กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 17

การกลับมาของเพื่อนเก่าจากเมืองกรุง

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
กระดาษแผ่นนั้นนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินชื้นแฉะหลังฝนพรำ มันดูแปลกแยกและสกปรกเมื่อเทียบกับกลิ่นหอมของดินที่เพิ่งถูกไถพรวนเพื่อเตรียมปลูกพืชผักสวนครัว กรณ์ก้มลงหยิบเอกสารที่กำนันเฉลิมเพิ่งโยนทิ้งไว้ขึ้นมา นิ้วมือที่เคยจับมีดทำครัวด้วยความแม่นยำสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่คลี่กระดาษออกอ่าน ข้อความในนั้นชัดเจนราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความสุขที่เขากำลังพยายามสร้าง... สัญญาเช่าที่ดินถูกบอกเลิกก่อนกำหนด "ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นหรอกกรณ์" เสียงของกำนันเฉลิมยังคงทิ้งท้ายไว้ในอากาศก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้กรณ์ยืนเผชิญหน้ากับความจริงที่กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า "คุณกรณ์ครับ?" เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้กรณ์ต้องซ่อนเอกสารแผ่นนั้นไว้ใต้สมุดบันทึกเล่มหนา เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มในชุดสูทลินินราคาแพงที่ยืนอยู่ตรงข้ามรั้วไม้ไผ่ ท่ามกลางความเขียวขจีของไร่ แขกผู้มาเยือนคนนี้ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดในนิตยสารแฟชั่นเมืองกรุง "วิน? นายมาทำอะไรที่นี่" กรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าในใจกลับวูบไหว ธาวิน เพื่อนร่วมงานเก่าจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ ก้าวข้ามรั้วเข้ามาด้วยท่าทางที่ยังคงความมั่นใจ เขาถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานไม่เคยเปลี่ยน "ผมรู้ข่าวเรื่องที่ดินของคุณแล้วนะ" ธาวินกล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ สวนผักที่ดูแสนธรรมดา "และผมก็รู้อีกว่าทำไมคุณถึงยอมทิ้งชื่อเสียงระดับเชฟมือทองมาเป็นชาวสวนตกอับอยู่ที่นี่ แต่กรณ์... ความหลงใหลน่ะมันกินไม่ได้หรอกนะครับ" กรณ์ไม่ได้ตอบทันที เขาเดินเลี่ยงไปที่กระท่อมไม้เล็กๆ ปลายนา มือหยิบปิ่นโตสแตนเลสเก่าๆ ที่รินรดาเพิ่งเอามาฝากขึ้นมาเปิดดู กลิ่นหอมของน้ำพริกปลาย่างและผักลวกสดๆ จากสวนโชยออกมา กระตุ้นให้เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เงินล้านในเมืองกรุงไม่เคยให้ได้ "นายต้องการอะไรกันแน่ วิน" ธาวินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด "โรงแรมใหญ่กำลังจะเปิดตัวสาขาใหม่ในสัปดาห์หน้า พวกเขาต้องการเชฟที่เข้าใจ 'รสชาติแห่งรากเหง้า' และมีชื่อเสียงในอดีตมาการันตีเมนูอาหารไทยฟิวชัน และผมคิดว่าไม่มีใครทำได้ดีเท่าคุณอีกแล้วกรณ์ เงินเดือน ตำแหน่งงาน และที่สำคัญ... คุณจะไม่ได้เป็นแค่เชฟที่คลุกดินโคลนแบบนี้อีกต่อไป" กรณ์วางปิ่นโตลง เขาจ้องมองธาวินด้วยสายตาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามเช้า แต่ทว่าในแววตานั้นกลับมีประกายของความแน่วแน่ที่ชายตรงหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน "วินครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่นคง "ตอนที่ผมอยู่ในครัวที่หรูหราที่สุดในกรุงเทพฯ ผมมีทุกอย่างที่นายว่า แต่สิ่งเดียวที่ผมไม่มีคือ 'ความรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่' การทำอาหารไม่ใช่แค่การจัดวางบนจานให้สวยงาม