แรงดันไฮดรอลิกในท่อส่งความดันหลักของสถานีอวกาศ *‘โอเอซิส-เก้า’* ตกลงสามเปอร์เซ็นต์ในเวลาสี่สิบวินาที
สำหรับคนทั่วไป ตัวเลขนี้อาจเป็นเพียงความผันผวนเล็กน้อยที่ยอมรับได้ในระบบปิดขนาดมหึมาที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในสุญญากาศอันหนาวเหน็บ แต่อีไลจาห์ไม่เคยเชื่อในความบังเอิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวเลขเหล่านั้นถูกประมวลผลผ่านแผงหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่ในม่านตาของเขา นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการซ่อมแซมโครงสร้างเหล็กกล้ามาค่อนชีวิตกำลังเคาะลงบนแป้นพิมพ์สัมผัสด้วยจังหวะที่แม่นยำราวกับเสียงเครื่อง metronome
ความผิดปกติไม่ได้อยู่ที่แรงดัน แต่มันอยู่ที่อัตราการไหลของสารทำความเย็นในเซกเตอร์เจ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างที่ถูกปิดตายมาตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดเตาปฏิกรณ์เมื่อสามปีก่อน
อีไลจาห์ถอนหายใจยาวนาน เสียงลมหายใจของเขาดังสะท้อนก้องผ่านหน้ากากกรองอากาศในห้องควบคุมวิศวกรรมหลัก เขายังคงจำกลิ่นอายของความล้มเหลวในอดีตได้ดี กลิ่นของฉนวนไหม้เกรียมและออกซิเจนที่กำลังหมดลงบนดาวบ้านเกิดที่สูญสลาย มันคือแผลเป็นที่คอยเตือนใจเขาเสมอว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของวิศวกร สามารถแลกมาด้วยชีวิตนับล้าน
“ระบบกำลังโกหก หรือมีบางอย่างกำลังพยายามเปิดประตูผนึกห้องนิรภัยของเซกเตอร์เจ็ด” อีไลจาห์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาไร้ความรู้สึก
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดสูทวิศวกรสีเทาเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งาน มือขวาคว้าประแจแรงบิดแม่เหล็กไฟฟ้าคู่ใจขึ้นมาเหน็บไว้ที่เข็มขัด ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องควบคุมด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ สถานีแห่งนี้เปรียบเสมือนร่างกายของเขา เขารู้จักทุกซอกทุกมุม ทุกเสียงเอี๊ยดอ๊าดของโครงสร้างเหล็กที่ขยายตัวและหดตัวตามอุณหภูมิที่แปรปรวน และในตอนนี้... เขารู้สึกได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่กำลังแทรกซึมเข้ามา
ทางเดินแคบๆ ระหว่างเซกเตอร์หกและเจ็ดมืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่กะพริบเป็นจังหวะราวกับชีพจรที่กำลังจะหยุดเต้น กลิ่นอายของความอับชื้นและประจุไฟฟ้าลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ อีไลจาห์เดินลัดเลาะไปตามโครงสร้างคานเหล็กรับน้ำหนัก สายตาสอดส่องไปทั่วทุกตารางนิ้วผ่านเลนส์แว่นตาอัจฉริยะที่กำลังสแกนหาความร้อนและสนามพลังงาน
แล้วเขาก็หยุดฝีเท้าลง
ที่หน้าประตูนิรภัยของเซกเตอร์เจ็ด ซึ่งควรจะถูกเชื่อมปิดตายด้วยรอยเชื่อมโลหะหนาเตอะ ตอนนี้มันกลับมีร่องรอยของการถูกตัดด้วยลำแสงพลาสมาความร้อนสูง ขอบเหล็กยังคงเรืองแสงสีส้มจางๆ และมีควันจางลอยกรุ่นออกมาในความว่างเปล่า
อีไลจาห์กระชับประแจในมือ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง ไม่มีช่างซ่อมบำรุงคนไหนได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ในกะนี้ และไม่มีหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นใดที่มีรหัสผ่านระดับสูงพอจะเข้าถึงรหัสปลดล็อกประตูนิรภัยระดับสามได้
เขายกปืนประจบสัญญาณขึ้นตั้งรับ พร้อมกับเอ่ยออกไปในความมืดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ
“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือแอบขึ้นมากับเรือขนส่งสินค้าลำไหน จงก้าวออกมาจากเงานั้นเสีย ก่อนที่ระบบป้องกันอัตโนมัติจะเปลี่ยนร่างของคุณให้กลายเป็นฝุ่นผงในสุญญากาศ”
ความเงียบงันคือคำตอบแรก มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์ปฏิกรณ์ส่วนกลางที่ดังแว่วมาจากระยะไกล แต่อีไลจาห์กลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น... เสียงฝีเท้าที่เบาราวกับเสียงแมวเดินบนพรมกำมะหยี่
จากความมืดมิดหลังเสาเหล็กค้ำยัน เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาอย่างช้าๆ
