“น้องพายพายครับ คือพี่… สนใจอยากชวนมาลองเทสต์เกมให้ที่สตูดิโอหน่อย พอจะสะดวกแลกไลน์กันไว้สักหน่อยไหมครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของรุ่นพี่ปีสี่คณะบริหารธุรกิจที่เดินตรงดิ่งเข้ามาทักทายกลางงานอีเวนต์เกมมิ่งชื่อดัง ทำเอาพายพายที่กำลังยืนถือแก้วน้ำชานมไข่มุกถึงกับสำลีเบาๆ จนต้องยกมือขึ้นป้องปาก เจ้าแม่สตรีมเมอร์สาวกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าเข้ามาจีบเธอซึ่งหน้าท่ามกลางผู้คนนับร้อยในฮอลล์จัดแสดง
ทว่ายังไม่ทันที่พายพายจะได้อ้าปากปฏิเสธตามสไตล์คนปากแจ๋ว ร่างสูงโปรดในเสื้อฮู้ดสีดำสนิทของใครบางคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาราวกับภูตผีที่โผล่มาจากความมืด
“ขอโทษนะครับ พอดีน้องเขาไม่สะดวกแลกคอนแทกต์กับใครสุ่มสี่สุ่มห้า… โดยเฉพาะกับคนหน้าตาแปลกปลอมครับ”
น้ำเสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดแบบไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น คินน์ปรายตามองรุ่นพี่ปีสี่ด้วยแววตาคมกริบที่พร้อมจะบวกได้ทุกเมื่อ รังสีความอึดอัดแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยกรูด รุ่นพี่คนนั้นหน้าเสียไปชั่วขณะก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเดินเลี่ยงหนีไปอย่างรวดเร็ว
“นี่นาย! ไปพูดจาแย่ๆ ใส่เขาทำไมเนี่ย!” พายพายหันขวับไปแหวใส่ทันทีเมื่อเห็นเหยื่อเดินหนีไปแล้ว ดวงตากลมโตตวัดมองหนุ่มวิศวะปากเสียด้วยความหมั่นไส้ “พี่เขาแค่มารyดงามตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์ดีต่างหาก นายต่างหากที่ไม่มีมารยาท เดินมาตัดหน้าแล้วพ่นวาจาหาเรื่องชาวบ้านเขาอยู่เรื่อย!”
“อ๋อเหรอ มนุษยสัมพันธ์ดี?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองหน้าคนตัวเล็กที่กำลังพองลมด้วยความโกรธ “แล้วเมื่อกี้ทำไมต้องทำหน้าทำตายิ้มรับด้วยล่ะ อยากได้ไลน์เขานักรึไง ถึงได้ทำหน้าเคลิ้มขนาดนั้น”
“ฉันทำหน้าเคลิ้มตอนไหนห๊ะ! ตาบ้าคินน์! อย่ามาปรักปรำฉันนะ!” พายพายโวยวายเสียงดังลั่น พวงแก้มใสแดงก่ำด้วยความโมโหปนเขินอายที่ถูกจับผิดได้อย่างแม่นยำ “ฉันจะคุยกับใคร จะแลกไลน์กับใคร มันก็สิทธิ์ของฉันไหม นายเป็นใคร ถึงมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันอยู่ได้เล่า!”
คำพูดที่หลุดปากออกไปโดยไม่ทันคิดทำเอาบรรยากาศรอบตัวเงียบลงไปถนัดตา คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ นิ่งสนิทจนพายพายต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อสำนึกได้ว่าตนเองเผลอพูดอะไรออกไป
ให้ตายเถอะยายพาย! ปากไวอีกแล้วนะแก!
“นั่นสินะ… ฉันเป็น ‘ใคร’ ของเธอกันล่ะ?” คินน์ทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทีละน้อย มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเลื้อ en แบบที่ชอบทำเวลาต้อนเธอจนมุม “พูดเองแล้วนะพายพาย… ว่าฉันทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอ แปลว่าในใจเธอก็แอบคิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะว่าเราเป็นมากกว่าแค่คู่กัด?”