แต่มันคือการเข้าใจดิน เข้าใจน้ำ และเข้าใจผู้คนที่กินมันเข้าไป... ผมขอโทษนะ แต่ผมไปกับคุณไม่ได้" ธาวินชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ "คุณจะยอมทิ้งอนาคตเพราะที่ดินผืนเดียวที่กำลังจะถูกยึดเนี่ยนะ? คุณมันเสียสติไปแล้ว!" "อาจจะใช่ครับ" กรณ์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจางๆ "แต่ในวันที่ผมเหนื่อยล้าจนอยากตาย ที่ดินผืนนี้แหละที่ประคองผมไว้ และตอนนี้... ผมก็มีหน้าที่ต้องรักษามันไว้เช่นกัน" บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรินรดาที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา เธอหอบหายใจถี่ สายตามองสลับระหว่างธาวินและกรณ์ด้วยท่าทางที่ไม่เป็นมิตรนัก "คุณกรณ์คะ! อย่าเพิ่งตกลงอะไรกับเขา!" รินร้องเรียกพลางก้าวเข้ามาคว้าแขนกรณ์ไว้ "กำนันเฉลิมไม่ได้แค่จะเอาที่ดินคืนธรรมดาๆ นะคะ... ฉันไปสืบมาแล้ว ว่าในโฉนดที่คุณถืออยู่ มันมีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินที่คุณทำสวนอยู่นี้ และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขากำลังบีบให้คุณออกไปให้เร็วที่สุด!" กรณ์ขมวดคิ้ว "ความลับ? ความลับอะไรครับริน?" รินรดาล้วงกระดาษอีกแผ่นที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นแผนที่เก่าแก่ที่ดูเหมือนจะถูกขุดค้นมาจากหอจดหมายเหตุประจำหมู่บ้าน เธอกางมันลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ มือของเธอยังสั่นด้วยความตื่นเต้น "มันไม่ใช่แค่ที่ดินทำการเกษตร แต่มันคือทางผ่านของสายน้ำบาดาลโบราณที่รัฐบาลกำลังจะประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์เขตพิเศษ ถ้าใครเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ในวันที่ประกาศชื่อโฉนดใหม่... เขาจะได้รับค่าชดเชยหลายสิบล้าน และกำนันเฉลิมก็กำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชื่อของคุณหายไปจากผืนดินนี้ก่อนที่เรื่องจะถึงกรมที่ดินในวันจันทร์หน้า!" กรณ์มองไปที่แผนที่ แล้วมองไปที่ธาวินที่เริ่มมีสีหน้าเลิ่กลั่กไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่รินจะพูดประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงไปถนัดตา "และที่แย่กว่านั้นกรณ์... คนที่อยู่เบื้องหลังกำนันเฉลิม ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกลุ่มทุนเดียวกับที่คุณเพิ่งปฏิเสธงานไปเมื่อกี้... พวกเขาไม่เคยต้องการตัวเชฟกรณ์ระวี แต่พวกเขาต้องการที่ดินผืนนี้เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นรีสอร์ตหรูโดยใช้ชื่อคุณบังหน้า!" ธาวินลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มที่เคยดูเป็นมิตรหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิต "คุณรู้เยอะเกินไปแล้วนะแม่สาวน้อย... และกรณ์ ถ้าคุณยังยืนกรานว่าจะปฏิเสธงานของผม งั้นเราคงต้องเปลี่ยนวิธีคุยกันใหม่แล้วล่ะ" วินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความบางอย่าง ทันใดนั้น รถกระบะสีดำสามคันก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าไร่ พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่ก้าวลงมาทีละคน... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจหวังว่าทุกท่านจะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กรณ์ในตอนต่อไปนะครับครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%