"เจ้าบ้า... หยุดเดี๋ยวนี้นะหลี่เฟยหลง!"
เสียงตะโกนของมู่หรงเซวี่ยสั่นเครือระคนความตื่นตระหนก นางไม่เคยสูญเสียความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีเช่นนี้มาก่อนในรอบร้อยปี ท่ามกลางหุบผาอสูรโลหิตที่ปราณฟ้าดินปั่นป่วนจนแทบฉีกกระชาก ร่างของหลี่เฟยหลงในยามนี้อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาด เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายราวกับมารร้ายผู้ท้าทายสวรรค์ แววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมึนเมาอันเป็นเอกลักษณ์และรอยยิ้มมุมปากที่ยังคงกวนประสาทได้แม้ในนาทีแห่งความเป็นความตาย
"คุณหนูมู่หรง... หากข้าตายที่นี่ ใครเล่าจะคอยเช็ดกระบี่ให้ท่านกันเล่า?"
หลี่เฟยหลงหัวเราะร่า แม้กระดูกทั่วร่างจะส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบจากการฝืนทะลวงจุดชีพจรต้วนฮุนขั้นสูงสุด เคล็ดวิชา ‘กระบี่สุราไร้ลักษณ์’ ของเขาแผ่พุ่งไอความเย็นยะเยือกผสานกับความร้อนแรงของเพลิงปราณจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำขนาดย่อม เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ ‘มารอสูรโลหิต’ สัตว์อสูรบรรพกาลที่ตื่นจากการหลับใหลนับหมื่นปี มันคือต้นตอแห่งโศกนาฏกรรมที่พรากอาจารย์และทำลายสำนักลับของเขาเมื่อสิบปีก่อน
ความแค้นสุมอกจนรสชาติของเลือดฝาดคละคลุ้งในลำคอ ทว่าในวินาทีที่เงาดาบมหึมาของมารอสูรเงื้อง่าขึ้นหมายบดขยี้พวกเขาทั้งเป็น สายตาของหลี่เฟยหลงกลับเหลือบไปเห็นดวงตาอันว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ของสัตว์อสูรตัวนั้น มันมิใช่ปีศาจกระหายเลือด แต่มันคือกรงขังแห่งความแค้นที่ถูกจองจำไว้ด้วยคำสาปของสำนักมารสวรรค์ไม่ต่างจากตัวเขาเอง
ความลังเลประดังประเดเข้ามาในจิตใจราวกับคลื่นพายุ
*ระหว่างดาบนี้ที่ล้างแค้นให้ajarn—ดับสูญความแค้นด้วยโลหิต หรืออภัยให้แก่โซ่ตรวนแห่งกรรมที่เหนี่ยวรั้งวิญญาณนี้ไว้ตลอดกาล?*
มู่หรงเซวี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของบุรุษผู้เคียงข้าง นางขยับกายเข้ามาใกล้ แม้ปราณปกป้องร่างของนางจะร้าวรานจนแทบแตกสลาย แต่นางก็ยังเอื้อมมือเรียวดุจหยกขาวมาสัมผัสแขนที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา น้ำเสียงของนางอ่อนลงอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยิน
"เฟยหลง... ปล่อยมันไปเถิด ความแค้นนี้... ให้มันจบลงที่ตัวเราเถอะนะ" นางกล่าวเตือนสติด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน
หลี่เฟยหลงนิ่งงันไปชั่วลมหายใจ กลิ่นอายสุราในไหหยกข้างกายที่แตกละเอียดซึมซับเข้าสู่ผิวเนื้อ ปลุกเร้าสัจธรรมแห่งการปล่อยวางและการยึดติดให้ปะทะกันในจิตวิญญาณ เขายกกระบี่ในมือขึ้น ชี้ปลายคมกระบี่ไปยังหว่างคิ้วของมารอสูรโลหิตที่คำรามก้องฟ้าดิน ปราณกระบี่สIวสว่างวาบราวกับดาราดับแสง สะท้อนเงาของความทรงจำอันเจ็บปวดและภาพรอยยิ้มของอาจารย์ในอดีตที่ค่อยๆ เลือนหายไปในสายหมอก
นิ้วมือที่กุมด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย เขาต้องเลือกระหว่างการลงดาบเพื่อสะใจ หรือการเก็บกระบี่เพื่อปลดปล่อยทั้งมันและตัวเขาเองให้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งอดีต
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจลดปลายกระบี่ลงนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็ยุบตัวลงอย่างฉับพลัน!
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่ไม่มีวันหวนกลับ เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับโซ่ตรวนโลหิตที่พุ่งเข้าพันธนาการร่างของมารอสูรและกระชากมันลงสู่ใจกลางธรณีพิภพอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้เลือดในกายของหลี่เฟยหลงและมู่หรงเซวี่ยเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
"น่าเสียดายจริงๆ... เหยื่อชิ้นนี้ ข้าจองไว้ตั้งแต่เมื่อหมื่นปีก่อนแล้ว!"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปด้วยกันนะครับ
เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี•ตอนที่ 27
จุดวิกฤตที่ไร้ทางหนี
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้พ่าย กับคุณหนูน้ำแข็งหมื่นปี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!