"ถอยไปอยู่ข้างหลังผมครับรินรดา... ดูเหมือนว่างานนี้ เราต้องเล่นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตกันจริงๆเสียแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงของคินดังลอดผ่านความเงียบงันของดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน กลิ่นอายความตายคละคลุ้งผสมผสานกับละอองเวทมนตร์สีม่วงเข้มที่กำลังแปรเปลี่ยนสภาพรอบตัว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวบางที่กำคทอเวทมนตร์สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากมอนสเตอร์ระดับบอสเบื้องหน้า ทว่าเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดไปมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ความอุ่นวาบก็แล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างประหลาด
เธอขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามคำสั่งอย่างไม่ลังเล
ในโลกของเกม VRMMO ที่ชื่อว่า *Mythic Continent* แห่งนี้ เธอเรียนรู้มาพักใหญ่แล้วว่า การดื้อรั้นในยามที่คินเปลี่ยนโหมดจากเกมเมอร์สายชิลมาเป็นนักวางกลยุทธ์เลือดเย็น มีแต่จะนำพาความหายนะมาให้
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขากำลังเคลื่อนที่ดังสะท้อน เงาร่างมหึมาของ ‘โกเลมเหล็กกล้าทมิฬ’ บอสประจำชั้นที่ควรจะมีเลเวลสูงกว่าพวกเขาถึงสิบห้าเลเวลค่อยๆ ก้าวออกจากม่านหมอก ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยทั้งสองเบื้องล่างด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง ดาบยักษ์ในมือของมันสะท้อนแสงเงาวับ บ่งบอกถึงพลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ผู้เล่นสายซัพพอร์ตให้กลายเป็นฝุ่นผงได้ภายในพริบตาเดียว
"คิน... จุดอ่อนของมันคือตรงไหนนะ? เราสู้กับตัวเกรดนี้ตรงๆ ไม่ไหวแน่" เสียงของรินรดาเอ่ยกระซิบอย่างระมัดระวัง พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว
"เราไม่ได้จะสู้กับมันตรงๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ" คินตอบกลับโดยไม่ละสายตาไปจากรูปแบบการเคลื่อนไหวของบอส นิ้วเรียวยาวขยับหน้าต่างระบบล่องหนอย่างรวดเร็วเพื่อคำนวณอัตราความเร็วและองศาการโจมตี "จำที่ผมบอกเมื่อสิบนาทีที่แล้วได้ไหมครับ? จังหวะที่มันเหวี่ยงดาบครั้งที่สาม มันจะมีจุดบอดทางองศาที่ห้าสิบห้าทางด้านซ้ายมือเสมอ"
"จำได้... แต่การจะล่อมันไปตรงนั้น นายต้องเป็นคนล่อเป้า และถ้าพลาดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว..."
"ผมไม่พลาดหรอกครับ" คินตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจอันน่าทึ่งที่แผ่ซ่านออกมาจนรินรดาต้องเงียบเสียงลง "เพราะผมอ่านอัลกอริทึมของบอสตัวนี้จบตั้งแต่ตอนที่เราเดินเข้ามาในห้องโถงนี้แล้วครับ"
สิ้นคำพูด ร่างของคินก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าดุจลูกศรที่หลุดจากแหล่ง เขามีเพียงดาบสั้นระดับกลางและเกราะหนังเก่าๆ ไม่สมฐานะผู้เล่นแถวหน้า แต่วิธีการเคลื่อนไหวของเขากลับพลิ้วไหวราวกับสายลม การก้าวเท้าแต่ละครั้งสอดรับกับภูมิประเทศในดันเจี้ยนอย่างแม่นยำ ราวกับเขารู้ล่วงหน้าว่าหินก้อนไหนจะขยับ และเศษซากปรักหักพังชิ้นไหนจะช่วยบังคับวิถีการโจมตีของบอสได้
*โฮกกกกกกกก!*
โกเลมเหล็กกล้าทมิฬคำรามลั่น มันกวาดดาบยักษ์เข้าใส่เป้าหมายที่บังอาจท้าทายมัน แรงลมจากการเหวี่ยงดาบเฉียดร่างของคินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงกดดันมหาศาลซัดเอาฝุ่นตลบอบอวล แต่คินไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาย่อตัวลงต่ำ สไลด์หลบคมดาบอย่างงดงาม ก่อนจะใช้ดาบสั้นในมือกรีดลงบนรอยต่อของเกราะเหล็กบริเวณข้อต่อหัวเข่าของบอสอย่างแม่นยำราวนักศัลยกรรม
*ฉวะ!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับตัวเลขดาเมจสีแดงฉานที่เด้งขึ้นเหนือหัวของบอส แม้ตัวเลขนั้นจะไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับพลังชีวิตมหาศาลของบอสระดับตำนาน แต่มันกลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทรงตัวของโกเลมยักษ์
ร่างมหึมาเสียหลักเซไปทางซ้ายตามทฤษฎีที่คินคำนวณไว้ไม่ผิดเพี้ยน!
