เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน•ตอนที่ 3

ปฏิเสธบทนางร้ายสมองกลวง

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
“กวาดล้างเหรอคะ? คำนี้ฟังดูรุนแรงไปนิดสำหรับธุรกิจที่ใช้แค่สมอง…แต่ถ้าเป็นความต้องการของท่านประธาน ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธค่ะ” ลินินวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่เงียบเชียบทว่าหนักแน่น สายตาคู่สวยคมกริบดุจมีดโกนจ้องมองไปยังชายชุดดำที่ยืนก้มหัวรอคำสั่งอยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับอำนาจล้นฟ้าในมือ แต่มองมันเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ชิ้นหนึ่งในการเล่นเกมกระดานนี้ให้จบอย่างงดงาม ในห้องทำงานส่วนตัวที่กั้นด้วยกระจกนิรภัยกันกระสุน ลินินหยิบเอกสารสัญญาฉบับเก่าที่รัดคอเธอมาตลอดชาติออกมาวางบนโต๊ะ สัญญาที่เขียนด้วยลายลักษณ์อักษรว่าเธอคือ ‘เบี้ยล่าง’ ของตระกูลใหญ่ผู้ถือหุ้นหลัก เธอถูกกำหนดให้ต้องเซ็นชื่อยอมรับการถูกกลืนกินบริษัท แต่ชะตากรรมในชาตินี้เปลี่ยนไปแล้ว “บอกท่านประธานว่า ฉันไม่ต้องการเงินกู้หรือข้อเสนอการรวมกิจการแบบ ‘ขอไปที’ อีกแล้ว” ลินินเอ่ยพลางใช้ปลายปากกาด้ามทองกรีดลงบนกระดาษเอกสารฉบับนั้นจนขาดเป็นสองท่อน “แต่ฉันต้องการ ‘อำนาจเบ็ดเสร็จ’ ในการบริหารหุ้นทุกตัวที่อยู่ในมือพวกเขาทั้งหมด ภายในสามชั่วโมงนี้” เสียงลมหายใจของลูกน้องรอบห้องเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเมื่อเห็นผู้หญิงที่เคยถูกมองว่าเป็น ‘นางร้ายสมองกลวง’ กำลังฉีกข้อตกลงที่ตระกูลใหญ่เคยใช้ข่มขู่มาหลายทศวรรษทิ้งราวกับขยะ คิรากร ที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ มาตลอด ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง แววตาคมเข้มของเขาสะท้อนความพึงพอใจอย่างเปิดเผย เขาเดินมาหยุดข้างหลังลินิน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอเย็นของความเป็นผู้นำแผ่ซ่านออกมา “สามชั่วโมงอาจจะเร็วไปสำหรับบางคน แต่สำหรับพอร์ตระดับหมื่นล้านของคุณ… ผมคิดว่าคงทัน” “คุณคงไม่คิดจะขัดขวางฉันใช่ไหมคะ คิรากร?” ลินินหันไปเลิกคิ้วถาม รอยยิ้มที่มุมปากของเธอทำเอาหัวใจคนมองกระตุก “ในเมื่อคุณเป็นคนยื่นเฮลิคอปเตอร์มาให้ถึงที่ ฉันก็แค่ใช้มันบินไปเหยียบหัวพวกที่เคยดูถูกเราให้จมดิน” “ผมสนับสนุนคุณเสมอ” คิรากรตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น “แต่จำไว้ว่านลินดากำลังเดินทางมาที่นี่ เธอคิดว่าคุณจะยอมทำตามสัญญาฉบับเก่าเพื่อรักษาหน้าตระกูล” ทันทีที่ชื่อ ‘นลินดา’ หลุดออกจากปาก ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงร้องไห้อ่อนหวานที่เสแสร้งจนน่าคลื่นไส้ นลินดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีบอบบางดั่งดอกไม้ต้องลม ใบหน้าใสซื่อที่ถูกแต่งแต้มด้วยน้ำตาปลอมๆ กวาดมองไปรอบห้อง “ลินิน… เธอทำอะไรลงไป! สัญญานั่นเป็นสิ่งที่ตระกูลเราใช้ประคองสถานะมาตลอดนะ ถ้าเธอฉีกมันทิ้งแบบนี้ เราจะถูกฟ้องร้องจนล้มละลายกันหมดเลยนะ!” นลินดารีบพุ่งเข้ามากุมมือลินินไว้แน่น แสร้งบีบน้ำตาเพื่อให้คิรากรเห็นความ ‘เห็นแก่ตัว’ ของลินิน ลินินมองมือที่จับแขนเธอด้วยสายตาเย็นชา เธอสะบัดออกอย่างไม่ใยดีจนนลินดาเซถลาไปชนโต๊ะ “เลิกเล่นละครสักทีเถอะนลินดา” ลินินเดินไปหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา