กลิ่นกำยานจันทน์หอมกรุ่นลอยอวลผสมกับกลิ่นโลหิตจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเสื้อเกราะหนังสีดำสนิทของท่านแม่ทัพ บรรยากาศภายในห้องอักษรส่วนตัวยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงไส้ไหม้ดังเป๊าะแปะ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายดั่งสลักจากหินหยกขาวของจ้าวเฟยหรง ดวงตาคู่นคมืดมนดั่งเหยี่ยวราตรีจดจ้องมองม้วนพระราชโองการลับในมือด้วยประกายตาดุดัน เส้นเลือดที่ข้างขมับเต้นตุบยามเมื่อสมองประมวลผลถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ ‘กวาดล้างและประหารชีวิตตระกูลหลินทั้งหมดในคืนนี้’ — ช่างเป็นพระราชโองการที่ชุ่มโชกไปด้วยกลิ่นอายการเมืองอันโสมมจากตำหนักองค์ชายสามเสียจริง
“ฮึ...” เสียงหัวoเราะในลำคอของจ้าวเฟยหรงเยียบเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันבה
เขายังไม่ทันได้เอ่ยบัญชาการใดต่อ ร่างระหงของสาวใช้ใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาจัดระเบียบชั้นตำราเมื่อยามค่ำก็ขยับตัวผิดธรรมชาติ ปลายเท้าเรียวเล็กภายใต้รองเท้าผ้าปักลายดอกเหมยหมุนวนอย่างคล่องแคล่วว่องไวเกินกว่าฐานะบ่าวไพร่ในเรือน การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วปานสายลมพัดผ่าน ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้แม้แต่น้อย
พึบ!
กระบี่เหล็กกล้าในฝักข้างกายของแม่ทัพบูรพาถูกชักออกครึ่งเล่มด้วยความเร็วระดับสายตาแทบมองไม่ทัน แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสา สะท้อนคมดาบวาววับพุ่งตรงเข้าจี้ที่ลำคอระหงของนางทันทีโดยไม่มีการลังเล
หลินหว่านเอ๋อในคราบสาวใช้ก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนความตื่นตระหนกบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว ปลายกระบี่คมกริบจ่ออยู่ห่างจากผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ลำคอเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลิ่นอายกดดันมหาศาลจากยอดแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนแผ่ซ่านเข้าปกคลุมร่างของนางจนเสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
“เจ้าเป็นใครกันแน่?” น้ำเสียงของจ้าวเฟยหรงต่ำทุบ กังวาน และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพสตรีตรงหน้าได้ทุกเมื่อหากนางขยับตัวผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียว “บ่าวรับใช้ในจวนแม่ทัพบูรพา... ไม่มีใครมีวิชาตัวเบาสำนักเมฆาล่องหนเช่นเจ้า”
หลินหว่านเอ๋อยังคงนิ่งเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในค่ายทหารบูรพาอย่างไม่เกรงกลัว ภายใต้ร่มเงาของแสงตะเกียง ใบหน้าเนียนละเอียดนั้นประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดา
“ท่านแม่ทัพช่างสายตาแหลมคมยิ่งนักเจ้าค่ะ...” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล ไร้ซึ่งอาการหวาดกลัวต่อคมกระบี่ที่จ่อคอหอย “บ่าวเป็นเพียงสตรีผู้นำพาสาส์นแห่งความเป็นความตายมาสู่ท่าน... หากท่านปาดกระบี่เล่มนี้ลงมาเพียงนิดเดียว แผ่นดินบูรพาอาจจะต้องสูญเสียหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานนี้ไปตลอดกาล”
จ้าวเฟยหรงหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ร่างกายยังคงเกร็งแน่นพร้อมปะทะ มือหนากระชับด้ามกระบี่มั่น “หมากกระดานใด? เจ้าบังAอาจนัก กล้าบุกรุกห้องอักษรส่วน ฐานความผิดนี้มีโทษประหารสถานเดียว!”
