"คุณ... คุณจริงๆ ใช่ไหมครับ?"
เสียงของผมสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุม มันไม่ใช่คำถามเชิงตรรกะ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย รินรดานิ่งงันอยู่ข้างกาย ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ต้นแขนของเธอ เธอคงตกใจไม่แพ้กันที่เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่กลางครัวไม้หลังเก่าท่ามกลางแสงสลัว
ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรและเครื่องเทศ ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางเบาที่ผมจำได้แม่นยำ... รอยยิ้มของ 'เชฟจิโร่' ผู้ล่วงลับ
"ครัวยังสะอาดเหมือนเดิมเลยนะ กรณ์" เขากล่าวพลางขยับถอดถุงมือหนังออกอย่างช้าๆ "แต่ก็นะ... รสชาติของหอมใหญ่ในกระทะนั่น ยังขาด 'ความอดทน' ไปนิดหน่อย"
คำพูดนั้นจี้ใจดำผมอย่างจัง ผมเคยกราบเขาเป็นอาจารย์คนแรกในปารีส เขาคือคนสอนให้ผมรู้ว่าเชฟไม่ได้มีหน้าที่แค่ปรุงอาหาร แต่มีหน้าที่ 'รอคอย' เวลาที่เหมาะสมเพื่อดึงรสสัมผัสที่ซ่อนอยู่ภายในออกมา
"ผมทำตามสูตรที่คุณสอนทุกอย่าง" ผมโต้กลับ เสียงเริ่มกลับมามั่นคงแต่แฝงไปด้วยความตัดพ้อ "ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่... ทั้งที่ข่าวการจากไปของคุณ..."
"บางครั้ง สิ่งที่ตาเห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด" เขาเดินตรงไปยังเตาเหล็กหล่อที่ผมตั้งทิ้งไว้ เขาหยิบไม้พายขึ้นมาแล้วเริ่มคนหัวหอมที่สไลด์บางจนแทบละลายในเนยเหลวๆ "มานี่สิริน... มาดูว่าซุปหอมใหญ่คาราเมลไลซ์ที่แท้จริง เขาทำกันอย่างไร"
รินเดินเข้าไปใกล้ด้วยความประหม่า ดวงตาของเธอฉายแววสงสัยและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน แต่ชายผู้นี้กลับดูใจเย็นราวกับน้ำนิ่งในบ่อหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของหอมใหญ่เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง มันไม่ใช่กลิ่นหอมจัดจ้านเหมือนในร้านอาหารหรู แต่มันเป็นกลิ่นที่อบอุ่น หวานลึก และชวนให้นึกถึงความอบอุ่นในบ้านไม้หลังเก่าท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
"การทำซุปหอมใหญ่ คือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางครับกรณ์" เชฟจิโร่เอ่ยขณะที่เขาสาธิตการเคี่ยวหอมด้วยไฟอ่อน "ถ้าคุณรีบร้อนจะเอาความสำเร็จ คุณจะทำได้แค่หอมไหม้ๆ ที่ขมปร่า แต่ถ้าคุณยอมรอ... ยอมให้มันคลายความหวานออกมาจนเป็นสีน้ำตาลทองเหมือนแสงอาทิตย์อัสดง นั่นแหละคือศิลปะของการใช้ชีวิต"
ผมยืนมองมือที่เหี่ยวย่นตามวัยของเขาขยับไปมา ความโกรธเคืองที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัย เขาตายไปสิบปีแล้ว แต่คนตรงหน้ามีลมหายใจ มีกลิ่นเหงื่อ และมีสัมผัสที่จับต้องได้
"คุณต้องการอะไรกันแน่ครับ?" ผมถามขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวหอมเดือดปุดๆ ในหม้อ
เขาหยุดมือ หันกลับมาจ้องตาผม แววตาคู่นั้นคมกริบราวกับมีดเชฟชั้นดี "ผมไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากอยากเห็นว่า ลูกศิษย์ที่ผมฝากความหวังไว้ที่สุด... จะเลือกทิ้งความฝันเพียงเพราะความเหนื่อยล้าเพียงชั่วคราวหรือเปล่า"
เขาตักซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ใส่ถ้วยเซรามิกใบเล็กๆ ยื่นให้ริน ก่อนจะส่งให้อีกถ้วยหนึ่งมาทางผม "ชิมดูสิ... แล้วตอบผมว่ารสชาติของความทรงจำในวันเก่าๆ กับความวุ่นวายในปัจจุบัน อะไรมันหนักหนากว่ากัน"
รินจิบซุปช้าๆ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองหน้าผมสลับกับชายผู้นั้นด้วยความสับสน ราวกับรสชาติในถ้วยนั้นกำลังเล่าความลับบางอย่างที่ผมยังไม่รู้
"มัน... มันเหมือนกับสิ่งที่พี่กรณ์เคยเล่าให้ฟังตอนเริ่มทำครัวใหม่ๆ เลยค่ะ" รินพึมพำ "แต่มันมีความขมเจือจางซ่อนอยู่... เหมือนคนที่มีเรื่องค้างคาใจ"
ผมรับถ้วยซุปมาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยแผ่ซ่านเข้ามายังฝ่ามือ ผมยังไม่ทันได้ยกขึ้นจรดริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านไม้ของเรา ตามด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงจนบานไม้สั่นสะเทือน
"กรณ์! เปิดประตู! ฉันรู้ว่าเขามีชีวิตอยู่!" เสียงตะโกนจากหน้าบ้านทำให้ผมชะงัก ร่างที่ยืนอยู่ข้างเตาหันมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"อย่าเปิดประตูเชียวนะกรณ์" เชฟจิโร่กระซิบเสียงต่ำ "ถ้าเปิด... ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่นายพยายามสร้างมาทั้งหมด จะพังพินาศในพริบตา"
ผมมองไปที่ประตูที่ถูกทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า สลับกับร่างของอาจารย์ที่ควรจะตายไปแล้ว แต่แล้วมือที่กำลังจะคว้ากลอนประตูก็ต้องหยุดลง เมื่อเห็นรินหน้าซีดเผือดขณะที่เธอเพิ่งได้รับข้อความบางอย่างจากโทรศัพท์มือถือที่สั่นรัวในกระเป๋าเสื้อ เธอเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่แตกสลาย "พี่กรณ์... คนที่อยู่หน้าบ้านนั่น... คือทนายความจากกองมรดกของคุณตาค่ะ"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับกลิ่นหอมแห่งความทรงจำนี้กับฟาร์มเมอร์สุขใจนะครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 43
ซุปหอมใหญ่คาราาเมลไลز
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!