กลิ่นของฝุ่นปูนซีเมนต์ผสมกับความอับชื้นของดินใต้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก คือกลิ่นเดียวกับความสำเร็จในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับธันวา มันคือกลิ่นของคราบเลือดที่ถูกกลบฝังด้วยเกรียงโบกปูนและคอนกรีตC30
นาฬิกาข้อมือราคาแพงเรือนทองสแตนเลสบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ความเงียบงันของไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ยามวิกาล ถูกรบกวนเพียงแค่เสียงหอนเบาๆ ของลมที่ลอดผ่านโครงสร้างเสาเข็มที่ยังสร้างไม่เสร็จ มันคือโครงกระดูกยักษ์สีเทาที่ตั้งตระหง่านท้าทายท้องฟ้าสีหม่น ไร้ดาว ไร้ความปรานี
ธันวาในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเล็กน้อย มือข้างหนึ่งถือกระบอกไฟฉายแรงสูง แสงสีขาวนวลพุ่งแหวกความมืดเข้ากระทบกับผนังคอนกรีตดิบๆ ที่ยังไม่ได้ฉาบ ในฐานะสถาปนิกควบคุมงาน เขามีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่เวลาไหนก็ได้ ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับผู้ชายที่ถือสิทธิ์ขาดในการเซ็นอนุมัติงบประมาณหลายร้อยล้าน
เขาก้าวเท้าเดินไปตามพื้นคอนกรีตขัดมัน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นก้องกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในหัวของเขากำลังคำนวณภาระรับน้ำหนักของคานชั้นสิบห้า ตัวเลข สัดส่วน และความปลอดภัย คือความจริงชุดเดียวที่เขาเชื่อถือ ส่วนศีลธรรมและความถูกต้อง... เป็นเพียงตัวแปรส่วนเกินที่มักทำให้โครงการล่าช้าและงบประมาณบานปลาย
"งานระดับร้อยล้าน แต่กลับมีรอยร้าวระดับไมครอนซ่อนอยู่ใต้พรม... ช่างน่าขันสิ้นดี"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ ไม่ใช่เสียงของธันวา
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าทันที หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยสัญชาตญาณนักล่าและผู้ถูกล่าในเวลาเดียวกัน เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่องลำแสงไฟฉายพุ่งตรงไปยังต้นเสียง
ห่างออกไปสามเมตร ใต้เงาเสาเข็มต้นใหญ่ ร่างโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทกำลังยืนพิงกำแพงปูน ใบหน้าเรียวเล็กสะท้อนกับแสงไฟฉายเผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับพินิจพิเคราะห์เขาราวกับสัตวแพทย์กำลังประเมินอาการของเสือดาวบาดเจ็บ
"คุณเข้ามาในเขตพื้นที่ก่อสร้างอันตรายได้อย่างไร ริน" ธันวาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความตกใจแม้แต่น้อย แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
รินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าออกจากเงาดำ กลิ่นหอมจางๆ ของนิโคตินและฝนตกใหม่ลอยมาแตะจมูก เธอคือนักข่าวอิสระผู้ไร้สังกัด แต่มีชื่อเสียงในแวดวงใต้ดินว่า "สุนัขล่าเนื้อผู้ไร้เงา" หล่อนไม่เคยยอมแพ้ต่อคดีความทุจริตใดๆ และมักจะโผล่มาในที่ที่อันตรายที่สุดเสมอ
"ถ้าฉันรอให้คุณอนุญาต ธันวา ฉันคงไม่ได้เห็นเอกสารฉบับนี้หรอกจริงไหมคะ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีติดปากพูดคำลงท้ายแบบคนอื่น แต่สำหรับคุณ ฉันขอใช้คำพูดแบบตรงไปตรงมาดีกว่า" รินเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อเห็นหางตาของธันวากระตุกเล็กน้อยด้วยความรำคาญ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ ออกไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาโยนคุณออกไป" ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว กดดันด้วยส่วนสูงและท่าทีที่คุกคาม แต่นั่นกลับทำให้รินยิ้มกว้างขึ้น
"รปภ. ที่หลับคาห้องพักเพราะซองสีนั่นนะเหรอคะ? ธันวา... คุณเป็นสถาปนิกที่เก่งกาจ ออกแบบตึกสูงเสียดฟ้าได้อย่างไร้ที่ติ แต่กลับมองข้ามความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของมนุษย์... อ้อ ไม่ใช่สิ คุณไม่ได้มองข้ามหรอก คุณแค่จงใจ 'ละเลย' มันต่างหาก"
รินโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ เล่มหนึ่งลงบนโต๊ะไม้กระดานของวิศวกรที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังทึบ แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับเสียงระเบิดในความรู้สึกของธันวา