“โทษประหารหรือเจ้าคะ?” หลินหว่านเอ๋อยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย นางค่อยๆ ยกมือเรียวขึ้นใช้นิ้วเรียวยาวดึงปิ่นปักผมไม้ธรรมดาออก เส้นผมสีดำสนิทดั่งรัตติกาลยาวสยายเคลียไหล่ระหง กิริยาอาการนั้นสง่างามและเปี่ยมด้วยบารมีประหลาดที่ไม่เข้ากับชุดสาวใช้รับใช้แม้แต่น้อย “หากท่านฆ่าข้าในคืนนี้ พระราชโองการฉบับที่ท่านถืออยู่ในมือ... จะไม่มีวันถูกเปิดอ่านเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังได้อีกเลย และท่านจะกลายเป็นหุ่นเชิดให้องค์ชายสามเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไม่รู้ตัว”
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่กรีดลงกลางใจ จ้าวเฟยหรงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกريบสำรวจเรือนร่างและท่าทีของสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดที่ลอยมาจากตัวนางคล้ายกับกลิ่นชาดอกเหมยป่าที่เขาเคยได้กลิ่นในราชสำนักเมื่อหลายปีก่อน สตรีผู้นี้... ไม่ใช่บ่าวไพร่ธรรมดาอย่างแน่นอน นางคือกุนซือผู้ซ่อนเร้น หรืออาจจะเป็นภัยอันตรายที่อันตรายที่สุดที่เคยย่างก้าวเข้าสู่จวนหลังนี้
“เจ้ากล้าดียังไงมาต่อรองกับเป่ยเจิ้งหวางเช่นข้า” จ้าวเฟยหรงกดปลายกระบี่ให้เข้าใกล้ผิวเนื้อนางมากขึ้นจนเกิดรอยแดงจางๆ เลือดสีชาดซึมออกมาเล็กน้อยตัดกับผิวเนียนขาว แต่นางกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา
“เพราะข้าและท่าน... ต่างก็มีศัตรูคนเดียวกันไงเล่าเจ้าค่ะ” หลินหว่านเอ๋อเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน นางก้าวเท้าเดินเข้าหาคมกระบี่ด้วยความเด็ดเดี่ยว จนคมเหล็กแนบชิดติดผิวเนื้อ แต่นางกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพหนุ่ม ราวกับต้องการอ่านทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจของเขา “ท่านต้องการรักษาแผ่นดินนี้ให้สงบสุข ส่วนข้า... ต้องการทวงความยุติธรรมให้ตระกูลหลิน พระราชโองการฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกวาดล้างเท่านั้น แต่มันคือ ‘กับดัก’ ที่องค์ชายสามขุดไว้ฝังพวกท่านทั้งกองทัพ!”
จ้าวเฟยหรงนิ่งงึมงำไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงยามสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความฉลาดล้ำลึกและความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดออกมาจากตัวสตรีผู้นี้ทำให้เขารู้สึกทึ่งอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ลดกระบี่ลงช้าๆ เก็บเข้าฝักเสียงดังคลิก บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงแต่ยังคงไว้ซึ่งความระแวดระวังขั้นสูงสุด
“เจ้าชื่ออะไรกันแน่...” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงความดุดัน
หลินหว่านเอ๋อยอบตัวลงทำความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม “บ่าว... เอ่อ ไม่สิ... ‘หลินหว่านเอ๋อ’ ขอคารวะท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ หวังว่าจากนี้ไป เราคงจะได้ร่วมเดินหมากกระดานนี้ด้วยกันอย่างสนุกสนาน”
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายพร้อมเสียงเกือกม้าก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นที่หน้าประตูจวนแม่ทัพบูรพาอย่างกะทันหัน เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์หน้าประตูทะลุกำแพงเข้ามาดังลั่น
“ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรจากเมืองหลวง... นำโดยราชCโองการด่วนพิเศษ บุกเข้ามาปิดล้อมจวนของเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในหมากเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานลวงกับดวงใจแม่ทัพบูรพา•ตอนที่ 2
ปะทะคมดาบในห้องอักษร
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับดวงใจแม่ทัพบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
