กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าๆ ในห้องทำงานใต้ถุนตึกร้างย่านมักกะสัน ลอยอบอวลจนเกือบกลายเป็นรสขมในลำคอ เสียงกระแทกแฟ้มพลาสติกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ดังสะท้อนก้องในความเงียบงัด ขัดจังหวะเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ เหมือนคนหมดแรง
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป ริน"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า แว่นตากรอบโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนสีตุ่นจากเพดาน นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มกำลังบรรจงใช้คัตเตอร์กรีดกระดาษเอกสารสัญญาโครงการก่อสร้างพันล้านอย่างใจเย็น ความนิ่งงันของเขานั่นแหละที่มักจะทำให้รินรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับผืนน้ำแข็งขั้วโลก—สวยงาม เรียบสนิท แต่พร้อมจะกรีดผิวเนื้อให้ชาหนึบได้ทุกเมื่อหากแตะต้องผิดจังหวะ
รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงสลัวฉายแววเย้ยหยัน เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนแทบชิด ขยับตัวเข้ามาในระยะที่ธันวาต้องรับรู้ถึงแรงกดดัน
"อันตรายสำหรับฉัน หรืออันตรายสำหรับคุณกันแน่คะ... ธันวา" เธอย้ำชื่อเขาด้วยน้ำเสียงลากยาว ราวกับจะชิมรสชาติความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีสุขุมนั้น "แฟ้มนี้ ไฟล์เสียงชุดนี้ และรายชื่อบัญชีม้าของบริษัทรับเหมาเครือข่ายนั้น... ถ้าฉันกดส่งให้อัยการพิเศษตอนตีสามนี้ ทุกอย่างที่พวกคุณสร้างมาตลอดห้าปีจะพังทลายในพริบตา"
ธันวาหยุดมือที่กำลังถือคัตเตอร์ เขาค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงเหล็กกระทบไม้ดังเพียงแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีกขั้น เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ถอดแว่นตาออก ใช้ปลายนิ้วบีบสันจมูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง
ดวงตาสสีเทาเข้มของธันวาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่มันเป็นความเหนื่อยล้าของนักล่าที่เจนจัด ไม่ใช่เหยื่อที่ตื่นตระหนก
"คุณคิดว่าตัวเองเป็น ‘ฮีโร่’ ที่กำลังจะกอบกู้ความยุติธรรมให้สังคมนี้สินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยียบเย็นจนน่ากลัว "แต่คุณกลับมองไม่เห็นเลยว่า... หมากที่คุณถืออยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่หลักฐานที่จะลากคอมหาโจรเข้าคุก แต่มันคือปืนที่จ่อหัวคุณเองต่างหาก"
รินชะงัก รอยยิ้มเยาะบนมุมปากกระตุกเล็กน้อย "ขู่ฉันเหรอคะ?"
"ผมไม่เคยขู่ใคร ริน" ธันวาขยับตัวเข้าหาเธอ ก้าวเท้าช้าๆ อย่างระมัดระวังเหมือนเสือดาวที่กำลังประเมินระยะทาง "ผมแค่พูดความจริง... ความจริงที่ว่า คนพวกนั้นไม่ได้ทำงานในระบบราชการที่สามารถฟ้องร้องแล้วจบด้วยการจำคุก พวกเขาคือนักธุรกิจสีเทาที่ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย เงินพันล้านที่ซ่อนอยู่ในโครงการนั้น มันซื้อได้แม้กระทั่งลมหายใจของคนที่พยายามจะขุดคุ้ยมันขึ้นมา"
"ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่มาเป็นนักข่าวสนามแบบนี้หรอกค่ะ" รินเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะจากประกตาที่คมปลาบของชายตรงหน้า
"ความกลัวความตายไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ... แต่วิธีการตายอย่างไร้ค่าต่างหากที่โง่เขลา" ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาโชยแตะนาสิก รินสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา แต่มันกลับห้อมล้อมด้วยความอันตรายที่ชวนให้ขนลุก "คุณคิดว่าการที่คุณกุมแฟ้มนี้ไว้จะทำให้คุณปลอดภัยงั้นหรือ? คุณกำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ โดยที่ไม่มีแม้แต่บอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน ไม่มีสำนักข่าวไหนกล้าออกหน้าให้คุณ เพราะพวกเขารู้ดีว่า... ใครคือเจ้าของที่แท้จริงของตึกที่คุณยืนอยู่"
รินนิ่งงัน คำพูดของธันวาเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงกลางความมั่นใจทั้งหมดของเธอ ภาพเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน—รถกระบะสีดำที่ขับตามประกบเธอถึงหน้าห้องพักผ่อน—ผุดขึ้นมาในหัว รินกะพริบตาถี่เพื่อซ่อนความหวั่นไหว แต่ธันวาจับสังเกตได้ทุกการเคลื่อนไหว
"ธันวา..." รินเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ทำไมคุณต้องปกป้องระบบเน่าเฟะนี้ด้วย? หรือว่า... คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเงินพวกนั้น?"
