"คุณจะเอาลิ้นจี่ใส่ลงไปในแกงเผ็ดจริงๆ หรือครับกรณ์? ผมว่ากลิ่นมันจะตีกันจนเสียรสชาติอาหารไทยต้นตำรับนะ"
รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองผลลิ้นจี่สดสีแดงระเรื่อที่วางเรียงรายอยู่ในตะกร้าหวายบนโต๊ะครัวไม้สัก เธอกอดอกแน่นพิงกรอบประตูพลางขมวดคิ้วมุ่น ราวกับกำลังรอคอยความล้มเหลวของอดีตเชฟอาหารฝรั่งเศสผู้ดื้อรั้นตรงหน้า
กรณ์ไม่ได้หันไปมองคนพูด มือของเขายังคงบรรจงหั่นเนื้อเป็ดย่างชิ้นหนาด้วยความประณีต กลิ่นหอมของเครื่องแกงเผ็ดโขลกสดๆ ที่เขาเคี่ยวกับกะทิคั้นเองจนแตกมันส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ เขาใช้ความเงียบเป็นคำตอบครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางมีดลงแล้วหันกลับมาสบตารินด้วยแววตาที่เรียบเฉยแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
"อาหารคือการทดลองครับริน และธรรมชาติไม่เคยมีพรมแดนกั้นระหว่างรสชาติหรอกครับ" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทว่าเด็ดขาด "คุณตาผมเคยบอกว่า ความหวานที่ซ่อนอยู่ในผลไม้บางชนิด คือตัวช่วยชูรสเผ็ดร้อนได้ดีที่สุดโดยที่เราไม่รู้ตัว"
เขายื่นช้อนที่บรรจุแกงเผ็ดรสเข้มข้นที่ผสมเนื้อมะเขือเทศและสับปะรดจางๆ ลงไปเล็กน้อยให้เธอชิม รินขยับเข้ามาใกล้ท่าทีลังเล ก่อนจะรับช้อนไปชิมรสสัมผัสที่ซับซ้อนนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเป็นปฏิปักษ์ในแววตาค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจ
"มัน... ไม่ได้อย่างที่ผมคิดแฮะ" เธอพึมพำ
"เพราะความกลมกล่อมไม่ได้เกิดจากความถูกต้องตามตำราเสมอไปหรอกครับ" กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมของเครื่องเทศจางๆ ที่ติดตัวเขาทำให้บรรยากาศในห้องครัวที่เคยคุกรุ่นด้วยความเห็นต่างเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่น่าอึดอัดใจอย่างประหลาด เขาหยิบลิ้นจี่ที่ปอกเปลือกแล้วลงไปในหม้อแกงพร้อมกับใบโหระพาที่เด็ดสดๆ จากหลังฟาร์ม กลิ่นหอมหวานของลิ้นจี่เมื่อสัมผัสกับกะทิร้อนๆ กลับกลายเป็นความหอมที่แปลกใหม่และชวนน้ำลายสอ
รินนิ่งเงียบไป เธอสัมผัสได้ถึงความพยายามของชายหนุ่มในการก้าวข้ามผ่านกรอบเดิมๆ ของตัวเอง ความเงียบในครัวถูกคั่นด้วยเสียงเดือดปุดๆ ของแกงเผ็ดเป็ดย่าง รินเผลอมองไปที่มือของกรณ์ที่กำลังบรรจงตักแกงใส่ปิ่นโตสแตนเลสใบเก่าที่เขาใช้เป็นประจำ มือคู่นี้ผ่านงานครัวที่หรูหราในเมืองใหญ่มานับไม่ถ้วน แต่ในตอนนี้ มันกลับดูอ่อนโยนและเข้ากับวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่นี่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
"คุณยอมรับความเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า กรณ์" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากความเงียบดำเนินไปเนิ่นนาน "ถ้าวันนี้ผลงานของคุณไม่ผ่าน การตัดสินใจที่คุณวางแผนไว้... มันอาจจะล้มเหลวไม่เป็นท่า"
กรณ์ชะงักมือนิดหนึ่ง เขาเข้าใจดีว่ารินหมายถึงเรื่องอะไร 'การตัดสินใจครั้งสำคัญ' ที่เขาเพิ่งกล่าวทิ้งท้ายไว้ในตอนที่แล้ว มันคือการตัดสินใจว่าเขาจะทำอย่างไรกับฟาร์มแห่งนี้ และความสัมพันธ์ที่ข้ามเส้นเพื่อนร่วมงานไปไกลเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้
"ความสำเร็จของผมในวันนี้ ไม่ได้วัดกันที่รสชาติแกงหรอกครับริน" เขาวางฝาปิ่นโตลงอย่างเบามือ แล้วหันมาสบตากับรินอย่างจริงจัง "แต่มันวัดกันที่ว่า ในวันที่ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไป... ผมยังมีใครบางคนยอมยืนมองดูการทดลองที่บ้าบิ่นของผมอยู่ข้างๆ หรือเปล่า"
คำพูดนั้นทำเอารินถึงกับพูดไม่ออก หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอหลบสายตาคมกริบคู่นั้นแล้วแกล้งหยิบตะกร้าผลไม้ขึ้นมาถือไว้แน่น ความสับสนในใจเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะปิดบัง ในขณะที่กรณ์กำลังจะก้าวเข้าไปหาเธอเพื่อพูดอะไรบางอย่าง เสียงรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าเรือนพักก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปเสียก่อน
รินขมวดคิ้ว "ใครกันมาหาคุณในเวลาแบบนี้?"
กรณ์มองผ่านหน้าต่างออกไป แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที รถยนต์คันสีดำสนิทที่เขาจำได้แม่นว่าเป็นรถของใครบางคนที่เขาพยายามหนีมาตลอดทั้งชีวิตเพิ่งจะดับเครื่องยนต์ลง ร่างสูงของชายวัยกลางคนก้าวลงจากรถพร้อมกับความกดดันที่แผ่ซ่านเข้ามาถึงในห้องครัว
กรณ์หันมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบปิ่นโตแกงเผ็ดเป็ดย่างลิ้นจี่ส่งให้เธอ
"ริน... ถ้าผมหายไปจากที่นี่จริงๆ พรุ่งนี้รบกวนคุณช่วยดูแลต้นกล้าพวกนั้นแทนผมด้วยนะครับ"
เขาพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินฝ่าความมืดของโถงทางเดินออกไปเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ โดยไม่หันกลับมามองรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับปิ่นโตแกงที่ยังอุ่นร้อนในมือ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกรณ์และรินมาถึงตอนนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 30
แกงเผ็ดเป็ดย่างกับลิ้นจี่
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!