“ใครคิด! ใครคิดกันเล่า! นายอย่ามามโนเองนะ!” พายพายเสียงสูงกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า รีบหมุนตัวหนีเตรียมจะเดินจ้วงอ้าวหนีไปจากตรงนั้น แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ คินน์เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ได้ออกแรงรั้งแรงอะไร แต่มันกลับทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้เลย
“ปล่อยนะ! คนยิ่งหงุดหงิดอยู่” พายพายสะบัดข้อมือเบาๆ แต่ก็ไม่พ้นอุ้งมือหนาอยู่ดี
“หงุดหงิดเรื่องอะไร เรื่องที่ฉันไล่ไอ้หน้าหล่อเมื่อกี้ไป หรือว่าหงุดหงิดที่ตัวเองเผลอหลุดปากสารภาพความจริงออกมากันแน่ หึ?” คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง
ในขณะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตในมือถือของพายพายก็ดังขึ้นรัวๆ มายด์เพื่อนสนิทตัวดีส่งข้อความเข้ามาพร้อมกับรูปภาพปาปารัซซี่ช็อตเด็ดตอนที่คินน์กำลังก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอพอดิบพอดี
*(มายด์): อุ๊ยตายว้ายป่วง! ภาพนี้คืออะไรคะซิสเตอร์ บรรยากาศมันช่างอบอวลไปด้วยกลิ่นอายคนขี้หึงที่ปากแข็งชะมัดยาด!*
*(มายด์): ไหนบอกว่าเป็นแค่คู่กัดกันไง ทำไมตอนนี้หน้าแดงถึงหูแล้วล่ะแม่คู้ณณณ*
พายพายอ่านข้อความแล้วอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด เธอรีบพิมพ์ตอบกลับเพื่อนตัวแสบทันทีด้วยความรวดเร็ว
*(พายพาย): แกเงียบไปเลยนะมายด์! เดี๋ยวแม่ก็เอาความลับไปประจานในสตรีมซะนี่!*
คินน์ชะโงกหน้าเข้ามาแอบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธออย่างถือวิสาสะ พอเห็นข้อความที่เธอกำลังพิมพ์คุยกับมายด์ เขาก็หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความหงุดหงิดเมื่อครู่วันมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพายพายหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักทีสองที
“นี่! เลิกสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านสักที!” พายพายรีบกดล็อกหน้าจอแล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อฮู้ดทันที
“เปล่าสอดรู้สักหน่อย แค่เห็นว่าเธอกinตัวแดงๆ แล้วก็น่ารักดี…” คินน์เอ่ยเสียงเบา ประโยคหลังจงใจพูดพึมพำคนเดียว แต่คนหูดีอย่างพายพายกลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ใบหน้าที่ร้อนอยู่แล้ว ยิ่งทวีความร้อนขึ้นไปอีกจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์
“นาย… นายมันร้ายกาจที่สุด!”
“ร้ายแค่ไหนก็ผัว เอ้ย! หมายถึง… ร้ายแค่ไหนเธอก็แพ้ทางฉันทุกทีไม่ใช่รึไง” คินน์เกือบหลุดปากคำต้องห้ามออกมาแต่ก็เบรกไว้ทัน แถมยังส่งยิ้มกวนประสาทมาให้อีกระลอก
พายพายค้อนใส่ขวับใหญ่ อยากจะหาปี๊บมาคลุมหัวหนีความอายเสียเดี๋ยวนี้ แต่ทว่า… ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวของหนุ่มวิศวะเปลี่ยนไปในพริบตา
รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ… เป็นสายจาก ‘มิน’ อดีตดาวคณะนิเทศฯ แฟนเก่าที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นคนเดียวกับที่เคยทิ้งปมในอดีตไว้ในใจของคินน์
พายพายสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของคนข้างกายได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มของเธอหุบลงทันที ความรู้สึกแปลບปลาบแปลกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
“ใครโทรมาเหรอ… หน้าเครียดเชียว” พายพายถามออกไปเสียงเบา พยายามซ่อนความไหววูบในน้ำเสียงของตัวเองให้
คินน์เงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาลึกล้ำฉายความลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะกดรับหรือตัดสายทิ้งดี ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกดรับสายต่อหน้าต่อตาเธอโดยไม่คิดจะเดินหนีไปคุยที่อื่น
“ว่าไง… กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงทุ้มเอ่ยรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย แต่มันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยของพายพายหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ป่วนๆ ของเจ้าแม่สตรีมเมอร์กับนายวิศวะปากร้ายในตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ! พีชชี่เบอร์รี่.
เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย•ตอนที่ 13
คนขี้หึงที่ปากแข็ง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับไอ้หนุ่มวิศวะปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!