“ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริง... คิน นายเลือกผิดตั้งแต่แรกแล้วที่เข้ามาในนี้”
เสียงประกาศของระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ตัดขาดความรู้สึกคุ้นเคยจากโลกแฟนตาซีของ *Aethelgard Online* ไปอย่างไร้เยื่อใย หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมไม่ได้แสดงค่าสถานะตัวละครหรือแผนที่ดันเจี้ยนอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นห้องรับรองสีขาวสะอาดตาในโลกความเป็นจริง—ห้องที่ผมจำได้แม่นว่ามันคือสถานที่พำนักส่วนตัวของตระกูลรินรดา
คินในร่างจริงกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส แสงไฟนีออนสีนวลจากเพดานสะท้อนกับกรอบแว่นสายตาที่ผมไม่ได้ใส่มาเนิ่นนานตั้งแต่อุปกรณ์ VR Full-Dive รุ่นล่าสุดถูกติดตั้งลงในห้องพักของผม นิ้วมือทั้งสองข้างขยับเข้าออกเพื่อเช็กปฏิกิริยาของกล้ามเนื้อ มลพิษทางอากาศและความกดอากาศในโลกความเป็นจริงให้ความรู้สึกหนักหน่วงแตกต่างจากความไร้น้ำหนักในเซิร์ฟเวอร์เกมอย่างสิ้นเชิง
ทว่า สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมไม่ใช่สภาพแวดล้อมรอบตัว
รินรดานั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีครีมฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้สวมชุดเกราะนักเวทมนตร์แห่งแสงแบบในเกมอีกแล้ว ร่างบอบบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวโอเวอร์ไซส์กับกางเกงสแลคเข้ารูปขับเน้นให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยปล่อยสยายโดยไม่มีเครื่องประดับใดๆ ดวงตาคู่สวยที่มักจะเปล่งประกายความดื้อรั้นและซุกซนเวลาอยู่ในเกม บัดนี้กลับทอดมองไปยังแก้วคริสตัลใสบรรจุน้ำเปล่าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย
ไม่มีรอยยิ้มยียวน ไม่มีคำพูดประชดประชันเหมือนเช่นเคย
“นายสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงลากนายออกมากลางคันแบบนั้น” รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย ต่างจากเสียงใสแจ๋วเวลาสั่งการปาร์ตี้ในเกมลิบลับ
ผมปรับท่าทางให้นั่งหลังตรง มือประสานกันไว้บนตักอย่างสุขุม ผมไม่เคยรีบร้อนตัดสินสถานการณ์ใดๆ จนกว่าจะรวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วน นั่นคือสัญชาตญาณของอดีตโปรเพลเยอร์ที่ถูกหล่อหลอมมาจากการแข่งขันนับร้อยแมตช์
“ถ้าเป็นการบังคับล็อกเอาต์ฉุกเฉินระดับนี้ มันต้องใช้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับวีไอพีของเซิร์ฟเวอร์... และคนที่มีอำนาจขนาดนั้นในบริษัทผู้พัฒนาเกม คงหนีไม่พ้นตระกูลรินรดาของคุณสินะครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าแฝงความใส่ใจในทุกคำพูด “เกิดอะไรขึ้นในโลกความเป็นจริงกันแน่ ริน?”
คำว่า ‘ริน’ ที่หลุดจากปากผมทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เธอนิ่งเงงไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง
“นายฉลาดเสมอเลยนะ คิน สมกับที่เป็นอดีตมันสมองแห่งทีม Eclipse” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาคู่นั้นสั่นระริกราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย “นายรู้ไหม... ทำไมฉันถึงหนีเข้าไปใน *Aethelgard*? ทำไมฉันถึงยอมทิ้งชื่อเสียง ตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ แล้วไปวิ่งไล่ตีมอนสเตอร์งี่เง่าพวกนั้นกับนาย?”
ผมไม่ได้ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะใช้สายตาที่อบอุ่นและมั่นคงพยักหน้ารับ เพื่อให้เธอรู้ว่าผมพร้อมจะรับฟังทุกถ้อยคำที่อัดอั้นอยู่ในใจของเธอ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับต้องการรวบรวมเศษ
“เพราะที่นั่น... ฉันเป็น ‘รินรดา’ ที่มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเองได้ยังไงล่ะ” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย “ที่นี่... ในโลกความจริงที่นายเห็น ฉันเป็นแค่ตุ๊กตาไขลาน เป็นหมากตัวหนึ่งที่ถูกขีดเส้นทางชีวิตไว้หมดแล้วตั้งแต่วันที่ฉันลืมตาดูโลก การแต่งงานเชิงธุรกิจ การควบรวมกิจการเซิร์ฟเวอร์เกมที่นายกำลังเล่นอยู่... ทุกอย่างถูกกำหนดไว้โดยผู้ใหญ่ที่ฉันแม้แต่จะปฏิเสธยังทำไม่ได้เลย”
ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อยทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา
ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นทันที แม้เส้นทางชีวิตของเราจะแตกต่างกันอย่างฟ้ากับเหว ผมคือนักกีฬาอีสปอร์ตที่ต้องต่อสู้ด้วยฝีมือและหยาดเหงื่อเพื่อแลกมาซึ่งความอยู่รอดบนสังเวียน ขณะที่เธอคือคุณหนูตระกูลดังที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่วันเวลาที่ต้องอยู่ในกรงทองคำที่ไร้ซึ่งอิสรภาพ มันคือคุกที่ไร้กรงขังซึ่งกัดกินจิตวิญญาณของผู้คนได้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความพ่ายแพ้ในสนามแข่งเสียอีก
