"ถ้าเธอคิดจะใช้เวลาทั้งคืนไปกับกองกระดาษรีไซเคิลพวกนั้น ฉันแนะนำให้ไปหาชาสมุนไพรกลิ่นคาโมมายล์มาดื่มแก้ปวดหัวเสียก่อนจะดีกว่าค่ะ เซเรน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความใส่ใจเล็กๆ ลอยข้ามกองตำราเวทมนตร์หนาเตอะที่วางสุมกันจนเกือบมิดหัวโต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณ อาจารย์เอลาร่าปราบตามองเด็กหนุ่มที่กำลังหอบหายใจรดหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกเวทให้แสงสว่างบนโต๊ะ
เซเรนละสายตาจากตัวอักษรหยี่ยึกยューยหยักที่คล้ายรอยเท้าแมวเปื้อนหมึก เขายกมือขึ้นขยี้ตาที่เริ่มแดงก่ำจากการจ้องมองตัวเลขและสูตรคำนวณเวทมนตร์ธาตุแสงมานานหลายชั่วโมง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของหอคอยต้องห้ามยามวิกาลเงียบสงบจนได้ยินเสียงเปลวไฟในเตาผิงปะทุเบาๆ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองลอยอบอวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่สติของเซเรนกลับตื่นตัวถึงขีดสุดเมื่อปลายนิ้วของเขาบังเอิญไปสัมผัสโดนสันปกหนังสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์เล่มหนา
หนังสือเล่มนั้นไม่มีชื่อเรื่อง ไม่มีตราประทับของสถาบันเวทมนตร์ และที่สำคัญที่สุดคือ มันถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์กักเก็บความทรงจำระดับสูงที่แม้แต่อาจารย์เอลาร่ายังเคยเตือนเขาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า *‘ห้ามเปิดเด็ดขาด’*
"ผมไม่ได้กำลังอ่านเล่นๆ นะครับ... เอ๊ย หมายถึงค่ะ!" เซเรนรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความเขินอายที่เกือบโป๊ะแตกต่อหน้าอาจารย์สาวผู้เพียบพร้อม อาจารย์เอลาร่ามักจะคอยจับผิดการใช้สรรพนามและสำเนียงการพูดของเขาเสมอเพื่อฝึกฝนความเป็นกุลสตรี... เอ๊ย ฝึกฝนความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามกฎเหล็กของหอคอย
อาจารย์เอลาร่าไม่ได้เอ็ดว่ากระไร เธอเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ วางปากกาขนนกในมือลง แล้วเดินเข้ามาใกล้ โคลงศีรษะเล็กน้อยด้วยความอ่อนใจ "เด็กดื้อ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นพลังขับเคลื่อนเสมอสินะคะ... แต่จำไว้ว่า พลังเวทธาตุแสงไม่ได้มีไว้เพื่อเปิดประตูสู่อดีตที่ถูกลบเลือน หากจิตใจของเธอยังไม่นิ่งพอที่จะรองรับผลสะท้อนกลับ"
พูดจบ อาจารย์สาวก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมห้องเพื่อจัดเตรียมชั้นหนังสือต่อปล่อยให้เซเรนอยู่ลำพังกับความเงียบงันอีกครั้ง
แต่ทว่า... ความอยากรู้อยากเห็นได้ทำงานเร็วกว่าเหตุผลไปเสียแล้ว
เซเรนกลืนน้ำลายลงคอatเหนียวหนืด หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือขวาที่สวมถุงมือเวทมนตร์สำหรับป้องกันไอพิษจากตำราโบราณค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่สันปกสีดำสนิทนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นเยือกประหลาดก็แล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวไหล่ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงวิ่งผ่านเส้นประสาททุกเส้น
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกเวทมนตร์นับร้อยปีที่ถูกปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ ในอากาศ หนังสือเล่มหนาดีดตัวเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า... ว่างเปล่าสนิทอย่างไร้ร่องรอยของตัวอักษรใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่รอยหมึกจางๆ หรือรอยขีดข่วน
"เอ๊ะ? ว่างเปล่าจริงเหรอเนี่ย..." เซเรนพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ หรือว่าเขาจะเข้าใจผิดคิดว่ามันคือตำราต้องห้ามเล่มที่อาจารย์เอลาร่าเคยพูดถึงกันนะ?