นิ้วเรียวรัวพิมพ์คำสั่งผ่านระบบอัจฉริยะที่เธอพัฒนาขึ้นมาเอง “สัญญานั่นไม่ใช่การประคองสถานะ แต่มันคือโซ่ตรวนที่เธอใช้ล่ามฉันไว้เพื่อให้เธอได้เชิดหน้าชูตาในฐานะทายาทคนเดียวที่แสนดี ส่วนฉันน่ะเหรอ? ก็แค่ตัวตลกที่รอรับเศษเงินและข่าวฉาวที่เธอคอยยัดเยียดให้ไง” “ฉันไม่รู้เรื่องนะ! ฉันทำเพื่อลินินมาตลอด!” นลินดาแผดเสียงร้องไห้ก้องห้อง “ถ้าทำเพื่อฉันจริง ก็เซ็นโอนหุ้นที่เธอกำลังกว้านซื้อผ่านบัญชีลับมาให้ฉันสิ” ลินินยื่นเอกสารแผ่นใหม่ที่ร่างขึ้นสดๆ ร้อนๆ ไปตรงหน้า “ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจขนาดนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวใช่ไหม?” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดใจ นลินดานิ่งอึ้งไป มือไม้สั่นเทาขณะมองเอกสารตรงหน้า ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อลินินไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป ลินินในตอนนี้ดูทรงอำนาจและเยือกเย็นเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้ “ว่ายังไงคะ?” ลินินขยับเข้าไปใกล้ กดดันด้วยสายตาที่ลึกล้ำ “หรือจะให้ฉันเรียกเลขาฯ มาแฉเรื่องที่เธอแอบดึงเงินทุนบริษัทไปเปย์หนุ่มในสังกัดที่กำลังจะโดนจับข้อหาฟอกเงินดี?” นลินดาหน้าถอดสีทันที เธอถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว คิรากรที่ยืนดูอยู่ไม่ห่างเหยียดยิ้มออกมาอย่างสะใจ เขาไม่ได้เข้ามายุ่งเพราะเขารู้ดีว่า ‘ลินิน’ ในเวอร์ชันนี้กำลังสนุกกับการตบหน้าศัตรูด้วยความรวย “ดูเหมือนเวลาสามชั่วโมงจะน้อยไปสำหรับเธอในการตัดสินใจนะ” ลินินหันหลังกลับไปหาคิรากร “เตรียมเฮลิคอปเตอร์เถอะค่ะ เรามีนัดไปดูที่ดินผืนใหญ่ที่กำลังจะถูกขายทอดตลาด วันนี้ฉันจะทุบราคาให้ราบจนตระกูลที่เคยดูถูกฉันต้องไปยืนต่อแถวขอสินเชื่อจากธนาคารที่ฉันถือหุ้นใหญ่อยู่” ในจังหวะที่ลินินกำลังก้าวเดินออกจากห้อง เสียงแจ้งเตือนจากระบบเงินล้านในมือเธอก็ดังขึ้นรัวๆ ยอดตัวเลขในบัญชีที่โอนเข้าจากความผิดพลาดของฝ่ายบัญชีตระกูลนลินดาพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ นลินดาทรุดลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับชายในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าคุ้นเคย—เขาทนายความประจำตระกูลใหญ่ที่ลินินคิดว่าถูกไล่ออกไปนานแล้ว เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารตราประทับสีแดงฉานในมือ “คุณลินินครับ… ผมเกรงว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนถืออำนาจเบ็ดเสร็จคนเดียวเสียแล้ว เพราะทางตระกูลได้ขายพอร์ตหุ้นทั้งหมดของคุณให้กับ ‘เจ้าของใหม่’ ที่เสนอราคาสูงกว่าคุณสามเท่าตัวเมื่อห้านาทีที่ผ่านมานี้เองครับ” ลินินชะงักฝีเท้า สายตาที่เคยนิ่งสงบสั่นไหววูบหนึ่ง เธอหันกลับมามองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “ใคร?” ลินินถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทนายความยิ้มมุมปากก่อนจะผายมือไปที่หน้าประตูที่เปิดกว้างออก—ร่างสูงสง่าของชายคนหนึ่งที่เธอคาดไม่ถึงที่สุดก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ ลินิน… หุ้นของเธอน่ะ ฉันซื้อมาฝาก” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนางร้ายผู้มั่งคั่งนะคะ หวังว่าจะสะใจไปกับความเข้มข้นในตอนนี้กันค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%