สูตรลับหม้อดินกับสามีสายเปย์ในยุคเจ็ดสิบ•ตอนที่ 1

กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับในเช้าวันใหม่

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าพวกแกยังไม่ออกมาเปิดประตู วันนี้ฉันจะพังเรือนหลังนี้ให้ราบ! อย่าคิดว่าแต่งงานกับทหารหนุ่มที่ถูกส่งไปชายแดนแล้วจะทำเป็นปีกกล้าขาแข็ง หลี่ชิงหลัน! แกมันก็แค่ตัวกินข้าวเปล่าประโยชน์ในตระกูลหลี่!" เสียงทุบประตูดังปังๆ ราวกับฝาบ้านจะพังลงมาท่ามกลางความหนาวยะเยือกของฤดูใบไม้ร่วงปี 1976 เสียงแหลมสูงของ "แม่ใหญ่จาง" ป้าสะใภ้ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาและมือยาวสาวได้สาวเอา แผดลั่นไปทั่วตรอกซอกซอยของหมู่บ้านหง H หลี่ชิงหลันกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยจากการล้มฟาดพื้นเมื่อคืนค่อยๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยความทรงจำอันคมชัดของเชฟอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 เธอกวาดสายตาคมกริบมองผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่า โต๊ะไม้ไผ่ผุกร่อน และกลิ่นอับของความยากจนที่ลอยอบอวล *ทะลุมิติมาจริงๆ สินะ... แถมยังเข้าร่างหญิงสาวผู้อ่อนแอที่เพิ่งแต่งงานกับทหารหนุ่มนามว่าสวี่จินเฉิงได้ไม่ทันข้ามเดือน แต่สามีกลับถูกเรียกตัวด่วนกลับค่ายทหาร ปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับฝูงญาติเปรตหิวโหยพวกนี้ตามลำพัง* ปัง! ปัง! ปัง! "ชิงหลัน! นังตัวดี! แกซ่อนแป้งสาลีกับไข่ไก่ที่แม่ใหญ่ส่งมาฝากไว้เมื่อวานใช่ไหม? ออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งคอมมูนให้มาจับแกฐานซ่อนเร้นเสบียงหลวง!" เสียงแหลมแสบแก้วหูตะโกนเข้ามาอีกระลอก พร้อมกับเสียงถีบประตูไม้เก่าๆ จนบานพับสั่นสะเทือน ชิงหลันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยعเหยียดปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น *ส่งมาฝาก? ช่างกล้าพูด! ของพวกนั้นคือของแต่งงานที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ต่างหาก ยายแก่จางนี่หน้าด้านหน้าทนปล้นชิงซึ่งหน้ายิ่งกว่าโจรป่าเสียอีก* แอด... เสียงประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่ใบหน้านั้นกลับงดงามล่มเมือง ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไปด้วยประกายคมกลาบที่ทำเอาแม่ใหญ่จางที่กำลังง้างมือจะทุบประตูอีกรอบ ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ "อุ๊ย เสียงดังลั่นซอยขนาดนี้ เกรงว่าสหายผู้ใหญ่บ้านคงจะนอนไม่หลับเอาได้นะครับ... เอ้ย ผิดสิ ฉันหมายความว่า ป้าสะใภ้จาง เสียงดังขนาดนี้ กลัวคนทั้งหมู่บ้านไม่รู้หรือครับว่าบ้านตระกูลจางไร้มารยาทขนาดไหน" ชิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังหน้าชา แม่ใหญ่จางชักมือกลับ หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้น้าวสะเอว ถลึงตาใส่หลานสะใภ้หัวแข็งทันที "นังชิงหลัน! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน! แกเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ผู้อาวุโส! เอาแป้งสาลีสองชั่งกับไข่ไก่ครึ่งโหลที่แกแอบซ่อนไว้ออกมาเดี๋ยวนี้! นั่นเป็นของที่ต้องเอาไปบรรณาการให้ท่านหัวหน้ากองผลิตผล เพื่อแลกกับแต้มความดีความชอบของตระกูลเรา!" ชิงหลันกอดอก มองป้าสะใภ้ผู้สวมเสื้อผ้าปะชุนแต่กลับสวมแหวนทองเหลืองปลอมๆ ไว้ที่นิ้วด้วยสายตาสมเพชเวทนา "ของของฉัน ทำไมฉันต้องเอาไปให้คนตระกูลจางด้วย? อีกอย่าง... แต่งงานมานี่ ฉันยังไม่เห็นเงาหัวของขวัญแต่งงานจากบ้านป้าสักชิ้น มีแต่มามือเปล่าแล้วคิดจะกอบโกยกลับไปเป็นเข่ง แบบนี้เขาไม่เรียกว่ามาทวงของหรอกครับ... เขาเรียกว่า 'ปล้น' ชัดๆ" "แก! นังเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!" แม่ใหญ่จางหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีตับหมู นางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าผมของชิงหลันให้หลุดติดมือสักกระจุกด้วยความแค้นเคือง แต่มีหรือที่เชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินและเคยรับมือกับลูกค้ามหาภัยมานับไม่ถ้วนจะหลบไม่พ้น ชิงหลันก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างงดงาม ปัดมือเหี่ยวย่นนั่นออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับใช้ด้ามไม้กวาดที่วางอยู่ใกล้ๆ ขวางกั้นระยะห่างไว้ทันที "จะทำร้ายร่างกายกันในที่สาธารณะหรือครับ? ระวังนะ... สมสมัยนี้เขามีนโยบายกวาดล้างพวกอันธพาลท้องถิ่น ถ้าฉันไปฟ้องสหายเลขาธิการพรรคประจำคอมมูน ว่าป้าสะใภ้จางพยายามบุกรุกเคหสถานและทำร้ายภรรยาของนายทหารแนวหน้าผู้เสียสละเพื่อชาติ... ป้าคิดว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง? คุกหินเย็นๆ สักสิบปี