แฟ้มหนังสีดำราคาแพงถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระแทกนั้นเบาหูแต่มันหนักหน่วงจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สายตาคมกริบราวกับลูกแมวป่าที่ต่อให้มุมอับจนหนทางก็ยังพยายามกางกรงเล็บขู่ฟ่อ เธอกวาดตามองตัวเลขหนี้สินนับร้อยล้านของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลศิริวัฒนากุลที่ปรากฏหราอยู่บนหน้ากระดาษ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของร่างสูงสง่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน
คณินไม่ได้ปริปากพูดอะไรสักคำ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นเยียบเย็นและนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งร่องรอยของความลังเล เขากำลังมองเธอ—มองผู้หญิงที่เคยเชิดหน้าชูตาอยู่บนจุดสูงสุดของสังคมไฮโซ แต่วันนี้กลับเหลือเพียงศักดิ์ศรีรอมร่อที่ยังดื้อดึงไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
"เงื่อนไขทั้งหมดอยู่ในนั้นแล้วครับคุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่มันกลับทรงพลังและกดดันจนห้องทำงานกว้างขวางดูแคบลงไปถนัดตา
"เซ็นซะ แล้วหนี้สินทั้งหมดของพ่อคุณจะถูกปัดตกในคืนนี้ รวมถึงหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่คุณพยายามวิ่งเต้นหาคนมาช่วยค้ำประกัน... ก็จะกลับมาเป็นของคุณโดยสมบูรณ์"
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นรัวด้วยความเจ็บใจ เธอกำมือทั้งสองข้างแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
"เฮียคณินใจดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ หรือว่า... ความแค้นที่ฉันเคยปฏิเสธงานหมั้นครั้งก่อน มันทำให้เฮียเก็บกดจนต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาบีบคั้นฉันกันแน่"
คำพูดที่จิกกัดอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทำให้คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบกายเย็นเยียบลงทันที
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงมาใช้สายตาคมกริบกดดันคนที่นั่งอยู่ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างบางจนมินตราต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นมัสก์จางๆ ลอยปะทะจมูกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." คณินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู "คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ตัวเองถือไพ่เหนือกว่าผมหรือไงครับคุณหนูตกอับ หนี้สามร้อยล้านกับบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย... มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพยุงคุณขึ้นมาจากโคลนได้"
"ฉันขายศักดิ์ศรีให้คนอย่างเฮียไม่ได้หรอกค่ะ!" มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า
"ใครบอกให้คุณขายศักดิ์ศรีกันล่ะครับ..." คณินเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่มีหยาดเหงื่อซึมบางๆ "ผมไม่ได้อยากได้ศักดิ์ศรีไร้ค่าของคุณหรอก... สิ่งที่ผมต้องการคือ 'การแต่งงานตามกฎหมาย' เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม เพื่อตบตาผู้ใหญ่และผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน แค่นั้น... ทำได้ไหมล่ะครับ"
มินตรานิ่งงัน คำว่า 'แต่งงาน' กระแทกเข้ากลางใจ สมองเธอนึกย้อนไปถึงจุดประสงค์เบื้องหลังของข้อเสนอสุดบ้าคลั่งนี้ คณินเป็นคนรักความสมบูรณ์แบบและเกลียดความพ่ายแพ้ การที่เขาเลือกเธอ—ผู้หญิงที่เคยประกาศก้องว่าจะไม่มีวันข้องเกี่ยวกับเขา—มาเป็นภรรยาในนาม มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่เรื่องธุรกิจแน่นอน
"ทำไมต้องเป็นฉัน ในเมื่อผู้หญิงที่อยากเอาตัวเข้าแลกกับเฮียมีเป็นกองทัพ"
"เพราะผมเกลียดความยุ่งยาก และคุณ... คือคนที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุดในตอนนี้" คณินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยnชาไร้เยื่อใย ก่อนจะวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงตรงหน้าเธอ "มีเวลาคิดสามวินาทีครับคุณมินตรา ถ้าคุณเดินออกไปจากประตูบานนั้น... พรุ่งนี้เช้าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคุณจะถูกยึดขายทอดตลาดจนไม่เหลือแม้แต่บ้านหลังเดียว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหู แต่มันกลับชัดเจนราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังชีวิตของเธอ
มินตราบดกรามแน่น ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อนภาพ่อและแม่ที่กำลังล้มป่วยลอยเข้ามาในหัว ความสุขสบาย ทรัพย์สินเงินทอง หรือแม้กระทั่งเกียรติยศที่เคยมี มันพังทลายลงในพริบตา เหลือไว้เพียงทางเลือกเดียวตรงหน้า—ยอมก้มหัวให้ปีศาจตนนี้ หรือปล่อยให้ครอบครัวพินาศย่อยยับ
มือบางที่สั่นเทานิดๆ เอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา ความเย็นเฉียบของด้ามโลหะสะท้อนเข้ามาถึงผิวเนื้อ
คณินมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ สมใจอยากที่ได้เห็นคุณหนูจอมพยศคนนี้จำนนต่ออำนาจของเขา
กึก!
ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษสัญญาแผ่นหนา ลายเซ็นต์หวัดๆ ของมินตราถูกเขียนลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ตัวเองเปลี่ยนใจ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะยกปากกาขึ้น แรงกระชากอันทรงพลังจากมือหนาก็กดข้อมือเธอเอาไว้แน่นโดยไม่ทันตั้งตัว
มินตราอุทานเบาด้วยความตกใจ เงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ "เฮีย... ปล่อยฉันนะ ฉันเซ็นแล้วนี่!"
คณินไม่ได้ปล่อยข้อมือ เธอถูกดึงเข้าหาตัวจนร่างบางแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา เขาก้มหน้าลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับร้อนแรงและลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ทำให้มินตราหายใจติดขัด
"ยินดีต้อนรับสู่กรงของผมครับ... ภรรยาในนาม"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ราวกับคำประกาศิตที่ตีตรابจองเธอไว้ทั้งตัวและหัวใจ
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "เฮียคณิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..."
เสียงของกรณ์ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่ประธานหนุ่มผู้รักความสะอาดและไม่เคยแตะต้องใครก่อน กำลังกักขังคุณหนูตระกูลดังไว้ในอ้อมแขนด้วยท่าทางสนิทสนมเกินกว่าคนร่วมงานทั่วไป
มินตราเบิกตากว้าง รีบผลักอกแกร่งของคณินออกทันที ทว่าชายหนุ่มกลับตวัดแขนโอบเอวเธอแน่นขึ้น ไม่ยอมให้เธอถอยหนี พร้อมกับหันไปตวัดสายตาดุดันใส่ผู้บุกรุกด้วยความไม่พอใจขั้นสุด
"ใครอนุญาตให้แกเข้ามาโดยไม่เคาะประตู, กรณ์?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเฮียคณินนะครับ!
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 1
ดีลฉบับเร่งด่วน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!