กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 25

หนึ่งฤดูกาลผ่านไป

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
“ตัวเลขในสมุดบัญชีเล่มนี้... มันคือหลักฐานว่าคุณไม่ได้แค่หนีเมืองกรุงมานอนกอดดินเล่นไปวันๆ นะครับคุณกรณ์” รินรดาวางสมุดปกน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้เก่าที่ขัดจนขึ้นเงา เสียงของเธอก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบของเรือนไม้ กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งสีเสร็จลอยอบอวลไปทั่วครัว กรณ์วางตะหลิวไม้ในมือลง เขามองดูตัวเลขรายรับที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ความเหนื่อยล้าที่เคยสุมอยู่ในอกตั้งแต่สมัยเป็นเชฟใหญ่ในเมืองหลวง ดูเหมือนจะถูกชะล้างออกไปพร้อมกับเหงื่อที่เสียไปกับการถอนหญ้าใต้ต้นผักสวนครัว “ผมไม่เคยคิดว่ามันจะโตเร็วขนาดนี้” กรณ์ตอบพลางถอดผ้ากันเปื้อนที่เปื้อนคราบดินจางๆ ออก “แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปตลอดหรอก จริงไหมครับ” รินรดาเลิกคิ้วขึ้น เธอคว้ากาน้ำชาที่วางอยู่ใกล้ๆ รินน้ำสีอำพันลงในจอกดินเผา “นั่นเป็นประโยคที่ฟังดูมีความหวัง หรือกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่ครับ? ช่วงสามเดือนแรกเราผ่านฤดูเก็บเกี่ยวมาได้สวยหรู ผลผลิตอินทรีย์ของไร่เรามีชื่อเสียงจนร้านอาหารในเมืองเริ่มติดต่อเข้ามาแล้ว แต่ผมเห็นนะ... แววตาคุณเวลาที่เห็นจดหมายจากสำนักพิมพ์หรือใบแจ้งหนี้เก่าๆ ที่คุณยังค้างคาใจอยู่” กรณ์นิ่งไป เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มตั้งเค้าเป็นละอองบางๆ ปกคลุมยอดเขาทางทิศตะวันออก ความเงียบระหว่างเขากับรินไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเป็นความเงียบที่กดทับด้วยความรู้สึกที่เขายังหาคำนิยามไม่ได้ “คุณตาเคยบอกผมว่า ดินที่สมบูรณ์ไม่ได้วัดกันที่ว่าปลูกอะไรได้บ้าง แต่วัดกันที่ว่ามันสามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้นานแค่ไหนแม้ในยามแล้ง” กรณ์เปรยขึ้นเบาๆ “ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองก็เหมือนดินผืนนั้น... ที่ค่อยๆ เริ่มกลับมามีความชุ่มชื้นอีกครั้ง” “แต่ระวังนะครับ” รินรดาวางจอกชาลง เสียงกระทบโต๊ะดังชัดเจน “ดินที่ชุ่มชื้นเกินไป หากพายุเข้าแรงๆ มันก็อาจจะเกิดดินถล่มได้เหมือนกัน” รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาที่เคยดูเป็นคู่กัดแสนดื้อรั้นเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ “คุณกรณ์ครับ... เรื่องที่ป้าสมรเล่าให้ผมฟังเมื่อวาน เรื่องที่ว่ามีคนจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่เริ่มกว้านซื้อที่ดินติดกับเขตป่าสงวนแถบนี้ คุณพอจะระแคะระคายบ้างไหมครับ?” กรณ์ชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ ข้อมูลนี้เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในสระน้ำที่กำลังนิ่งสงบ “ที่ดินคุณตา... มีโฉนดที่ทับซ้อนกับเขตโครงการพัฒนาใหม่หรือเปล่าครับ?” รินรดาถามต่อ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความนัย “คนจากเมืองหลวงที่เขาตามหาตัวคุณอยู่ อาจไม่ได้ตามหาเชฟที่ทำอาหารเก่งที่สุด แต่เขาตามหาคนที่จะเซ็นชื่อในเอกสารโอนที่ดินผืนนี้” กรณ์หันมาสบตาเธอ ดวงตาคู่คมของอดีตเชฟที่เคยผ่านพ้นมรสุมชีวิตมามากมาย เริ่มสั่นไหว เขาไม่ได้กลัวความยากจน เขาไม่ได้กลัวการกลับไปเริ่มต้นใหม่ แต่เขากลัว... กลัวว่าทุกสิ่งที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและกลิ่นดินในช่วงสามเดือนนี้ จะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่จะถูกไถทิ้งเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีที่มากกว่าเดิม “ผมจะไม่ขาย” กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น “ที่นี่คือความสุขเดียวที่ผมเหลืออยู่ หลังจากที่คุณตาจากไป” รินรดายิ้มบางๆ แต่มันเป็นยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปน เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบซองจดหมายสีขาวปิดผนึกแน่นออกมาวางไว้ตรงหน้าเขา “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรีบตัดสินใจนะครับ เพราะเมื่อกี้ตอนที่ผมเดินเข้ามา... ผมเห็นรถเก๋งคันสีดำสนิทจอดรออยู่ที่หน้าปากทางเข้าฟาร์มของคุณ” กรณ์รีบเดินไปที่หน้าต่าง เขามองเห็นรถคันหรูที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศชนบทจอดเด่นหราอยู่ตรงนั้น ชายในชุดสูทสีเข้มสองคนกำลังก้าวลงจากรถ และหนึ่งในนั้น... คนที่ถือกระเป๋าเอกสารใบนั้น เขาจำได้ดีว่าคือใคร เขากำลังก้าวเข้ามาในรั้วบ้านของเขา และเงาของพวกเขากำลังทอดยาวทับลงบนผืนดินที่กรณ์เพิ่งลงต้นกล้าไว้เมื่อเช้านี้ ความสงบสุขที่เขาสร้างมาตลอดหนึ่งฤดูกาล กำลังจะแตกสลายลงต่อหน้าต่อตาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกรณ์นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%