กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 4

ผู้มาเยือนคนแรกและผลไม้ป่า

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"คุณกำลังฆ่าพวกมันอยู่" เสียงนั้นเย็นเยียบและราบเรียบ ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของกรณ์ในวินาทีที่เขาเพิ่งวางจอบลง มือที่หยาบกร้านจากการจับมีดเชฟมานับสิบปีตอนนี้สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะความไม่พอใจที่ถูกคนแปลกหน้าเข้ามาวิจารณ์ถึงวิธีการดูแลผืนดินที่เขาเพิ่งลงแรงไปตลอดสัปดาห์ กรณ์เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน หญิงสาวในชุดม่อฮ่อมสีซีดที่ดูทะมัดทะแมง ผูกผ้าพันคอสีตุ่นกันแดด แต่ดวงตาของเธอนั้นคมกล้าและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด เธอไม่ได้ยืนชมสวนเหมือนแขกทั่วไป แต่เธอกำลังกวาดสายตามองแปลงผักกาดหอมของเขาเหมือนหมอที่กำลังวินิจฉัยโรคร้าย "ฆ่าเหรอครับ? ผมเพิ่งใส่ปุ๋ยคอกที่สั่งมาอย่างดี และรดน้ำตามตารางที่วางไว้ทุกอย่าง" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมอารมณ์ให้คงความนิ่งเฉย เขาเป็นเชฟที่ยึดติดกับความเป๊ะระดับมิลลิเมตร การถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานการดูแลสวนจึงไม่ใช่เรื่องที่เขาจะยอมรับได้ง่ายๆ รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเดินเยื้องกรายเข้าไปใกล้แปลงผัก ก้มลงใช้นิ้วชี้ขุดดินขึ้นมาเพียงเล็กน้อย แล้วคลึงมันในฝ่ามือ เธอขยี้มันเบาๆ ก่อนจะส่งกลิ่นจางๆ ของดินนั้นขึ้นมาดม "ดินที่นี่แข็งตัวเหมือนดินเหนียวที่รอวันแตกร้าว คุณบอกว่าใส่ปุ๋ยคอกอย่างดี แต่มันคือปุ๋ยที่ยังหมักไม่ได้ที่ใช่ไหมล่ะคะ กลิ่นแอมโมเนียยังฉุนอยู่เลย นี่แหละที่ฉันบอกว่าคุณกำลังฆ่าพวกมัน ผักพวกนี้กำลังได้รับสารอาหารที่เข้มข้นจนรากไหม้ แทนที่จะเติบโตได้ตามธรรมชาติ" กรณ์นิ่งอึ้ง เขาเป็นเชฟที่เชี่ยวชาญการเลือกวัตถุดิบ แต่เรื่องการเกษตรในระดับโมเลกุลดินแบบนี้ เขาอาศัยเพียงตำราที่อ่านมาตลอดสองสัปดาห์ "คุณเป็นใคร? และมีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์สวนของคนอื่นครับ?" กรณ์ยืดตัวตรง มือทั้งสองข้างกอดอก พยายามสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกที่เริ่มโอนอ่อนตามเหตุผลของเธอ หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูสดใสแต่กลับกดดันในคราวเดียวกัน เธอวางตะกร้าไม้ไผ่ที่ถือมาลงบนขอบแปลง ในนั้นไม่ได้มีเพียงผลไม้ แต่มีกลิ่นหอมหวานลอยออกมาจนกรณ์ต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าไป "ฉันชื่อริน เป็นคนที่ดูแลโครงการเกษตรยั่งยืนแถวนี้ ส่วนสิทธิ์น่ะเหรอ... สิทธิ์ของเพื่อนบ้านที่ไม่อยากเห็นผืนดินที่ดีที่สุดของหมู่บ้านกลายเป็นที่ฝังศพผักราคาแพงของคุณยังไงล่ะ" เธอขยับยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบผลไม้สีแดงเข้มที่มีรูปร่างคล้ายลูกหม่อนผสมกับองุ่นป่าขึ้นมาลูกหนึ่ง "นี่คือ 'ลูกห้า' ผลไม้ป่าที่จะขึ้นเฉพาะในดินที่สมบูรณ์เท่านั้น ถ้าคุณไม่รีบแก้ไขเรื่องปุ๋ยและการระบายน้ำ อีกไม่กี่ปี... ดินตรงนี้ก็จะแห้งตายจนแม้แต่หญ้ายังไม่กล้าขึ้น" กรณ์มองลูกไม้ในมือเธอด้วยความฉงน เขาคุ้นเคยกับวัตถุดิบราคาแพงจากยุโรป แต่ผลไม้ป่าหน้าตาประหลาดนี่กลับดึงดูดสายตาเขาได้อย่างประหลาด เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปรับผลไม้ลูกนั้น รินรดาวางมันลงบนฝ่ามือของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอทำให้ใจของเขากระตุกไปครู่หนึ่ง "รสชาติเป็นยังไงครับ?" กรณ์ถาม น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ลองชิมดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่คุณตามหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่สูตรอาหารในสมุดจด แต่อยู่ที่การเข้าใจจังหวะของดินและฝน" รินรดาหันหลังเดินกลับไปที่ปากทางเข้าสวน โดยไม่ลืมทิ้งทวนด้วยคำพูดที่ทำให้กรณ์ต้องหยุดชะงัก "พรุ่งนี้เช้า ถ้าคุณยังอยากรักษาผืนดินนี้ไว้ ลองเอาปุ๋ยคอกที่เหลือไปหมักกับกากน้ำตาลและเศษใบไม้แห้งดูนะคะ อย่าดื้อแพ่งกับธรรมชาติเลย คุณกร... เพราะธรรมชาติคือเชฟที่เก่งที่สุด และเขาไม่ชอบคนที่ไม่ฟังคำเตือน" กรณ์ยืนนิ่งอยู่กลางแปลงผัก ลมเย็นพัดผ่านร่างของเขาไปพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของป่าที่ติดตัวหญิงสาวคนนั้นมา เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ขอบของตะกร้าผลไม้ป่ามีเศษดินสีแดงเข้มติดอยู่... ดินชนิดเดียวกับที่เขาเคยเห็นในสมุดบันทึกเก่าของคุณตาที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า 'หัวใจของสวนคือดินที่หายใจได้' เขาก้มลงมองดินที่เท้าตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มองมันด้วยความรู้สึกผิดเหมือนตอนแรก แต่มองด้วยความกระหายอยากเรียนรู้ เขาหยิบจอบขึ้นมาอีกครั้งตั้งใจจะขุดพลิกดินใหม่ แต่ทว่า... เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากพุ่มไม้ทึบด้านหลังสวน ลึกลงไปในเขตป่าหวงห้ามที่ชาวบ้านต่างลือกันว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปย่างกราย กรณ์หยุดชะงัก สายตาจับจ้องไปที่เงาดำตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านพุ่มไม้ไป รอยเท้าที่ทิ้งไว้บนพื้นดินไม่ใช่ของมนุษย์ แต่มันกว้างและลึกเหมือนรอยเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่... หรืออะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ไหลวาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง เมื่อเงาดำนั้นหยุดนิ่ง แล้วค่อยๆ หันกลับมามองเขาผ่านความมืดมิดของพุ่มไม้ ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่หนึ่งเบิกกว้างสบตากับเขาในจังหวะที่หัวใจเขากำลังเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกรณ์ในตอนนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจหวังว่าความสงบสุขที่แฝงไปด้วยปริศนาจะทำให้ทุกท่านอยากรู้เรื่องราวต่อไปในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%