"นี่คืออะไร" ธันวาถาม เสียงของเขาเย็นเยียบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
"มันคือ 'โครงสร้างแห่งความลวง' ที่คุณกับบริษัทเอ็มไพร์ร่วมมือกันสร้างขึ้นมา" รินเดินเข้าไปหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดหน้าแรกให้เห็นตัวเลขและลายเซ็นที่คุ้นตา "รายงานการตรวจสอบความหนาของเหล็กเส้นเสาเข็มชุดจริง... ที่ถูกสลับด้วยชุดปลอม เพื่อลดต้นทุนไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ แลกกับชีวิตของคนนับพันที่จะเข้ามาอยู่ในตึกนี้ในอีกสองปีข้างหน้า"
ธันวาจ้องมองเอกสารในมือของหญิงสาว ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าเอกสารฉบับนี้หลุดออกมาจากที่ไหน และนั่นหมายความว่า "หนอน" ในองค์กรของเขากล้าหาญกว่าที่คิด หรือไม่... ก็มีใครบางคนจงใจส่งมันมาให้รินเพื่อทำลายเขา
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมหลบตา ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงลมที่พัดหวีดหวิวผ่านซากตึก
"คุณต้องการอะไร เงิน หรือชื่อเสียง?" ธันวาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการดูแคลน
รินหุบยิ้มทันที แววตาคมปลาบฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง หล่อนก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูน "ฉันไม่ได้ต้องการเงินสกปรกแบบที่คุณใช้ซื้อความสุขหรอก ธันวา สิ่งที่ฉันต้องการคือความจริง... และการลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังตึกมรณะหลังนี้เข้าคุกให้หมด"
ธันวามองลึกลงไปในดวงตาของริน เขาสัมผัสได้ถึงอุดมการณ์ที่โง่เขลาแต่บริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด มันเป็นสิ่งที่เขาเคยมี... ก่อนที่โลกใบนี้จะสอนให้เขารู้ว่า ความยุติธรรมกินไม่ได้ และมีเพียงคนฉลาดที่กุมอำนาจเท่านั้นที่จะรอดชีวิต
มุมปากของธันวาขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมขวา "ความจริงเหรอริน? โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริงหรอก แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ต่างหาก ถ้าตึกนี้ถล่ม... ไม่ใช่แค่ผมที่จะพัง คุณเองก็อาจจะไม่มีชีวิตอยู่พอที่จะเขียนข่าวนี้หรอกนะ"
รินไม่สะทกสะท้าน หล่อนจ้องหน้าเขากลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบเช่นกัน "งั้นเรามาดูกันว่า ระหว่างความโลภของคุณ กับความจริงของฉัน... อะไรจะพังก่อนกัน"
ทว่า ก่อนที่ธันวาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนใดๆ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของรองเท้าหนังหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟด้านหลัง พวกมันไม่ได้มาแบบแอบซ่อน แต่เป็นการเดินอย่างจงใจและหนักหน่วง พร้อมกับลำแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาในโซนที่พวกเขายืนอยู่
ธันวาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยร้องลั่น เขารู้จักเสียงฝีเท้านั้นดี... มันไม่ใช่ รปภ. และไม่ใช่คนของบริษัท แต่เป็น "ทีมเก็บกวาด" ของผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้
รินหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในวงล้อม หล่อนหันมามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "คุณพาคนมา..."
"ไม่ใช่ผม!" ธันวาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก ดวงตาของเขาฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "ถ้าเป็นคนของผม พวกมันไม่เลือกวิธีจัดการแบบนี้แน่... พวกมันมาเพื่อเก็บกวาดเราทั้งคู่!"
ยังไม่ทันที่รินจะทันได้ตั้งคำถาม เสียงกระสุนปืนเก็บเสียงดัง *ปุ!* เจาะทะลุกระจกหน้าต่างกั้นลมด้านหลังแตกกระจาย เศษแก้วปลิวว่อนร่วงหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา•ตอนที่ 1
โครงสร้างแห่งความลวง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสีเทากับนักข่าวไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!