กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นคละคลุ้งปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและไอร้อนจากเครื่องจักรในไซต์งานช่วงบ่ายแก่ๆ แต่บรรยากาศบนชั้นลอยของสำนักงานสนามกลับเย็นเยียบจนน่าประหลาด เมื่อสายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มเจ้าของโปรเจกต์ไม่ได้ละไปจากร่างระหงของเด็กฝึกงานที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสต็อกวัสดุผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเลยแม้แต่วินาทีเดียว
คิมหันต์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตัวเอกหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเช็ตกีฬาพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปล่อยให้รอยสักจางๆ ตรงท่อนแขนโผล่พ้นเนื้อผ้ามาทักทายสายตา เขากำลังหมุนปากกาในมือเล่นด้วยจังหวะที่สะท้อนความหงุดหงิดในใจลึกๆ สายตาคมดุคู่นั้นจดจ้องไปยัง 'พายอาร์' หรือพิมพ์อารดาที่ยืนเถียงฉอดๆ อยู่กับผู้รับเหมาช่วงเรื่องลวดสลิงที่ส่งมอบไม่ตรงสเปก
ท่าทางเอาเรื่อง ไหล่ตั้งตรง และริมฝีปากสีพีชที่ขยับเถียงฉับๆ แบบไม่ยอมลดละนั่นแหละ ที่ทำให้คิมหันต์เผลอถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ห้าของชั่วโมง
"แกจะถอนหายใจอีกกี่รอบวะไอ้คิม หน้าตึงจนตึกข้างๆ ร้าวหมดแล้วมั้งนั่น"
ธามที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเทียมมุมห้องเอ่ยแซوأพร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นจด สายตาของเพื่อนสนิทมองสลับระหว่างใบหน้าบึ้งตึงของคิมหันต์กับร่างบางของเด็กฝึกงานสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกกระจกใส
คิมหันต์ปรายตาคมกริบมองเพื่อนสนิท "ฉันไม่ได้ตึง"
"เหรอวะ? สายตาแกเมื่อกี้มันแทบจะวิ่งทะลุกระจกไปหักคอผู้รับเหมาคนนั้นแทนยัยน้องพายอาร์อยู่แล้วนะเว้ย" ธามหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน วางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาระดับหนึ่ง "เตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนรักนะเพื่อน... แกเริ่มแสดงอาการหวงเด็กฝึกงานคนนี้ออกนอกหน้าเกินไปแล้ว"
คำพูดของธามราวกับมีลูกดอกปักเข้ากลางเป้าพอดี คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังหมุนปากกา ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความไหววูบในแววตา แต่ริมฝีปากหนากลับเหยียดยิ้มเย็นชาตามสไตล์คนปากแข็ง
"หวง? บ้าหรือเปล่าธาม ยัยนั่นเป็นแค่นักศึกษาฝึกงานที่โดนส่งมาดัดนิสัย ปากดีไปวันๆ ใครจะไปพิศวาส"
"ปากแข็งชิบหาย" ธามส่ายหัวเบาๆ อย่างระอา "ปากบอกไม่พิศวาส แต่เวลาใครมาแซวหรือผู้รับเหมาคนไหนมองนานๆ หน้าแกนี่มืดมนยิ่งกว่าฟ้าฝนใกล้ตก ทุกคนในออฟฟิศเขารู้กันหมดแล้ว ยกเว้นแต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ซื่อบื้อ หรือไม่ก็แกล้งโง่"
"ถ้าว่างมากนัก แกก็ไสหัวไปตรวจหน้างานโซน B ไป๊ อย่ามานั่งวิเคราะห์เรื่องชาวบ้าน" คิมหันต์สวนกลับเสียง huff ดุๆ พร้อมกับปาแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเบาๆ เป็นเชิงไล่ แต่ธามไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านแต่อย่างใด
"เออๆ ไล่จัง เดี๋ยวฉันไปก็ได้... แต่อย่าลืมนะวะ ว่ากำแพงที่แกสร้างไว้หนาเตอะเนี่ย ระวังวันหนึ่งมันจะพังลงมาเพราะเด็กปากเก่งคนเดียว แล้วถึงตอนนั้น แกจะดิ้นไม่หลุดนะเว้ย" ธามทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลุกขึ้นตบไหล่เพื่อนรักปุๆ แล้วเดินผิวปากออกจากห้องไป ทิ้งให้คิมหันต์นั่งขบกรามแน่นอยู่ลำพัง