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะปิดหนังสือเล่มนั้นลง ความทรงจำและทักษะความจำแม่นยำระดับสมบูรณ์แบบของเขากลับทำงานขึ้นมาเองอัตโนมัติ ระบบการประมวลผลในสมองของเด็กหนุ่มวิเคราะห์รูปแบบของช่องว่างบนกระดาษ ระยะห่างระหว่างรูพรุนของเยื่อกระดาษ และการหักเหของแสงที่ตกกระทบลงบนผิวหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์เวทมนตร์
ไม่ใช่กระดาษเปล่า!
แต่มันคือ **อักขระต้นกำเนิด (Primordial Rune)** ที่ถูกเขียนด้วยหมึกใสสะท้อนแสง ซึ่งจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อมีไอระเหยของมานาธาตุแสงบริสุทธิ์ในปริมาณที่เหมาะสมมากระทบเท่านั้น!
เซเรนเผลอดึงมานาภายในร่างกายออกมาใช้โดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขากลายเป็นสีฟ้าครามสว่างวาบ ประกายแสงอ่อนๆ แผ่ออกมาจากปลายนิ้วที่กดลงบนหน้ากระดาษ ทันใดนั้น ความมืดมิดบนหน้ากระดาษสีขาวก็เริ่มบิดเบี้ยว ตัวอักษรโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดในยุคปัจจุบันสามารถอ่านออกได้ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว... ทีละตัว... เรียงร้อยกลายเป็นบทความยาวเหยียดที่บอกเล่าเรื่องราวของสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์และความลับของการสร้างโลกเวทมนตร์
ดวงตาของเซเรนเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ สมองของเขาพยายามอ่านและแปลความหมายของอักขระเหล่านั้นด้วยความเร็วสูง แต่มันกลับไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือธรรมดา... ตัวอักษรเหล่านั้นกำลังไหลทะลักเข้ามาในหัวของเขาโดยตรง ราวกับมีใครเอาเข็มร้อนๆ มาจิ้มลงไปที่สมองส่วนความทรงจำ เสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยเสียงดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นภาษาโบราณที่เก่าแก่เสียยิ่งกว่าประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้เสียอีก
*“ผู้ใด... ที่บังอาจ... อ่าน... นามแห่งเรา...”*
เสียงคำรามต่ำทุ้งก้องกังวานอยู่ในจิตใต้สำนึกของเซเรน จนทำให้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้อง หนังสือหนาตกลงบนพรมทออย่างแรง หน้ากระดาษพลิกสะบัดด้วยตนเองราวกับมีชีวิต พลังเวทธาตุแสงรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยอบอุ่นกลับหนתเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
อาจารย์เอลาร่าที่หันกลับมาได้ยินเสียง ผิดท่าตกใจจนแจกันดอกไม้ในมือหล่นแตกกระจาย เธอกวาดสายตามายังเซเรนที่กำลังนั่งกุมศีรษะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามและสีฟ้าครามสลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง ออร่าเวทมนตร์มหาศาลทะลักออกมาจากร่างของเขาจนผนังห้องสั่นสะเทือน
"เซเรน! หยุดนะ! ตั้งสติไว้ อย่ามองมัน!" อาจารย์เอลาร่าพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้า เธอยกมือขึ้นร่ายเวทมนตร์ป้องกันระดับสูงเพื่อปิดกั้นเสียงกระซิบจากหนังสือเล่มนั้น แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
อักขระตัวสุดท้ายบนหน้ากระดาษสว่างวาบขึ้นจนกลบรัศมีแสงไฟทุกดวงในห้อง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับที่ดังขึ้นในหัวของเซเรนอย่างชัดเจน—
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบผู้สืบทอดอักขระต้นกำเนิดลำดับที่ศูนย์]*
*[คำเตือนระดับ SSS: ผนึกแห่งหอคอยต้องห้ามถูกทำลายโดยสมบูรณ์]*
*[เป้าหมายใหม่ถูกปลดล็อก: เผชิญหน้ากับ "เงาแห่งปฐพี" ที่ถูกกักขังอยู่ใต้พื้นห้องใต้ดินในอีก 3... 2... 1...]*
ฝากติดตามตอนต่อไปกับความลับที่กำลังจะเปลี่ยนชะตากรรมของเซเรนไปตลอดกาลนะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับความลับในตำราหน้าว่างเปล่า•ตอนที่ 3
อักขระที่ไม่มีใครอ่านออก
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับในตำราหน้าว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
