"หยุดมือเดี๋ยวนี้!"
เสียงของกรณ์ดังขึ้นพร้อมกับที่เขาคว้าข้อมือผู้ใหญ่บ้านเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความตระหนกที่พุ่งพล่านอยู่ในอกขณะมองไปยังกลุ่มควันสีเทาจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือแนวรั้วไม้ไผ่ทิศเหนือ กลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่างที่ปนมากับลมพัดปะทะจมูกจนเขาต้องเบือนหน้าหนี
"มันไม่ใช่ไฟไหม้ครับคุณกรณ์ แต่มันคือ 'ละอองมรณะ' จากไร่ข้าวโพดข้างเคียงที่เขาสเปรย์ยาฆ่าแมลงแบบไม่สนทิศลม!" ผู้ใหญ่บ้านหอบหายใจรวยริน ใบหน้าเหี่ยวย่นนั่นอาบไปด้วยหยาดเหงื่อ
รินที่วิ่งตามมาหยุดยืนข้างๆ กรณ์ ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับวาวโรจน์ด้วยประกายความโกรธแค้น เธอสะบัดผมเปียที่ยุ่งเหยิงออกก่อนจะคว้าหมวกสานมาสวมกระชับ
"ถ้าเราปล่อยให้ลมพัดพาพวกมันเข้ามาในแปลงออร์แกนิกของเราอีกแค่อึดใจเดียว ผลผลิตที่ประคบประหงมมาสามเดือนจะกลายเป็นขยะทันที" รินหันมามองกรณ์ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "เราต้องทำอะไรสักอย่างที่มากกว่าแค่การตั้งรับครับกรณ์ เราต้องเปลี่ยน 'ที่ยืน' ของผักพวกนี้"
กรณ์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ภาพของเชฟที่เคยควบคุมทุกอย่างในห้องครัวระดับมิชลินสตาร์ย้อนกลับมาทับซ้อนกับภาพของเกษตรกรที่กำลังจนมุม เขาหันมองแปลงผักคะน้าฮ่องกงที่กำลังอวบอิ่มด้วยน้ำค้าง ก่อนจะหันกลับมามองริน
"เปลี่ยนที่ยืน? รินหมายความว่ายังไง"
"ถ้าตลาดในหมู่บ้านไม่เห็นค่าผักของเราจนยอมให้ใครเอาสารพิษมาฉีดพ่นใส่ไร่เราได้ง่ายๆ แบบนี้ เราก็แค่ไม่ต้องรอให้เขาเดินมาซื้อที่นี่" รินหยิบแท็บเล็ตเครื่องเก่าออกมา หน้าจอแสดงกราฟฟิกการออกแบบระบบกระจายสินค้าที่เธอร่างไว้ในหัวมานาน "เราจะตัดคนกลาง เราจะทำ 'เดลิเวอรี่ฟาร์มสด' ส่งตรงถึงบ้านคนในเมือง... คนที่เขากระหายอยากกินผักที่ปลูกด้วยความรักจริงๆ ไม่ใช่ผักที่ปนเปื้อนสารเคมี"
กรณ์มองข้อเสนอของรินสลับกับควันพิษที่ยังคงลอยต่ำอยู่เหนือพื้นดิน ความคิดของเขาแล่นปราดดุจการวางแผนเมนูอาหารมื้อสำคัญ "การขนส่งผักสดให้คงคุณภาพความกรอบไว้ได้ในอุณหภูมิที่ร้อนระอุแบบนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของออนไลน์นะครับริน แต่มันคือเรื่องของ 'ห่วงโซ่ความเย็น' ที่เรายังไม่มี"
"ผมรู้ครับ" รินยิ้มมุมปาก ความมั่นใจของเธอกำลังทำลายกำแพงความกลัวในใจกรณ์ "และนั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการมืออาชีพอย่างคุณมาช่วยจัดการเรื่องการหีบห่อ (Packaging) และควบคุมคุณภาพอาหารก่อนถึงมือลูกค้า เราจะสร้างมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่แค่ผักออร์แกนิก แต่มันคือ 'ประสบการณ์การทานอาหารจากฟาร์มถึงจาน' ภายใน 24 ชั่วโมง"
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทั้งคู่ขลุกตัวอยู่ในศาลากลางสวน กองเอกสารและกระดาษร่างแบบถูกปูละลานไปทั่วพื้นไม้ กรณ์ใช้ทักษะการบริหารจัดการครัวที่เขาเคยถนัดมาปรับใช้กับระบบโลจิสติกส์ใหม่ รินเองก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้เรื่องพืชพันธุ์พื้นถิ่นของเธอนั้นสามารถนำมาทำเป็น Storytelling ที่ทรงพลังเพียงใด
