"ชาถ้วยนี้สำหรับคนที่มีความทรงจำดีๆ ต่อกันเท่านั้นครับคุณธันวา"
กรณ์ระวีวางถ้วยชาเซรามิกเนื้อหยาบลงบนโต๊ะไม้เก่าแก่ เสียงกระทบเบาๆ ของก้นถ้วยกับเนื้อไม้ดังก้องท่ามกลางความเงียบที่กดดัน เขาประสานสายตากับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านไร่ปลายนาแห่งนี้ด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะนั้นกลับกำแน่นจนสั่นไหว
ธันวา—อดีตหุ้นส่วนร้านอาหารหรูในเมืองหลวงที่กรณ์เคยทิ้งไว้เบื้องหลัง—แค่นยิ้ม รอยยิ้มที่เหมือนจะขบขันแต่แฝงไว้ด้วยความนัยที่อ่านไม่ออก เขาไม่แตะต้องชาในถ้วยนั้น กลับกวาดสายตาสำรวจร่องรอยของการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือของเชฟมือหนึ่งแห่งปี
"คุณดูเปลี่ยนไปนะ กรณ์... กลิ่นดินกับปุ๋ยคอกนี่มันช่างต่างจากกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิลที่คุณเคยหลงใหลนัก" ธันวาเอ่ยพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ "ที่ผมมาวันนี้ ไม่ได้ต้องการชา แต่ผมต้องการคำตอบว่าทำไมคุณถึงทิ้งโปรเจกต์ใหญ่ที่เราร่วมกันสร้างมาเกือบสิบปี เพียงเพราะคำว่า 'เหนื่อย' ที่คุณใช้เป็นข้ออ้าง"
รินรดาที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย เธอขยับมาบังในจุดที่กรณ์กำลังเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน สายตาของเธอคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวที่คอยปกป้องอาณาเขต "ที่นี่คือที่พักของคนอยากพักครับคุณธันวา หากคุณมาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเก่าที่กัดกินใจเขา ผมเกรงว่าที่นี่คงไม่มีที่ให้คุณนั่งนานนักหรอกครับ"
อากาศในบ้านหนาวเย็นขึ้นฉับพลัน ลมหนาวช่วงปลายปีเริ่มแทรกตัวผ่านรอยแยกของผนังไม้เข้ามา แต่บทสนทนาระหว่างคนทั้งสามกลับร้อนระอุจนแทบลืมหายใจ กรณ์สูดหายใจลึก กลิ่นไอฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อหัวค่ำโชยกลิ่นดินจางๆ เข้ามาปลอบประโลมให้เขาสงบจิตใจลงได้บ้าง
"ธันวา..." กรณ์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าคุณอยากได้คำตอบ ก็อยู่รอจนถึงค่ำคืนนี้สิครับ ผมกำลังจะจัดปาร์ตี้เล็กๆ รอบกองไฟกับชาวบ้านที่นี่ ถ้าคุณอยากเห็นว่าทำไมผมถึงยอมทิ้งชีวิตในแสงสี... ลองมาสัมผัสความอบอุ่นที่ไม่มีใครซื้อได้ด้วยเงินดูไหมล่ะ"
***
ค่ำคืนนั้น อุณหภูมิลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวโพลน ลานดินหน้ากระท่อมของกรณ์ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน กองไฟกองโตถูกจุดขึ้นท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านในพื้นที่ แสงสีส้มแดงเต้นระบำสะท้อนบนใบหน้าของผู้คน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังแทรกเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิว
บนตะแกรงเหล็กที่วางพาดเหนือถ่านแดงฉาน มันเทศหัวอวบอ้วนและข้าวโพดหวานสีเหลืองทองกำลังส่งกลิ่นหอมหวลยั่วน้ำลาย กรณ์นั่งอยู่บนตอไม้เก่าๆ มือหนึ่งถือไม้คีบพลิกข้าวโพดด้วยความชำนาญที่ยังคงติดตัว เขาไม่ใช่อดีตเชฟที่ต้องปรุงอาหารเสิร์ฟลูกค้าในร้านหรูหราอีกต่อไป แต่เขาคือกรณ์ ผู้ที่กำลังเฝ้าดูความสุขเล็กๆ ที่ค่อยๆ สุกงอมไปพร้อมกับวัตถุดิบจากธรรมชาติ
"ลองนี่ครับคุณธันวา" รินรดาส่งมันเทศเผาที่ห่อด้วยใบตองร้อนๆ ให้กับชายหนุ่มผู้มาเยือน เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะรับมาด้วยท่าทางที่ดูเก้ๆ กังๆ ต่างจากภาพลักษณ์มาดมั่นเมื่อตอนกลางวัน
ธันวาค่อยๆ ปอกเปลือกมันเทศที่ร้อนจัด เนื้อด้านในเป็นสีเหลืองทองนวลเนียน กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ กระจายตัวออกมา "มัน... ต่างจากที่ผมเคยกินนะ" เขาพึมพำขณะกัดเข้าไปคำแรก ความหวานของมันเทศพื้นเมืองที่ปลูกด้วยวิถีอินทรีย์ทำให้เขาหยุดชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"มันคือความหวานที่เกิดจากเวลาครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นพลางมองเข้าไปในกองไฟ "ไม่มีสารเร่ง ไม่มีเคมี มีเพียงแค่การรอคอยและการดูแลเอาใจใส่ เหมือนกับคนเรานั่นแหละครับ ถ้าเราเร่งรีบจนเกินไป เราจะไม่มีวันได้รับรสสัมผัสที่แท้จริงของชีวิตเลย"
บรรยากาศรอบกองไฟเริ่มผ่อนคลายลง เสียงพูดคุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้านทำให้กำแพงในใจของธันวาดูจะพังทลายลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากกองไฟและมิตรภาพที่ไม่มีการเสแสร้งเริ่มแทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่แห้งแล้งของชายหนุ่มจากเมืองกรุง
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มกำลังผลิบาน ท่ามกลางความเงียบของทุ่งนาที่ห่างไกล แสงไฟฉายจากรถกระบะคันหนึ่งก็ส่องสว่างขึ้นกลางดึก พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดับลงอย่างกะทันหัน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวลงมาจากรถ เขาเดินตรงมายังวงกองไฟด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นมิตรนัก
รินรดาสังเกตเห็นท่าทางของกรณ์ที่เปลี่ยนไปในทันที มือของเขาบีบไม้คีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาที่เคยสงบกลับสั่นไหวด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"กรณ์... ไม่คิดจะต้อนรับพ่อหน่อยหรือไง?" เสียงแหบพร่าของชายคนนั้นทำเอาวงสนทนาเงียบกริบลงทันที และสิ่งที่เขาหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อนั่นเองที่ทำให้หัวใจของกรณ์ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อมันคือเอกสารสัญญาที่กรณ์เคยคิดว่าเขาทำลายทิ้งไปแล้วตั้งแต่ตอนที่คุณตาสิ้นใจ
คำถามในใจผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ธันวาที่เพิ่งจะเริ่มสงบศึกกับเขาถึงกับวางมันเทศลงในมือทันที นี่ไม่ใช่การเยี่ยมเยือนธรรมดา แต่คือการปิดฉากชีวิตที่เขารักที่สุดในตอนนี้... โดยไม่ทันตั้งตัว
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรสชาติแห่งมิตรภาพและความอบอุ่นที่พยายามปรุงแต่งออกมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฟาร์มเมอร์สุขใจ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 28
ปาร์ตี้รอบกองไฟ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!