เสียงติ๊ดของบัตรพนักงานปลอมที่รินรดาก๊อปปี้มาอย่างแนบเนียนดังขึ้นเบาๆ ประตูกระจกนิรภัยของโซนเซิร์ฟเวอร์รูมในบริษัทเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของประเทศก็เปิดออก
รินรดาก้าวเท้าเข้าสู่ความเย็นเยียบของห้องที่อัดแน่นไปด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศ หญิงสาวในชุดสูทสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมงขยับหน้ากากอนามัยขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาเรียวรีสอดส่ายสายตาหาตำแหน่งของเมนเฟรมหลักที่เป้าหมายทิ้งข้อมูลลับไว้
"พลาดแล้วล่ะ คุณนักสืบตัวน้อย"
เสียงเรียบเย็นดังขึ้นจากเงามืดตรงมุมห้อง รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความซวยที่มาเยือนเร็วกว่ากำหนด
ร่างสูงโปร่งของ ‘ศศิธร’ ก้าวออกมาจากมุมมืด เธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มรปภ. ระดับบริหารที่เนี๊ยบกริบจนน่าหมั่นไส้ เส้นผมรวบตึงเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูดุและเย็นชาเป็นนิจ มือเรียวสวยประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ท่าทีสงบนิ่งนั้นขัดกับสถานการณ์ที่ทำให้คนบุกรุกอย่างรินรดาแทบจะกั้นหายใจ
"หัวหน้าทีมรปภ. มาต้อนรับแขกด้วยตัวเองแบบนี้... ไม่คิดว่ามันดู 'ว่างงาน' ไปหน่อยเหรอคะ คุณศศิธร?" รินรดาแค่นยิ้มผ่านแว่นตา แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วว่าทางหนีทีไล่ตรงไหนบ้าง
"ว่างพอจะมาจับหนูที่แอบมุดเข้ามาในบ้านคนอื่น" ศศิธรก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ทุกจังหวะการเดินกดดันราวกับนักล่าที่กำลังบีบต้อนเหยื่อจนมุม "คุณรินรดา อดีตตำรวจที่ลาออกเพราะทนความซื่อตรงของตัวเองไม่ได้ เลยหันมาทำอาชีพขโมยข้อมูลแทนสินะคะ"
"ใช้คำว่า 'นักสืบเอกชน' จะดูมีราคามากกว่า 'ขโมย' นะคะ" รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับตู้เซิร์ฟเวอร์เย็นเยียบ เธอก็รู้ทันทีว่าถอยไม่ได้อีกแล้ว
"ราคาถูกหรือแพง ไม่ได้วัดที่ชื่อเรียก แต่วัดที่คุกกี่ปี" ศศิธรหยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นไม้จางๆ ของอีกฝ่ายทำเอาสติของรินรดาเตลิดไปชั่วครู่ "บอกมา... ใครจ้างคุณมา หรือว่า... คุณแค่อยากจะลองดีกับฉัน"
"มั่นหน้าจังนะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวเป็นจังหวะเพลงร็อก แต่เธอก็ไม่ยอมก้มหัวให้ความกดดันนั่น "ใครจะอยากลองดีกับคนไร้หัวใจแบบคุณกันล่ะคะ ก็แค่รับงานมา ตามเนื้อผ้า"
ศศิธรขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินรดาได้กลิ่นลมหายใจที่สะอาดสะอ้านของอีกฝ่ายชัดเจน มือเรียวของหัวหน้าทีมรปภ. ยื่นไปกระชากป้ายพนักงานปลอมที่ห้อยคอหญิงสาวออกอย่างแรงจนเชือกบาดลำคอ
"ถ้าเป็นงาน... ก็น่าจะรู้นะว่าที่นี่มันเขตอันตราย" เสียงของศศิธรทุ้มต่ำลงจนฟังดูเหมือนคำเตือนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงอยากจะอยู่ในเซิร์ฟเวอร์รูมนี่ต่อ... ฉันก็มีทางเลือกให้คุณสองทาง"
"ทางเลือกอะไร?" รินรดาถามด้วยเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด
"ทางแรก คือให้ฉันแจ้งความข้อหาบุกรุกและโจรกรรมข้อมูล... ส่วนทางที่สอง..." ศศิธรเว้นวรรค ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของนักสืบสาว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของรินรดาอย่างแผ่วเบาจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ "คือการสารภาพมาว่าคุณเข้ามาหาอะไร แล้วฉันอาจจะพิจารณา 'ปล่อย' คุณไป... ในแบบที่ฉันต้องการ"
รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด แรงกดดันจากร่างสูงตรงหน้าช่างน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในวินาทีที่เธอตั้งใจจะสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อน ศศิธรกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
หญิงสาวร่างสูงโน้มตัวลงมาประชิดข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวแก้มก่อนจะกระซิบคำถามที่ทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ
"ในเมื่อเข้ามาถึงที่นี่แล้ว... ก็ช่วยบอกฉันทีสิ ว่าแฟลชไดร์ฟในกระเป๋าเสื้อคุณน่ะ... จะเอาไปให้ 'คนรักเก่า' หรือว่าเอาไปทำลายทิ้งกันแน่?"
คำถามนั้นไม่ใช่แค่การคาดเดา แต่มันคือการเปิดเผยความลับที่รินรดาไม่เคยบอกใคร แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่แน่ใจนักด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำถึงขนาดนี้
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปสบตากับคนตรงหน้า แต่ทว่าก่อนที่จะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงสัญญาณเตือนภัยของบริษัทก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถงทางเดิน... เสียงรองเท้าส้นสูงหลายคู่ของทีมรปภ. ที่ศศิธรเป็นคนคุมกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วที่ทำเอาหัวใจหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม!
ขอบคุณที่ติดตามการเผชิญหน้าอันดุเดือดของทั้งคู่ในตอนแรกนี้นะคะ โรสแมรี่พิษจะพาคุณไปพบกับความลับที่ซ่อนอยู่หลังประตูนั่นในตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดพยศ•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญในเซิร์ฟเวอร์รูม
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