คล้อยหลังเพื่อนสนิท สายตาดุดันของคิมหันต์ก็เบนกลับไปมองนอกกระจกอีกครั้ง พายอาร์จัดการไล่ผู้รับเหมาคนนั้นจนมุมด้วยตัวเลขและเอกสารสเปก จนฝ่ายชายต้องยอมถอยกราบกรานแล้วเดินคอตกออกไป ร่างบางพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างโล่งอก ก่อนจะยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าสวย
ท่าทางพยศแต่แฝงไปด้วยความเปราะบางบางอย่าง ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความรู้สึกที่ว่า... เขาไม่อยากให้แววตาคู่นั้นต้องฉายแววเหนื่อยล้า ไม่อยากให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาทำให้เธอต้องหัวเสีย และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่อยากแบ่งรอยยิ้มพยศนั่นให้ใครเห็นนอกจากเขาคนเดียว
*ให้ตายสิ... ธามพูดถูก*
ประโยคที่เพื่อนเตือนวิ่งวนอยู่ในหัวจนน่ารำคาญ คิมหันต์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดในตัวเอง ขายาวก้าวฉับๆ ผลักประตูห้องทำงานกระจกเปิดออก แล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังระเบียงทางเดินที่พายอาร์กำลังยืนจัดแฟ้มเอกสารอยู่คนเดียว
"นี่!"
เสียงทุ้มห้วนที่ดังขึ้นกระทันหันทำให้พายอาร์สะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับมามองค้อนทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
"อุ๊ย! เฮีย... เดินมาไม่มีเสียงหรือไงคะ ตกใจหมด" พายอาร์ลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "แล้วมีอะไรคะ หรือเอกสารเมื่อกี้มีปัญหาตรงไหนอีก หนูตรวจเช็กละเอียดหมดแล้วนะ"
"เปล่า... เอกสารไม่มีปัญหา" คิมหันต์หยุดยืนประชิดตัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในระยะอันตรายจนพายอาร์ต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางชนเข้ากับราวระเบียงเหล็กของไซต์งานอย่างจัง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมแมนๆ ลอยเข้ามารุกسสัมผัสจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ทะ... ถอยไปเลยนะเฮีย มายืนประชิดแบบนี้อยากโดนข้อหาล่วงเกินเด็กฝึกงานหรือไง" พายอาร์พยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาก้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งเท้ากับราวระเบียงกักขังร่างบางไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นจนเกินจะควบคุม
"เธอคิดว่าตัวเองเก่งมากนักใช่ไหมพายอาร์" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว
"หนูทำตามหน้าที่ค่ะ!" เธอเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าผู้รับเหมามันทำงานมักง่าย หนูในฐานะผู้ช่วยวิศวกรก็มีสิทธิ์ที่จะ... อื้อ!"
พายอาร์ชะงักคำพูดทั้งหมดทันที เมื่อจู่ๆ มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่ก็เอื้อมมาคว้าจับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ไม่ได้บีบจนเจ็บ แต่กุมไว้มั่นจนไม่ยอมให้เธอขยับหนีไปไหนได้ ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนใจเธอสั่นสะท้าน
คิมหันต์ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวิวในอากาศ แววตาของวิศวกรหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและปั่นป่วนจนเจ้าตัวยังตกใจ
นิ้วโป้งของเขาเผลอไล้เบาๆ บนข้อมือบางอย่างเผลอไผล ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอמהคำพูดที่ทำเอาพายอาร์หยุดหายใจไปชั่วขณะ
"เธอมีอิทธิพลกับฉันมากเกินไปแล้วนะ... พิมพ์อารดา"
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของเฮียคิมและยัยน้องพายอาร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง•ตอนที่ 11
คำเตือนจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูพยศรักกับดักหัวใจวิศวะปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!