"ถ้าเงินห้าแสนนี่ซื้อความเชื่อมั่นของศาสตราจารย์ไม่ได้ ผมแนะนำให้คุณเอาไปจ้างตำรวจตระเวนชายแดนเสียจะดีกว่าครับ พวกเขาใช้วิถีกระสุนคุยกับความจริงได้ดีกว่าผมเยอะ"
เสียงทุ้มต่ำเจือความกระด้างเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานรกๆ กลิ่นใบยาสูบฉุนกึกผสมกับกลิ่นออยล์ล้างปืนคละคลุ้งจนเกือบฉุนจมูก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีเขียวขี้ม้าซีดเก่า นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าๆ มือข้างหนึ่งคีบมวนยาเส้นที่ม้วนเองอย่างลวกๆ ปล่อยให้ควันสีเทาลอยเอื่อยขึ้นไปแตะเพดาน
ดร.รินรดา ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีดิบเถื่อนและคำพูดเย้ยหยันนั้นแม้แต่น้อย ศาสตราจารย์สาววัยสามสิบเศษในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปทั่วห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยซากกระดูกสัตว์ป่า เขากวางคุด หน้าไม้โบราณ และกะโหลกเสือโคร่งที่มีรอยกระสุนฝังอยู่ สิ่งเหล่านี้บอกชัดเจนว่าเจ้าของห้องไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตำราในหอสมุดเหมือนเธอ
รินรดาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้สักที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน แรงกระแทกเบาๆ ทำให้ปากกาหมึกซึมด้ามหรูบนโต๊ะกลิ้งตกพื้น แต่อัคนีไม่มีทีท่าจะก้มลงเก็บ
"ฉันไม่ได้มาจ้างพรานป่าธรรมดาเพื่อไปเดินเที่ยวชมธรรมชาติค่ะ, คุณอัคนี" เสียงหวานแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น รินรดายื่นมือเรียวบางเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซอง มันคือแผนที่ลายมือเขียนด้วยหมึกกันน้ำบนหนังหยาบๆ ที่เก่าจนเหลืองกรอบ "สิบปีที่แล้ว... พ่อของฉัน ดร.ธนา หายตัวไปพร้อมกับคณะสำรวจโบราณคดีที่ชายแดนตะวันตก ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากไข้ป่าและสัตว์ร้าย แต่ฉันรู้ว่าไม่ใช่... และนี่คือสิ่งเดียวที่ฉันได้รับเมื่อสามวันก่อน"
อัคนีเหลือบตามองแผนที่แผ่นนั้นเพียงนิดเดียว ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์หรี่ลงเล็กน้อย สัญชาตญาณดิบในตัวเตือนภัยทันทีที่เห็นรอยประทับหมึกสีแดงคล้ำที่มุมล่างขวาของแผนที่—รอยยันต์โบราณรูป "เสือสมิงคาบดาบ" ที่มีกลิ่นอายอัปมงคลโชยออกมาจางๆ แม้จะผ่านกาลเวลามานานนับทศวรรษ
"ป่ามหาสมิง... เขตอาถรรพ์ที่ไม่มีพรานพื้นถิ่นคนไหนกล้าเหยียบย่างเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว" อัคนีพ่นควันบุหรี่ออกมาทางจมูก น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดัน "คนที่ถือแผนที่นี้แล้วรอดกลับมา มีแค่คนบ้ากับคนตายครับ ดร.รินรดา"
"งั้นฉันคงเป็นอย่างแรก" รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบด้วยความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งตามแบบฉบับนักวิชาการผู้ไม่เคยศรัทธาในสิ่งใดนอกจากหลักฐานเชิงประจักษ์ "วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกอย่าง แม้แต่เรื่องที่คุณเรียกว่า 'อาถรรพ์' มันก็แค่ก๊าซไข่เน่า สารพิษจากพืชป่า หรือจิตวิทยาหมู่ที่ทำให้คนหวาดกลัวไปเอง ฉันต้องการไปพิสูจน์ความจริง... และล้างมลทินให้พ่อของฉันที่ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกสติฟั่นเฟือนจนพาคนอื่นไปตาย"
อัคนีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
"พวกนักเรียนนอกอย่างพวกคุณนี่มันน่าขันสิ้นดี" พรานหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟสีส้มจากโคมไฟโต๊ะทำงานจนเกิดเงาทอดทับร่างของเธอ "พวกคุณเอาตำราตะวันตกมาไม้บรรทัดวัดผืนป่าที่อายุเก่าแก่กว่าอารยธรรมมนุษย์ ป่าไม่ได้สนใจหรอครับว่าคุณจะมีปริญญาเอกกี่ใบ หรือตระกูลของคุณจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ป่ามีกฎของมัน... และกฎข้อแรกคือ 'การลบหลู่จะนำมาซึ่งความตาย'"
รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา แม้ส่วนสูงจะด้อยกว่า แต่นัยน์ตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชน
"ถ้าคุณกลัวความตาย... ก็ปฏิเสธเงินห้าแสนนี่ซะ แล้วปล่อยให้ฉันเดินเข้าป่าคนเดียว" เธอท้าทายด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
อัคนีก้าวเข้าไปใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่ม กลิ่นอายดิบเถื่อนของพรานป่าผสมกับกลิ่นอายอันตรายบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีดำสนิทของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนักวิชาการ
"เงินห้าแสนน่ะมันล่อตาล่อใจผมครับ ศาสตราจารย์" อัคนีก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวรา-วกับเสียงกระซิบจากความมืด "แต่สิ่งที่ผมกลัว... ไม่ใช่ความตาย... แต่กลัวว่าผมจะต้องแบกศพของผู้หญิงอวดดีที่เอาแต่เถียงเรื่องวิทยาศาสตร์ กลับออกมาให้ชาวบ้านเขานินทาต่างหาก"
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของคนทั้งคู่
"ถ้าฉันตาย... คุณก็แค่ไม่ได้เงินส่วนที่เหลือ แค่นั้นเองไม่ใช่หรือไงคะ, คุณอัคนี"
อัคนีจ้องมองรอยยิ้มท้าทายบนเรียวปากสีระเรื่อนั้น ชั่วแวบหนึ่ง... เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ลูกค้ากระเป๋าหนักทั่วไป เธอนัยน์ตาคู่นั้นมีความเจ็บปวด ความแค้น และความโดดเดี่ยวแบบเดียวกันกับเขา—ปมในอดีตที่ยังไม่ได้รับการชำระสะงอก
พรานหนุ่มแค่นยิ้มหยัน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารและแผนที่บนโต๊ะมาถือไว้
"ตกลงครับ... พรุ่งนี้ตีห้า ลานจอดรถท้ายหมู่บ้านป่าหม่น เตรียมเสื้อผ้าหนาๆ รองเท้าเดินป่าที่ดีที่สุด และที่สำคัญ..." อัคนีเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมายบางอย่าง "เตรียมใจยอมรับความจริงด้วยว่า บางสิ่งในโลกนี้... มันไม่ได้รอให้คุณไปพิสูจน์ แต่มันกำลังรอเวลาที่จะ 'กิน' คุณต่างหาก"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันจะไปรอคุณที่นั่นค่ะ"
เธอหมุนตัวเดินหันหลังให้ พร้อมจะก้าวเท้าออกจากห้องอับทึบนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดเริ่มต้นของฝันร้าย ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงหอบหายใจอย่างกระชั้นชิดก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบกระจกหน้าต่างดังปั้ง!
ทั้งอัคนีและรินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่หน้าต่างบานเกล็ดซึ่งปิดสนิท
ท่าونيความมืดมิดยามวิกาลด้านนอกกระจก... ปรากฏรอยมือเปื้อนโคลนสีดำคล้ำขนาดใหญ่กระแทกแปะลงบนกระจกใสอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่า ฟังไม่ได้ศัพท์แต่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ลอดผ่านรอยแยกเข้ามาในห้อง
และเมื่อรินรดากวาดสายตามองผ่านกระจกออกไป หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น—
ร่างเงาดำทะมึนของใครบางคนกำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย ร่างนั้นสวมเสื้อกันฝนขาดวิ่น แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือดวงตาสีแดงฉานที่ส่องประกายเรืองรองอยู่ในความมืด กำลังจ้องเขม็งมาที่เธอกับอัคนี... ผ่านกระจกบานนั้น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา•ตอนที่ 1
จดหมายจากป่ามรณะ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับศาสตราจารย์ไร้ศรัทธา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!