“คุณพ่อกับพี่ชายของฉันรู้เรื่องที่ฉันแอบเข้าไปเล่นเกมในเซิร์ฟเวอร์ทดสอบแล้ว” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “พวกเขากำลังจะปิดโปรเจกต์เกมนั้นทิ้ง... และรีเซตข้อมูลทั้งหมด เพื่อดึงฉันกลับมานั่งแท่นบริหารในฐานะประธานคนใหม่ในสัปดาห์หน้า”
นี่คือสาเหตุที่ระบบบังคับตัดการเชื่อมต่อ นี่คือเหตุผลที่เธอดูสิ้นหวังถึงเพียงนี้
สำหรับคนทั่วไป เกมอาจเป็นแค่ความบันเทิงเพื่อฆ่าเวลา แต่สำหรับรินรดาแล้ว *Aethelgard* คือพื้นที่อิสระแห่งเดียวที่เธอได้เป็นตัวของตัวเอง ได้หัวเราะ ได้ร้องไห้ ได้มีความรู้สึกร่วมกับสหายร่วมรบ... และได้พบกับผม
“นายอาจจะคิดว่าฉันมันเอาแต่ใจตัวเอง ที่ดึงนายเข้ามาพัวพันกับเรื่องครอบครัวบ้าๆ พวกนี้” เธอก้มหน้าลงซ่อนหยดน้ำตาที่ไหลรินผ่านแก้มเนียน “แต่... แต่ตอนที่ฉันอยู่กับนายในเกม ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่าพอที่จะกำหนดชีวิตตัวเองได้บ้าง... ขอโทษนะคิน ที่ฉันดึงนายลงมาแปดเปื้อนกับปัญหาของฉัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ในห้องกว้าง
ในฐานะสุภาพบุรุษและคนที่เคยผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาแล้ว ผมรู้ดีว่าคำปลอบโยนประเภท ‘ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง’ หรือ ‘อดทนไว้นะ’ มันเป็นคำพูดที่ไร้ความหมายที่สุดในเวลาแบบนี้ สิ่งที่รินรดาต้องการในตอนนี้ไม่ใช่คำหวานหู แต่คือความจริงใจและจุดยืนที่ชัดเจน
ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาที่เธอนั่งอยู่ช้าๆ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เพื่อให้สายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยความประหลาดใจ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
ผมยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาออก วางมันไว้บนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความจริงใจให้เธอ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ผมมักจะใช้เวลาให้กำลังใจลูกทีมในยามที่สถานการณ์ในเกมกำลังตกเป็นรอง
“ริน” ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น “ตอนที่เราสู้กับบอสระดับตำนานในดันเจี้ยนชั้นที่สิบ นายจำได้ไหมว่านายพูดอะไรกับผม?”
รินรดาพริตตาลงเล็กน้อยเพื่อทบทวนความทรงจำ “ฉันบอกว่า... ต่อให้เราจะเสียเปรียบแค่ไหน แต่ตราบใดที่ยังมีนายคอยวางแผนให้อยู่ข้างๆ เราไม่มีวันแพ้เด็ดขาด”
“ถูกต้องครับ” ผมพยักหน้าช้าๆ “และตอนนี้... สถานการณ์ก็ไม่ได้ต่างกันเลยแม้แต่น้อย”
“หมายความว่า...?” รินรดาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความไม่เชื่อหู
“ผมไม่สนหรอว่าตระกูลรินรดาของคุณจะยิ่งใหญ่มาจากไหน หรือใครหน้าไหนจะกล้าสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์เกมที่ผมกำลังสนุกอยู่” ผมสบตาเธอนิ่ง ขับเน้นทุกพยางค์ด้วยความมั่นใจระดับอัลกอริทึมที่ถูกคำนวณมาอย่างดี “ในโลกของเกม นายคือคุณหนูตัวแสบที่เป็นคนคุมเกมร่วมกับผม แต่ในโลกความเป็นจริง... ในเมื่อคุณเลือกที่จะเปิดใจเล่าความจริงให้ผมฟังแล้วล่ะก็”
ผมยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือแบออกอย่างเปิดเผย เพื่อรอรับการตัดสินใจของเธอ
“ให้ผมเป็นคนวางแผน ‘พลิกกระดาน’ นัดนี้ให้คุณเองครับ ริน”
รินรดานิ่งค้างไปสนิท ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและยอมจำนนต่อโชคชะตา บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออุปสรรคใดๆ
นิ้วเรียวบางของเธอค่อยๆ ยื่นออกมาสัมผัสกับฝ่ามือของผมอย่างลังเลในตอนแรก ก่อนจะกำกระชับแน่นด้วยความไว้วางใจทั้งหมดที่มี
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเราสัมผัสกันสนิทนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยก็ไม่ได้ดังมาจากในเกม... แต่มันดังขึ้นจากหน้าจอโฮโลแกรมหลักของคฤหาสน์ตระกูลรินรดาโดยตรง!
*[ระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดปริศนาจากภายนอก]*
*[คำเตือน: บัญชีผู้ใช้ ‘Kin_The_Strategist’ ถูกยกระดับสิทธิ์เข้าสู่ ‘ระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด (Root Access)’ โดยบุคคลปริศนา]*
*[เงื่อนไขภารกิจลับ ‘สงครามชิงบัลลังก์แห่งความจริง’ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ... ขอให้โชคดี ผู้เล่นคิน]*
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับประตูห้องรับรองที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคารพ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลภูมิฐาน ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง ซึ่งยืนจ้องมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว!
“ยินดีต้อนรับสู่เกมของจริงนะ... นายอดีตโปรเพลเยอร์”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลยุทธ์และหัวใจของคินและรินรดานะครับ
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน•ตอนที่ 24
ความลับของตระกูลรินรดา
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ขอคุม แต่ทำไมคุณหนูตัวแสบถึงชอบมาป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!