หรือไปใช้แรงงานหนักที่เหมืองหินทางเหนือดีล่ะครับ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดและข่มขู่ในตัว ทำให้แม่ใหญ่จางชะงักกึก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นชั่วขณะ ยุคนี้ใครๆ ก็กลัวการถูกกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของชนชั้นกรรมาชีพและครอบครัวทหารหาญทั้งสิ้น "แก... นังสารเลว หลี่ชิงหลัน แกเปลี่ยนไปนะ! ปีกกล้าขาแข็งนักใช่ไหม! คิดว่าสามีที่เป็นทหารบ้านั่นจะช่วยแกได้งั้นเหรอ? เขาถูกส่งไปแนวหน้าโน่น อีกไม่นานก็คงเอาศพกลับมาห่อเสื่อกกนั่นแหละ!" แม่ใหญ่จางกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเอาชนะด้วยเหตุผลไม่ได้ก็หันมาแช่งชดตามสันดานเดิม ชิงหลันหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างระหงชั่วขณะ คำพูดพาดพิงถึงสามีในนามผู้ยังไม่เคยพบหน้าผู้นั้น ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้เธอจะยังไม่ผูกพันกับ "สวี่จินเฉิง" แต่ในเมื่อตอนนี้เขาคือสามีตามกฎหมายของเธอ การที่ยายแก่ปากเสียมาแช่งให้เขาตาย... มันหยามหน้ากันเกินไปหน่อยแล้ว! ทว่า ก่อนที่ชิงหลันจะได้สวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบกว่าเดิม จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวพ้นมุมกำแพงดินเก่าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นั่นคือชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ดูเก่าและมีรอยเปื้อนฝุ่นจากการเดินทางไกล หมวกทหารสีเขียวสวมอยู่บนศีรษะ ปีกหมวกเงาลู่ลงบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่สันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าประตูเรือนทันที แม่ใหญ่จางที่หันหลังให้อยู่ยังไม่ทันสังเกตเห็นตัวผู้มาใหม่ นางยังคงอ้าปากเตรียมจะพ่นคำด่าทอชุดใหญ่ออกมาอีก "นังตัวดี วันนี้ถ้าแกไม่ยอมคายแป้งสาลีออกมา ฉันจะ..." "ท่านป้าสะใภ้... จะเอาแป้งสาลีของบ้านเราไปทำอะไรหรือครับ?" เสียงทุบต่ำ กังวาน และเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านกลางฤดูร้อนดังขึ้น ขัดจังหวะคำพูดของแม่ใหญ่จางอย่างกะทันหัน แม่ใหญ่จางสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองตามต้นเสียง ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากอ้าค้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ "ส... สวี่... สวี่จินเฉิง! แก... แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!" ชิงหลันเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับกวาดมองมาที่เธอด้วยความอ่อนโยนวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจ้องมองแม่ใหญ่จางด้วยแววตาดุจคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือดได้ทุกเมื่อ สวี่จินเฉิงก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาสาวโดยสัญชาตญาณ มือใหญ่หนาเอื้อมมาโอบไหล่บางของชิงหลันไว้หลวมๆ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน "ภรรยาผม... ผมเป็นคนหามาเลี้ยงเองครับ" สวี่จินเฉิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนแม่ใหญ่จางขาอ่อนแรง "ส่วนเสบียงของตระกูลสวี่... ต่อให้เหลือแค่ก้อนกรวดชิ้นเดียว ก็ไม่มีวันแบ่งให้ปลิงตัวไหนมาสูบเลือดสูบเนื้อไปได้เด็ดขาด ถ้าป้ายังไม่รีบไสหัวกลับไป... ผมเกรงว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของกองร้อยผม อาจจะต้องมาเยี่ยมเยียนบ้านตระกูลจางเป็นการส่วนตัว" แม่ใหญ่จางหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รีบหมุนตัววิ่งหนีหายลับไปจากตรอกอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวล บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ชิงหลันเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีสายเปย์ผู้มาปรากฏตัวในยามวิกฤตพอดี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างประหลาด แต่ทว่า... ท้องของเธอกลับส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ออกมาดังลั่นท่ามกลางความเงียบงัน ใบหน้างามของเชฟสาวอัจฉริยะขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเล็กน้อย ขณะที่สวี่จินเฉิงก้มมองภรรยาด้วยแววตาที่ประกายความเอ็นดูฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก "หิวแล้วหรือครับ... ภรรยา?" สวี่จินเฉิงกระซิบถามเสียงนุ่ม "ถ้าคุณทำอาหารเป็น... ผมมีแป้งกับเนื้อหมูชั้นดีอยู่ในย่ามเพียบ พร้อมจะให้คุณโชว์ฝีมือแล้วครับ" --- *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปลิ้มรสชาติชีวิตและกลิ่นอายความอบอุ่นในยุค 70 นี้ด้วยกันนะครับ จากใจจริง "กาแฟโบราณแก้วโต"
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับหม้อดินกับสามีสายเปย์ในยุคเจ็ดสิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%