กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 21

การซ่อมแซมโรงเรือน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
“ถ้าคุณกรณ์ยังขืนดึงพลาสติกมุมนั้นแรงเกินไป ผมรับรองว่ามันได้ขาดคามือคุณแน่ๆ ครับ” เสียงของรินรดาดังขึ้นจากด้านบนของบันไดไม้ไผ่ที่สั่นคลอน กรณ์ชะงักมือที่กำลังจับยึดแผ่นพลาสติกใสเพื่อขึงตึงให้เข้ากับโครงสร้างโรงเรือนที่ทรุดโทรมจากพายุเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาด้วยหลังมือ ก่อนจะแหงนมองหญิงสาวที่กำลังพยายามใช้คีมหนีบยึดตาข่ายพรางแสงด้านบน “ผมแค่ไม่อยากให้มันมีรอยย่นครับริน ถ้าขึงไม่ตึง น้ำฝนจะขังแล้วโรงเรือนจะพังเอาได้ง่ายๆ” กรณ์โต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แม้ลึกๆ จะยอมรับว่าเขาเกือบจะทำมันพังจริงๆ อย่างที่เธอว่า “ความสมบูรณ์แบบไม่ได้จำเป็นกับทุกเรื่องในไร่นะครับ บางทีช่องว่างให้ฝนผ่านบ้าง ลมผ่านบ้าง ก็ทำให้พืชผักแข็งแรงขึ้น เหมือนคนเรานั่นแหละครับ ถ้าตึงเครียดตลอดเวลา สุดท้ายก็มีแต่จะแตกสลาย” คำพูดของรินทำให้กรณ์นิ่งไป มือของเขายังคงจับพลาสติกนั้นไว้แน่น แสงแดดยามบ่ายจัดจ้านสาดส่องลงมาจนผิวของเขาขึ้นสีแดงเรื่อ อากาศอบอ้าวในโรงเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นของดินชื้นและกลิ่นใบไม้ที่เริ่มเหี่ยวเฉา ความร้อนนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเหมือนตอนที่ยังเป็นเชฟอยู่ในครัวเหล็กที่ไร้อากาศหายใจ แต่กลับทำให้เขารู้สึกถึง ‘ชีวิต’ ที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ใต้ฝ่าเท้า “ลงมาพักก่อนเถอะครับ แดดแรงขนาดนี้ เดี๋ยวคุณได้เป็นลมไปก่อนที่จะได้กินข้าวเย็นที่ผมตั้งใจทำหรอก” รินเปลี่ยนน้ำเสียงจากคำสอนมาเป็นความเอ็นดู เธอค่อยๆ ไต่บันไดลงมาอย่างชำนาญ ก่อนจะยื่นขวดน้ำเย็นจัดที่ห่อด้วยผ้าขาวบางมาให้ กรณ์รับขวดน้ำมาถือไว้ ความเย็นผ่านทะลุฝ่ามือเข้าสู่กระแสเลือด เขาจ้องมองใบหน้าของรินที่เปื้อนฝุ่นดินและหยดเหงื่อ แต่ดวงตาของเธอยังคงเป็นประกายสดใสไม่ต่างจากวันแรกที่เขามาถึงที่นี่ “คุณกำลังจะทำอะไรกินเหรอครับ?” เขาถาม พยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากความรู้สึกประหลาดในอก “แกงส้มดอกแคครับ เก็บมาจากหลังเรือนเรานี่เอง” รินยิ้มพลางปาดเหงื่อที่ข้างขมับ “แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ผมว่าเราควรซ่อมจุดรั่วตรงจั่วหลังคาก่อนครับ มันอยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมถึง... คงต้องรบกวนคุณกรณ์ช่วยขยับบันไดมาทางนี้หน่อย” กรณ์วางขวดน้ำลงแล้วเดินเข้าไปใกล้ริน บรรยากาศในโรงเรือนบีบแคบลงเมื่อระยะห่างของเขากับเธอเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่สะอาดและเรียบง่าย ต่างจากน้ำหอมราคาแพงที่เขาเคยคุ้นชินในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง “ขยับไปทางซ้ายอีกนิดครับ... ใช่ครับ ตรงนั้นแหละ” รินชี้นิ้วขึ้นไปบนคานไม้ กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้บันไดมากขึ้น จนไหล่ของเขาเกือบจะชนกับไหล่ของหญิงสาว เขาเอื้อมมือขึ้นไปช่วยยึดบันไดให้มั่นคง ทว่าจังหวะที่มือของเขาสัมผัสกับท่อนไม้ รินกลับวางมือลงมาทับบนมือเขาโดยไม่ตั้งใจ ความร้อนจากฝ่ามือของเธอกระจายซ่านไปถึงหัวใจของเขาอย่างรวดเร็ว กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจเขาขัดห้วง เขาหันไปสบตาคนข้างๆ พบเพียงความตั้งใจที่แน่วแน่ในการซ่อมแซมโรงเรือนนี้ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจเขากำลังสั่นคลอน ระหว่าง ‘ระยะห่าง’ ที่เขาเคยขีดไว้ เพื่อป้องกันหัวใจที่บอบช้ำ กับ ‘ความใกล้ชิด’ ที่ธรรมชาติกำลังถักทอเข้าหากันอย่างช้าๆ “คุณกรณ์ครับ...” รินเรียกเบาๆ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาที่ซับซ้อนขึ้น “คุณคิดว่า... การซ่อมแซมอะไรสักอย่างที่มันพังไปแล้ว มันจะกลับมาเหมือนเดิมได้จริงๆ หรือเปล่า? หรือว่าเราแค่กำลังฝืนทำในสิ่งที่ไม่มีวันเหมือนเดิม?” กรณ์เงียบไป ครู่หนึ่งที่เสียงแมลงยามบ่ายเงียบหายไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อรอคำตอบของเขา “ผมคิดว่า...” เขากลืนน้ำลาย ก่อนจะกระซิบตอบ “เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันเหมือนเดิมครับรอยแผลที่เห็นนี่แหละ คือสิ่งที่บอกว่ามันผ่านอะไรมาบ้าง และความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างที่ซ่อมมันต่างหาก คือสิ่งที่สำคัญกว่า” รินเม้มปากแน่น เธอกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากหน้าไร่ก็ขัดจังหวะบทสนทนาอันเปราะบางนั้นลง กรณ์ขมวดคิ้ว เขาจำเสียงรถยนต์คันนั้นได้ดี—เสียงเครื่องยนต์ที่หนักแน่นและไร้ความอ่อนโยนของผู้ที่มาเยือน ซึ่งเขามั่นใจว่าไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมเยียนในฐานะมิตรอย่างแน่นอน รินหันไปมองทางหน้าไร่ด้วยแววตาตื่นตระหนก เมื่อเห็นเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ก้าวลงจากรถพร้อมกับเอกสารในมือ ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มก้าวเดินตรงมายังโรงเรือนที่พวกเขากำลังซ่อมแซมด้วยท่าทางคุกคาม พร้อมประกาศก้องผ่านเสียงแหบแห้งที่ทำให้บรรยากาศที่แสนสงบพังทลายลงในพริบตา “คุณกรณ์ระวีครับ... ทางเจ้าหนี้ที่บริษัทเก่าของคุณ ฝากให้พวกผมมาเตือนความจำหน่อย ว่าสัญญาที่คุณเซ็นทิ้งไว้ก่อนหนีมาที่นี่ มันยังไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่คุณคิด!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นกำลังใจให้กับการซ่อมแซมหัวใจของกรณ์ในตอนนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%