"กรณ์ ดูนี่สิ..." รินขยับเข้ามาใกล้จนกรณ์สัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆ ของดอกมะลิที่ติดตัวเธอมา "ถ้าเราส่งผักพร้อมกับสูตรอาหารที่คุณคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษในแต่ละสัปดาห์ คุณคิดว่าลูกค้าจะประทับใจไหมครับ?"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยขณะก้มลงดูรายละเอียดในหน้าจอ แสงจากโคมไฟสีส้มสลัวกระทบใบหน้าด้านข้างของริน ดูอ่อนโยนและมุ่งมั่นจนเขารู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดไปจากปกติ เขาเลื่อนนิ้วไปสัมผัสหน้าจอใกล้กับมือของเธอโดยไม่ตั้งใจ
"ผมคิดว่า... มันอาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เราเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่าเลยนะครับริน" เสียงของกรณ์ทุ้มต่ำและอ่อนโยนลง "แต่ถ้าคุณกล้าเสี่ยง ผมเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัว"
ทั้งสองสบตากันในความเงียบของค่ำคืน มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ขับขานอยู่ภายนอก ทว่าบรรยากาศแห่งความร่วมมือที่ก่อตัวขึ้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและรีบร้อนบริเวณหน้าประตูปราสาทไม้เก่า
"ผู้ใหญ่ครับ! คุณกรณ์ครับ!" เสียงลูกน้องของคนที่มีอิทธิพลในพื้นที่ดังขึ้น ตามด้วยเสียงกระแทกประตูจนบานพับสั่นสะเทือน "หัวหน้าผมสั่งให้มาแจ้งว่า ทางไร่ข้าวโพดข้างๆ เตรียมจะกว้านซื้อที่ดินแปลงทิศเหนือทั้งหมดภายในพรุ่งนี้เช้า ถ้าไม่ขาย... ก็เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้เลย!"
กรณ์และรินหันไปมองหน้ากันทันที ความรู้สึกเหมือนถูกบีบให้จนมุมกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผักที่กำลังจะตาย แต่เป็นที่ดินผืนสุดท้ายที่หลงเหลือจากคุณตาของกรณ์
กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาของเขาเปลี่ยนจากเชฟผู้ใจดีกลายเป็นนักสู้ที่พร้อมจะปกป้องสิ่งที่เขารัก รินคว้ามือเขาไว้แน่น
"เรามีเวลาแค่คืนเดียวในการตัดสินใจครับกรณ์" รินกระซิบเสียงสั่น "ถ้าเราปล่อยที่ดินผืนนี้ไป เดลิเวอรี่ฟาร์มที่เราวางแผนกันไว้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง... คุณจะเลือกอะไรครับ ระหว่างความปลอดภัยที่ยอมจำนน หรือการเดิมพันทั้งหมดที่มีเพื่อรักษาหัวใจของฟาร์มแห่งนี้ไว้?"
ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุม สัญญาณเตือนภัยจากรถยนต์คันหนึ่งดังขึ้นลากยาวมาจากถนนหน้าฟาร์ม แสงไฟหน้ารถคันใหญ่หักเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าประตูบ้าน ก่อนที่ประตูรถจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายในชุดสูทสีเข้มที่กรณ์ไม่คิดว่าจะได้พบเจอในที่แห่งนี้อีกตลอดชีวิต
"ไม่เจอกันนานนะ... กรณ์ระวี" ชายคนนั้นกล่าวพลางก้าวลงจากรถ ท่ามกลางความตกตะลึงของรินที่ยืนแข็งค้างอยู่ที่เดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเหนื่อยยากและความสุขในแต่ละวันของผมและรินนะครับครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 32
ทางเลือกใหม่: เดลิเวอรี่ฟาร์มสด
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!