของซีอีโอหนุ่มยังคงลูบไล้เส้นผมสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง
ทว่า ความเงียบสงบภายในห้องกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ปรากฏชื่อผู้ส่งที่ไม่คาดคิด—*ธาม*
ลีโอนิ่วหน้าเล็กน้อย เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของหญิงสาวในอ้อมแขน นิ้วเรียวปลดล็อกหน้าจอและเปิดอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามา
ภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีลับ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่อ่านแล้วทำให้สันหลังวาบหวิว:
*“ยินดีด้วยกับค่ำคืนอันเร่าร้อน... แต่ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะตัวจริงของคนที่บงการเกมนี้ ยังไม่ได้เริ่มเล่นเลย และเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคุณแล้ว”*
ยังไม่ทันที่ลีโอจะทันได้คิดวิเคราะห์ความหมายของข้อความนั้น เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกเพนต์เฮ้าส์—ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดที่ไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต—ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมีผู้มาเยือนยามวิกาลกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่หลังบานกระจกใสระเบียงห้องนอน!
...มิดไนท์คิสค่ะ
สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ•ตอนที่ 33
เมื่อเฮียกลายเป็นโบ้คลั่งรัก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียหน้าดื้อมาเป็นพี่เลี้ยงหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!