หน้าจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูงในห้องทำงานส่วนตัวสะท้อนภาพใบหน้าของผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอย่างชัดเจน รอยยิ้มที่แย้มขึ้นบนริมฝีปากนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นของสายใยแม่ลูกเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงขัง
ลินินวางปากกาในมือลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบกับพื้นโต๊ะหินอ่อนดัง *กริ๊ก* ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
แม่แท้ๆ ของเธอ... ผู้หญิงที่เคยเซ็นชื่อตัดขาดและเขี่ยเธออกจากตระกูลอย่างไม่ใยดีเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอยังเป็นแค่ "นางร้าย" สมองกลวงที่เอาแต่กรีดร้องและวิ่งไล่ตามผู้ชายอย่างไร้ศักดิ์ศรี บัดนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าประตูเพนต์เฮาส์หรูหรา พร้อมกับพอร์ตหุ้นหมื่นล้านที่เธอก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและระบบอัจฉริยะ
ช่างน่าขันเสียจริง ตอนที่เธอไม่มีอะไร พวกเขาผลักไสไล่ส่ง แต่พอเธอมีอาณาจักรเงินล้าน พวกเขากลับคลานกลับมาหาเหมือนสุนัขที่ได้กลิ่นเนื้อชิ้นโต
"ให้ฉันไปจัดการเองดีไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมห้อง คิรากรก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังถอดนาฬิกาเรือนหรูออกวางบนโต๊ะ แววตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนกล้าเข้ามาสร้างความรำคาญให้ภรรยาในนามของเขา
ลินินช้อนสายตากลับไปมองสามีในนามผู้เงียบขรึมและทรงอิทธิพลคนนี้ มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะข้อมือแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคิรากรส่งผ่านมาถึงปลายนิ้วของเธออย่างชัดเจน
ตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมาเกิดใหม่ เป้าหมายเดียวในชีวิตของเธอคือ "เงิน" และการสร้างความร่ำคงระดับที่ต่อให้โลกถล่มลงมาเธอก็ยังใช้เงินไม่หมด แต่ในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุอุปสรรค เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ชายคนนี้... เส้นแบ่งระหว่าง "คู่ค้าทางธุรกิจ" กับ "คนในหัวใจ" เริ่มพร่าเลือนลงทุกที
หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกหักหลัง กลับเริ่มเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนุ่มๆ ของเขาในยามค่ำคืน และรู้สึกอุ่นวาบทุกครั้งที่แผ่นหลังกว้างนี้ก้าวเข้ามาปกป้องเธอจากสายตาดูถูกของสังคมไฮโซ
"ไม่ต้องหค่ะ... คนแบบนั้น ฉันจัดการเองสนุกกว่าเยอะ" ลินินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ความมั่นใจฉายชัดในดวงตาสง่านั่น
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทผ้าไหมเนื้อดีให้เข้าที่ ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูหน้าเพนต์เฮาส์ ระบบอัจฉริยะในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ยืนยันยอดเงินในพอร์ตปัจจุบันที่พุ่งทะยานทะลุเพดานไปไกลลิบ
*ติ๊ง!*
เสียงปลดล็อกประตูอัจฉริยะดังขึ้น ลินินดึงบานประตูให้เปิดออกกว้าง ปะทะกับลมหายใจและรอยยิ้มจอมปลอมของผู้หญิงที่ให้กำเนิดเธอมา
"ลินิน... ลูกแม่ หนูสบายดีใช่ไหมจ๊ะ" เสียงหวานหยดย้อยเอ่ยขึ้น พร้อมกับท่าทีจะก้าวเข้ามาสวมกอดราวกับแม่ลูกที่รักกันปานจะกลืนกิน
ลินินยกมือขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงปฏิเสธ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธองดงามแต่ทว่าเยียบเย็นจนอีกฝ่ายต้องชะงักเท้า
"ขอโทษนะคะ คุณหญิงศจี... คำว่า 'แม่ลูก' ของเรา มันขาดสะบั้นไปตั้งแต่เอกสารฉบับนั้นถูกเซ็นชื่อลงไปแล้วค่ะ หรือว่าความจำของคุณจะเสื่อมตามอายุเสียแล้ว ถึงได้จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นคนไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นเอง"
ศจีหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระจายในพริบตา นางไม่คาดคิดเลยว่าเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและร้องไห้งอแงใส่ จะกลายร่างเป็นพญาหงส์ที่เชิดหน้ามองคนอื่นด้วยสายตาเหยียดหยามได้ถึงเพียงนี้
"นี่แกกล้าพูดจากับแม่แบบนี้เหรอ นังอกกตัญญู! แกคิดว่าแกมีเงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านแล้วจะปีนเกลียวฉันได้หรือไง!" ศจีเริ่มเผยธาตุแท้ เสียงแหลมสูงตวาดลั่นโถงทางเดิน
"ไม่กี่ร้อยล้านเหรอคะ?" ลินินหัวسรเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอหันกลับไปมองคิรากรที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องรับแขกอยู่เงียบๆ สายตาสื่อความหมายบางอย่างที่รู้กันแค่สองคน
ลินินหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า นิ้วเรียวกดเปิดแอปพลิเคชันพอร์ตหุ้นและบัญชีทรัพย์สินส่วนตัว ก่อนจะพลิกหน้าจอเข้าใส่ใบหน้าของศจีแบบเต็มๆ ตา
"ลองดูตัวเลขพวกนี้ให้ชัดๆ นะคะ... ศูนย์กี่ตัว และมันพอที่จะซื้อบริษัทตระกูลของคุณได้สักกี่รอบ"
ดวงตาของศจีเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อเห็นตัวเลขหลักหมื่นล้านที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ มือที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงสั่นเทาขึ้นมาทันที นางอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับความร่ำปิดมหาศาลที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นนี้
"เป็นไปไม่ได้... แกไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายขนาดนี้! แกไปโกงใครมา!" ศจีกรีดร้องออกมาด้วยความริษยาและไม่อยากจะเชื่อสายตา
"ความสามารถค่ะ... สิ่งที่คุณไม่เคยมี และไม่มีวันสอนฉัน" ลินินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองผู้ให้กำเนิดด้วยความสมเพชเวทนา "ถ้ามาเพื่อจะขอส่วนบุญ ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยว่า... แม้แต่บาทเดียวก็ไม่มีวันได้!"
บรรยากาศหน้าประตูเพนต์เฮาส์ตึงเครียดจนแทบระเบิด ศจีกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้า
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางลิฟต์ส่วนตัว
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากตัวลิฟต์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ทำให้ทั้งศจีและลินินต้องหันไปมองพร้อมกัน
"อุ๊ย... ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะการทวงบุญคุณของครอบครัวจอมปลอมสินะคะ?"
ร่างของ "นลินดา" ศัตรูหัวใจและนางเอกโลกสวยในอดีต ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย ชุดแบรนด์เนมราคาแพงระยับและเครื่องประดับเพชรระยิบระยับแสดงถึงความมั่นใจที่พกมาเต็มเปี่ยม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ลินินขมวดคิ้ว
สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาของลินินวาวโรจน์ขึ้นด้วยความตกใจ... คือเอกสารในมือของนลินดา เป็นสัญญาซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ของบริษัทคิรากร ที่มีลายเซ็นของบุคคลระดับผู้บริหารระดับสูงกำกับอยู่!
"ลินิน... เธอมันก็แค่ตัวตลกที่เกาะผู้ชายกินไปวันๆ เท่านั้นแหละ" นลินดาฉีกยิ้มกว้าง ชูเอกสารในมือขึ้นสูง "เพราะตอนนี้... หุ้นครึ่งหนึ่งของสามีเธอ ตกมาอยู่ในมือฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ!"
คิรากรที่ยืนนิ่งมาตลอด หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับปีศาจตื่นจากจำศีล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน•ตอนที่ 24
หัวใจที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!