สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 28

เสียงคำรามรับทัณฑ์สวรรค์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนพื้นศิลาอัคคีจนเกิดเสียงดังฉ่าราวกับน้ำมันเดือด ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ ยอดเขาหิมะทมิฬ อัครมหาเสนาบดีจ้าวแห่งสำนักมารหัวร่อเสียงดังลั่น ดวงตาสสีโลหิตของมันเบิกกว้างด้วยความกระหายเลือด ปราณมารสีดำทมิฬแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับอสูรกายร้ายที่ตื่นจากนิทราอันยาวนาน "ไป๋เฉิน เจ้าคิดว่าอาศัยเพียงวิถีกระบี่เดรัจฉานของเจ้า จะฝ่าด่านทัณฑ์สวรรค์นี้ไปได้งั้นหรือ? ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี!" เสียงคำรามของอัครมหาเสนาบดีจ้าวสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ แรงกดดันจากขอบเขตวิญญาณยุทธ์ขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บีบคั้นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ไป๋เฉินยืนหยัดอย่างมั่นคง ร่างกายของเขาสะบสะท้านเล็กน้อยจากบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก แต่แววตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความทะนงตนและประกายไฟแห่งจิตวิญญาณเซียนที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม มือเรียวยาวของไป๋เฉินกระชับด้ามกระบี่มั่น ประกายแสงสีฟ้าครามเยือกเย็นไหลวนรอบตัวกระบี่ ราวกับเกล็ดน้ำค้างกลางเหมันต์ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง เขาไม่ได้เอ่ยคำใดตอบโต้ มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มรู้ดีว่าศึกเบื้องหน้านี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับคนชั่วตรงหน้า หากแต่เป็นการท้าทายกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่กดขี่มนุษย์มานับหมื่นปี ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างระหงดุจเทพเซียนในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางเบื้องหน้าของไป๋เฉิน มู่หรงเสวี่ย เจ้าสำนักกระบี่เหมันต์ นางพญาผู้สง่างามเย็นชา ปลายกระบี่ในมือของนางเปล่งประกายแสงสีเงินยวดยวงสะท้อนแสงจันทร์ยามวิกาล แววตาของนางที่มองอัครมหาเสนาบดีจ้าวนั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งหมื่นปี ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "หากเจ้าอยากแตะต้องเขา... จงก้าวผ่านซากศพของข้าไปก่อน" น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยราบเรียบ ทว่าทรงพลังและบาดลึกถึงจิตวิญญาณ นางยอมทิ้งชื่อเสียงและตำแหน่งเจ้าสำนัก ยอมแม้กระทั่งแบกรับบาปมหันต์ในการต่อต้านสำนักมาร เพียงเพื่อยืนหยัดเคียงข้างบุรุษผู้กุมหัวใจของนางไว้ทั้งหมด อัครมหาเสนาบดีจ้าวแค่นเสียงฮึดฮัด "นังสารเลว เจ้ากับมันช่างสมกันเสียจริง! เช่นนั้นวันนี้ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปผุดไปเกิดพร้อมกันในขุมนรกโลกันตร์!" สิ้นเสียงของมารร้าย คลื่นพลังมารสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆดำทะมึนหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้ชักใยอยู่เบื้องบน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านลงมาจากนภา กลิ่นอายแห่งความตายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ถ่ายเทปราณเซียนบรรพกาลเข้าสู่จุดตันtianจนชีพจรทั่วร่างปูดโปน เขาก้าวออกไปเบื้องหน้ามู่หรงเสวี่ยเพียงครึ่งก้าว สายตาทั้งสองประสานกันในชั่วพริบตา ไม่ต้องมีคำพูดใดเอื้อنเอ่ย มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งและสายใยแห่งวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว "เสวี่ยเอ๋อร์ ถอยไปก้าวหนึ่ง... วันนี้ ให้ข้าได้แสดงให้ฟ้าดินเห็นว่า วิถีกระบี่ที่ข้าเลือกเดิน หาใช่สิ่งที่สวรรค์จะกำหนดได้!" ไป๋เฉินคำรามก้อง ปราณกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆสีดำจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แสงสีทองและสีฟ้าผสานกันระเบิดออกเป็นประกายเจิดจ้าตระการตา ท่ามกลางกระแสลมวนอันรุนแรงที่พัดกระหน่ำจนร่างของทั้งสองสั่นสะเทือน ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว เสียงคำรามกึกก้องราวกับมังกรสวรรค์พิโรธดังสนั่นหวั่นไหว ประจุไฟฟ้าสีม่วงเข้มขนาดมหึมาแล่นพล่านอยู่ทั่วท้องนภา ก่อนที่แสงสว่างวาบอันเจิดจ้าจะผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ตรงเข้าสู่ร่างของไป๋เฉินอย่างแม่นยำ! สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ได้ผ่าลงมาทดสอบจิตวิญญาณและวิถีกระบี่ของเขาแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ไปกับ "ชิงเสวี่ยเหมันต์" นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%