"รินรดา! ตอนนี้แหละครับ! ปล่อยสกิลเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งใส่จุดที่ผมเพิ่งทำลายไป!" คินตะโกนสั่งการ เสียงของเขาเฉียบคมและทรงพลัง
รินรดาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธวาร่ายคาถาที่เตรียมไว้ในใจเสร็จสิ้นในพริบตา ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกจากคทาในมือ ก่อตัวเป็นหอกน้ำแข็งขนาดยักษ์พุ่งทะยานเข้าปะทะข้อต่อหัวเข่าของโกเลมที่กำลังสูญเสียความสมดุลอย่างจัง
ความเย็นจัดทำปฏิกิริยากับความร้อนภายในเครื่องจักรกลโบราณ เกิดเป็นกลุ่มควันพวยพุ่ง เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาร์ดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างยักษ์นับสิบตันจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า
"อัศจรรย์..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความทึ่ง เธอมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตื่นเต้น ดีใจ และทึ่งในความสามารถของชายหนุ่มข้างกายที่เปลี่ยนความได้เปรียบของศัตรูให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ได้อย่างแนบเนียน
"ยังไม่จบครับ... ปิดฉากกันเถอะ"
คินดีดตัวขึ้นกลางอากาศ อาศัยไหล่ของโกเลมเป็นแท่นส่งแรงกระโดดขึ้นไปประจันหน้ากับส่วนหัวของบอสที่กำลังเงยขึ้นมามอง ดาบสั้นในมือของเขาถูกเคลือบด้วยออร่าแสงสีทองอร่าม ซึ่งเป็นสกิลลับที่ได้จากการทำเควสต์ปริศนาเมื่อหลายวันก่อน เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด แทงดาบลงตรงใจกลางผลึกพลังงานสีแดงบนหน้าผากของบอสด้วยความเร็วสูงสุด
*เปรี้ยงงงงงงง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งดันเจี้ยน แสงสว่างจ้ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างชั่วขณะ ก่อนที่ร่างของโกเลมเหล็กกล้าทมิฬจะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองนับล้านชิ้นกระจายไปทั่วบริเวณ
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่น 'คิน' และปาร์ตี้ สามารถเอาชนะ 'โกเลมเหล็กกล้าทมิฬ' (World Boss Class B) ได้เป็นครั้งแรกของเซิร์ฟเวอร์!]
[ระบบทำการบันทึกประวัติการพิชิต... ได้รับฉายาใหม่: "ผู้ทำลายล้างเครื่องจักร", ได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมาก, เลเวลอัปจาก 42 สู่เลเวล 45]
[ชื่อเสียงของคุณในดินแดนแห่งนี้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 'เป็นที่เลื่องลือ']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวติดต่อกันไม่ขาดสาย หน้าต่างจอสีฟ้าลอยเด่นขึ้นกลางอากาศเพื่อแสดงความสำเร็จอันน่าตื่นตะลึง ทว่าคินกลับไม่ได้แสดงสีดีใจหรือตื่นเต้นออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่ง เก็บดาบเข้าฝักด้วยกริยาที่สงบและเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ หายใจหอบเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเธอกลับประกายระยิบระยับด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "นายทำได้ยังไงเนี่ยคิน? นี่มันบอสระดับเวิลด์บอสเลยนะ คนทั้งเซิร์ฟเวอร์ยังบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเคลียร์ด้วยผู้เล่นแค่สองคนแท้ๆ"
"มันเป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่ใช้แค่พละกำลังเข้าสู้ครับรินรดา" คินหันมามองเธอกลับพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "แต่สำหรับคนที่มองเห็นรูปแบบและช่องโหว่ของระบบ ทุกอย่างบนโลกใบนี้ย่อมมีทางแก้เสมอครับ"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เธอเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมเมอร์ฝีมือดีธรรมดา แต่เขามีมุมมองต่อโลกใบนี้ที่ลึกซึ้งและเหนือล้ำกว่าใคร จนบางครั้งเธอดלอดสงสัยไม่ได้ว่า ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่งนั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขหลังชัยชนะยังไม่ทันได้ทอดยาว ความผิดปกติบางอย่างก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในดันเจี้ยน
ละอองแสงสีทองที่ควรจะจางหายไปหลังจากการตายของบอส กลับรวมตัวกันอีกครั้งอย่างผิดธรรมชาติ ท้องฟ้าจำลองภายในดันเจี้ยนที่ควรจะเป็นสีเทาหม่น กลับถูกย้อมด้วยเฉดสีแดงฉานราวกับหยดเลือด ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำเข้ามาทั้งๆ ที่ไม่มีช่องลม พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่บอสยังชีวิตอยู่เสียอีก
รินรดาชะงักฝีเท้า ใบหน้าสวยถอดสีลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังกดทับลงมาบนบ่า "คิน... เกิดอะไรขึ้น? ทำไมระบบถึงไม่ยอมตัดฉากสรุปเควสต์ล่ะ?"
คินไม่ได้ตอบคำถาม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังใจกลางห้องโถงที่ซึ่งซากปรักหักพังของบอสเคยอยู่ ออร่าสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน ก่อตัวเป็นรอยแยกมิติขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยประตูลึกลับสลักด้วยอักษรโบราณที่ไม่มีใครรู้จัก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของคินและรินรดา พร้อมกับเสียงเตือนของระบบที่เปลี่ยนเป็นโทนเสียงเย็นเยียบและกระด้างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
[คำเตือนจากระบบกลาง: ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต!]
[เนื่องจากผู้เล่น 'คิน' ได้ทำลายเงื่อนไขลับโดยไม่เจตนา ดันเจี้ยนชั้นใต้ดินได้ทำการปลดล็อก "ประตูแห่งขุมนรกชั้นที่ศูนย์"]
[คำเตือน: สิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ใช่สัตว์อสูรในระบบเกม... แต่มันคือ "ผู้ดูแลระบบนอกรีต" ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่เปิดเซิร์ฟเวอร์]
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและก้องกังวานดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เสียดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับล้าน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับคินและรินรดานะครับ
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน•ตอนที่ 10
จุดเริ่มต้นของชื่อเสียง
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!