เธอไม่ได้สืบเท้าด้วยความตื่นกลัว หรือแม้แต่แสดงอาการประหม่าต่อปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมายังอกของเธอ ตรงกันข้าม ร่างระหงในชุดสูททางการเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันสกปรกและอุตสาหกรรมของสถานีอวกาศอย่างสิ้นเชิง กำลังย่างก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังเดินอยู่บนพรมแดงในงานเลี้ยงรับรองทางการทูต เส้นผมสีบลอนด์เงินยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ใบหน้ารูปไข่เรียบเนียน ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็นที่น่ากลัว
เธอยกมือขึ้นทั้งสองข้างในระดับอก แสดงออกถึงความไร้อาวุธ แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับซ่อนความเหนือกว่าเอาไว้อย่างมิดชิด
“คุณอีไลจาห์สินะคะ วิศวกรผู้ดูแลสถานีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลาและความไร้ความปรานี” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ไพเราะ และก้องกังวานอยู่ในโถงทางเดินแคบๆ นั้น “น่าเสียดายที่การต้อนรับของคุณดูจะไม่ค่อยสมเกียรติกับแขกผู้มาเยือนจากสภาสูงแห่งสหพันธ์ดวงดาวสักเท่าไหร่”
อีไลจาห์ไม่ลดปืนลง สายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ประสบการณ์อันยาวนานบอกเขาว่า ผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก เพราะอาวุธมีไว้ทำลายล้าง แต่มนุษย์ประเภทนี้มีไว้เพื่อควบคุมและบงการ
“สภาสูงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องส่งทูตสันติภาพมาลักลอบตัดประตูเซกเตอร์เจ็ดในเวลาตีสอง” อีไลจาห์กล่าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยไร้ความระแคะระคายต่อรูปลักษณ์อันงดงามของเธอ “เว้นเสียแต่ว่าสิ่งที่พวกมันกำลังตามหา ไม่ได้มีไว้เพื่อสันติภาพ... แต่มีไว้เพื่อทำลายหลักฐานบางอย่าง”
วาเลเรีย—นามบัตรทางจิตวิทยาที่เธอนำติดตัวมาด้วยคือรอยยิ้มที่สุภาพเรียบร้อย—ก้าวเข้าไปใกล้ปากกระบอกปืนอีกหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ปลายกระบอกปืนเกือบจะแตะโดนเนื้อผ้าสูทสีขาวของเธออยู่รำไร แต่อีไลจาห์กลับเป็นฝ่ายชะงักและขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
“คุณมองโลกผ่านตัวเลขและตรรกะมากเกินไป อีไลจาห์” วาเลเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มจางลงเหลือเพียงแววตาที่คมกราบราวกับใบมีด “โลกไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ และสถานีอวกาศแห่งนี้ก็ไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว สภาสูงไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่เรามาเพื่อ... เก็บกวาดสิ่งที่พวกคุณทำพังไว้เมื่อสามปีก่อนต่างหาก”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด อุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วระหว่างวิศวกรผู้ยึดมั่นในความจริงทางกายภาพ กับนักการทูตผู้บิดเบือนความจริงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง กำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
อีไลจาห์ขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะเอ่ยปากซักถามถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘เก็บกวาด’ เมื่อจู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมสื่อสารฉุกเฉินบนข้อมือของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังลั่นสนั่นสถานี
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอแสดงผังสถานีสามมิติที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่วิ่งผ่านรัวเร็ว: **[คำเตือน: ตรวจพบรหัสผ่านลับถูกใช้งานจากห้องควบคุมหลัก เซกเตอร์ A กำลังถูกแยกตัวออกจากสถานีหลัก ระบบช่วยชีวิตถูกตัดขาด]**
อีไลจาห์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาหันขวับกลับไปมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าทันที แต่ทว่า... วาเลเรียไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่งสงบ รอยยิ้มบางเบากลับมาประดับบนริมฝีปากของเธออีกครั้งอย่างเลือดเย็น
ดวงตาสีฟ้าครามของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของวิศวกรหนุ่มแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
“ดูเหมือนว่า... มีคนอื่นกำลังต้อนรับเราอยู่ข้างบนนั้นนะ และพวกเขาก็ไม่ได้ใจดีเหมือนดิฉันเสียด้วยสิคะ”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความมืดมิดของห้วงอวกาศด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
วิศวกรนิ่งขรึมกับทูตสันติภาพผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรนิ่งขรึมกับทูตสันติภาพผู้ไร้หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!