ธันวาเงียบไปครู่ใหญ่ แสงไฟนีออนกะพริบวูบวาบครั้งหนึ่งราวกับโลกภายนอกกำลังส่งสัญญาณเตือน เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของริน ดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งอุดมการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยมี... แต่ถูกเผาผลาญจนเหลือเพียงขี้เถ้าไปนานแล้ว
มือหนาของธันดายกขึ้น เอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญจากมือของรินอย่างนุ่มนวล หญิงสาวตกใจจนเกือบจะยื้อแย้ง แต่แรงกดที่ข้อมือเพียงเล็กน้อยของเขาทำให้เธอนิ่งค้างไป
"ผมไม่ได้ปกป้องระบบนั้นครับ ริน" ธันวาพูดเสียงกระซิบ ใบหน้าของเขานิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ "ผมกำลังปกป้อง ‘คุณ’ ต่างหาก"
"ฉันไม่ต้องการให้ใครมาปกป้อง..."
"ถ้าผมไม่ทำ แล้วใครจะทำล่ะครับ?" ธันวาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขามีความเข้มข้นที่สั่นสะเทือนความรู้สึกของรินอย่างรุนแรง "คุณคิดว่าการเอาตัวเข้าไปแลกกับความจริงที่ไม่มีใครสนใจจะเปลี่ยนโลกได้เหรอ? เปล่าเลย... มันมีแต่จะทำให้ชื่อของคุณกลายเป็นแค่ข่าวสั้นๆ สามบรรทัดในหน้าอาชญากรรม แล้วโลกใบนี้ก็จะหมุนต่อไปโดยที่ไม่มีใครจำชื่อ 'ริน' ได้ด้วยซ้ำ"
ธันวาก้มลงมองแฟ้มในมือ ก่อนจะเปิดหน้าแรกออกเผยให้เห็นลายเซ็นของบุคคลระดับสูงที่รินกำลังตามล่า เขาดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วจรดปลายปากกาลงไปบนเอกสารสำคัญฉบับนั้น—ไม่ใช่เพื่อเซ็นชื่อรับรอง แต่เพื่อขีดฆ่าชื่อของรินที่ถูกแอบอ้างว่าเป็นผู้ตรวจสอบออกจากระบบฐานข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"คุณทำอะไร?!" รินอุทานด้วยความตกใจ พยายามจะแย่งกระดาษคืน
"ผมกำลังทำลายหลักฐานชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงคุณกับคดีนี้" ธันวาเงยหน้าขึ้นจ้องเธอเขม็ง แววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเล "จากนี้ไป เอกสารชุดนี้ไม่เคยมีอยู่จริง และริน นักข่าวอิสระผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร... จะถูกประกาศว่ายุติการสืบสวนเรื่องนี้อย่างเป็นทางการด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนฉันนะ ธันวา!"
"ผมมีสิทธิ์ครับ... เพราะชีวิตของคุณตอนนี้ มีค่ามากกว่าความยุติธรรมปลอมๆ ที่คุณกำลังไขว่คว้า" ธันวาพูดจบก็โยนแฟ้มเอกสารทั้งหมดลงในถังขยะโลหะขนาดเล็ก ก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมา กดเปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เปลวไฟเริ่มกัดกินกระดาษทีละแผ่น ส่งกลิ่นไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วห้อง
รินยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งสับสน และหัวใจที่เต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงไฟลุกไหม้เบาๆ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินขึ้นบันไดไม้เก่าๆ ด้านนอกห้อง—เสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง
ธันวาชะงัก สีหน้าของสถาปนิกผู้เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที เขาดึงตัวรินให้ถอยไปหลบหลังตู้เหล็กทึบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอามือปิดปากเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... ช้าๆ แต่หนักแน่นราวกับค้อนทุบ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใด ลูกบิดประตูก็ถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้ากรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทักทายพวกเขาในความมืด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 27
คำโกหกที่ขาวสะอาด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!